Posts filed under 'อื่นๆอีกมากมาย'
ฟุตบอลยูโรปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วนะครับ
เป็นครั้งแรกที่ทีมที่ผมเชียร์ได้ชูโทรฟี่แชมป์
ยินดีกับแฟนทีมสเปนด้วย
อันที่จริงผมก็ไม่ได้เป็นแฟนทีมกระทิงดุหรอกครับ บังเอิญว่าสเปนเป็นชาติเดียวที่มีนักเตะจากลิเวอร์พูลอยู่มากที่สุด (ตัวสำรองทีมชาติ ตั้ง 3 คนเชียวแหนะ
)
นอกจากจะลุ้นว่าทีมใดจะได้แชมป์แล้ว ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ผมรอคอย เมื่อมีทัวร์นาเม็นต์ใหญ่ๆ แบบนี้
นั่นคือ “จำนวนไปรษณียบัตรที่ส่งไปทายผล”
ผมมั่นใจว่านี่เป็นรายการชิงโชคที่คนไทยมีส่วนร่วมมากที่สุด
และเมื่อนับรวมกับการเสี่ยงโชคทุกชนิด ไปรษณียบัตรบอลโลก-บอลยูโร คงแพ้แค่เพียง “หวย” เท่านั้น
คำว่า “เดิมพันและเสี่ยงโชค” คงอยู่ในสายเลือดคนไทยมากพอดู
อยากรู้ไหมครับว่า คนไทยส่งไปรษณียบัตรร่วมลุ้นเงินล้าน จำนวนมากขนาดไหน?
เรามาย้อนอดีตกันเลย
ปี 2002 ฟุตบอลโลกครั้งแรกบนแผ่นดินเอเชีย
และเป็นครั้งแรกที่คนไทยได้ดูบอลสบายที่สุดและทรมานที่สุดไปพร้อมๆกัน
สบายที่สุด เพราะไม่ต้องอดหลับอดนอน เวลาที่ญี่ปุ่นและเกาหลีไม่ต่างจากไทยมากนัก ไม่เหมือนแข่งที่ยุโรป
ทรมานที่สุด เพราะบางคู่ แข่งขันกันตอนที่ผมยังนั่งทำงานอยู่เลย บางคู่ก็เตะตอนที่กำลังเดินทางกลับบ้าน
ครั้งนั้น คนไทยกระหน่ำส่งไปรษณียบัตร 135 ล้านใบ
ถัดมาอีก 2 ปี ฟุตบอลยูโร 2004 ที่โปรตุเกส จำนวนลดลงนิดหน่อย เพราะคนไทยไม่เห่อฟุตบอลยูโรเท่าฟุตบอลโลก มีไปรษณียบัตรส่งไปทายผล 130 ล้านใบ
พอฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมัน สถิติก็ถล่มทลาย เฉลี่ยแล้วคนไทย 1 คน ส่งไปรษณียไปลุ้น 3 ใบ
นี่ค่าเฉลี่ยนะครับ แต่ผมเชื่อว่า คนที่ส่งจริงๆเขาจะส่งกันหลายสิบใบ บางคนเป็นร้อยใบ
ในปีนั้น พนักงานไปรษณีย์ต้องขนไปรษณียบัตร จำนวน 170 ล้านใบ
ส่วนฟุตบอลยูโรครั้งนี้ ตัวเลขอย่างเป็นทางการยังไม่ออกครับ คิดว่าน่าจะรู้กันวันนี้
แต่ก็คงแพ้ครั้งก่อนๆ เพราะครั้งนี้จำหน่ายไปรษณียบัตรไปทั้งหมด 121 ล้านใบ ตามข่าวบอกว่า เมื่อ 29 มิ.ย. มีส่งเข้ามาแล้ว 99 ล้านใบ
จำนวนน้อยไปหน่อย อาจเป็นเพราะมีหลายเรื่องกวนใจคนไทยตอนนี้
ไหนจะพี่ๆ พันธมิตรฯ
ไหนจะประชุมสภาฯ
ไหนจะราคาน้ำมัน
หลายธุรกิจคงผิดหวังกับแคมเปญบอลยูโร 2008
แต่พี่ๆพนักงานไปรษณีย์ไทย อาจแฮ้ปปี้เพราะครั้งนี้ได้แบกน้ำหนักน้อยลง
แค่ 280-290 ตันเท่านั้นเอง
June 30th, 2008
ขึ้นต้นเหมือนชวนเล่นพนันเลยครับ เหมือนว่ามีเครื่องรางของขลังมาให้เช่าก่อนเข้าบ่อน
แต่ไม่ใช่นะครับ และก็ขอเตือนผู้นิยมเสี่ยงโชคทั้งหลายว่า “การพนันไม่เข้าใครออกใคร”
เพราะเล่นแล้ว “ไม่เข้า” มีแต่ “ออก”
ที่บอกว่าเล่นแล้วรวย หมายถึงเล่นกีฬาครับ
ช่วงนี้ฟุตบอลยูโรกำลังโม่แข้งได้ที่ ขอนำสถิติการทำเงินของนักกีฬามาฝากกัน
ต้องไม่ลืมว่าการเล่นกีฬาก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ทำเงินไม่น้อยในยุคนี้
ยุคที่ “ความบันเทิง” ทำเงินมากกว่า “การผลิต”
แต่เบื้องหลังความบันเทิงนี้ มีอะไรที่มากกว่านั้นนะครับ
พรสวรรค์อาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่พรแสวงก็มีส่วนอย่างมากไม่แพ้กัน
การฝึกซ้อมอย่างหนัก ต้องอดทนและใช้ระยะเวลานาน จนทำให้มีทักษะและฝีมือเหนือกว่าคู่แข่ง
David Beckham ซ้อมปั่นฟรีคิก วันละนับร้อยครั้ง กว่าจะเปิดบอลแม่นเหมือนจับวาง
เขาทราย ซ้อมเกิน 100 ยก ก่อนขึ้นชกจริงเพียงครึ่งชั่วโมง
เอาละครับ มาเข้าเรื่องเสียที ว่าเล่นกีฬาอะไรแล้วรวย
ผมไม่ขอพูดถึง 50 อันดับแรกของโลกนะครับ เพราะข้อมูลจะสะท้อนตลาดอเมริกามากกว่าตลาดโลก
เฉพาะนักบาสใน NBA และนักเบสบอล ก็เบียดชาวบ้านตกกระป๋องไปหลายสิบคน
ยังไม่พอ! อันดับทำเงินยังเหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงน้อยมาก
เลยไม่มีอะไรน่าสนใจครับ (แต่ถ้าใครจะสนใจก็ไปดูที่ http://sportsillustrated.cnn.com/more/specials/fortunate50/2007/)
ผมว่า 20 อันดับแรกนอกตลาดอเมริกา น่าสนใจกว่าเยอะ เพราะมีคนเอเชียติดอันดับพอสมควร เผื่อใครหวังจะปั้นลูก ปั้นหลานให้เป็นนักกีฬา จะได้มีความหวัง
ใน 20 คนนี้ มีนักฟุตบอลติดอันดับมากถึง 9 คน ส่วนใหญ่เป็นเงินของเสี่ยหมี เจ้าของสโมสรเชลซี เพราะมีนักเตะสิงห์โตน้ำเงินครามถึง 3 คน
ครึ่งหนึ่งเป็นนักฟุตบอลไปแล้ว ที่เหลือเป็นอะไรบ้าง?
มีนักแข่งรถ 3 คน
นักเบสบอล 3 คน ซึ่งทั้งหมดก็เล่นอยู่ในอเมริกา 2 ใน 3 คนนี้ เป็นญี่ปุ่น
นักเทนนิส 2 คนครับ หนึ่งในนั้น คือ ซาราโปวา นางฟ้าของวงการเทนนิส
นักบาสเกตบอล 2 คน และ กอล์ฟ 1 คน
1. Fernando Alonso (35 ล้านดอลลาร์)
2. Ronaldinho บาเซโลนา (32.7 ล้านดอลลาร์)
3. Roger Federer (31.3 ล้านดอลลาร์)
4. Valentino Rossi (30 ล้านดอลลาร์)
5. David Beckham ลอสแองเจิลลิส (29.7 ล้านดอลลาร์)
6. Yao Ming ฮูสตัน ร็อกเก็ต (27.4 ล้านดอลลาร์)
7. Ichiro Suzuki ซีแอทเติล มาริเนอร์(24 ล้านดอลลาร์)
8. Maria Sharapova (23.8 ล้านดอลลาร์)
9. Thierry Henry บาเซโลนา (21.4 ล้านดอลลาร์)
10. Michael Ballack เชลซี (20.9 ล้านดอลลาร์)
11. Ronaldo เอซีมิลาน (20.7 ล้านดอลลาร์)
12. Hideki Matsui นิวยอร์กแยงกี้ (19 ล้านดอลลาร์)
13. Dirk Nowitzki ดัลลาสมาเวอริคส์ (18.1 ล้านดอลลาร์)
14. Ralf Schumacher (18 ล้านดอลลาร์)
15. Andriy Shevchenko เชลซี (17.3 ล้านดอลลาร์)
16. Alfonso Soriano ชิคาโกคลับ (17.2 ล้านดอลลาร์)
17. Vijay Singh (16.4 ล้านดอลลาร์)
18. Alessandro Del Piero ยูเวนตูส (15.7 ล้านดอลลาร์)
19. John Terry เชลซี (15.5 ล้านดอลลาร์)
20. Steven Gerrard ลิเวอร์พูล (15.4 ล้านดอลลาร์)
(เหอๆ มีทีมที่ผมเชียร์ ติดอันดับมาด้วยอย่างไม่น่าเชื่อ)
ผมแปลกใจเล็กๆ ที่มีนักกีฬาหญิงติดอันดับมาเพียงคนเดียว
แล้ว Michelle Wie สาวน้อยมหัศจรรย์ของวงการกอล์ฟหายไปไหน???
อ้าว! ลืมไปว่าเธอเป็นอเมริกันต่างหาก (ชอบจำว่าเป็นเกาหลี)
Michelle Wie ทำรายได้รวมทั้งปี 20.2 ล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับ 22 ของ 50 อันดับแรกของโลกเชียวครับ และก็เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ติดอันดับ 50 คน

สังเกตไหมครับว่านักกีฬาสาวที่ทำเงินทั้งสองคนต่างจากนักกีฬาหญิงคนอื่นๆอย่างไร
เฉพาะ Michelle Wie เงินรางวัลจากการแข่งขัน มีเพียง 7 แสนกว่าดอลลาร์เท่านั้น
เห็นแบบนี้แล้ว ใครอยากเตรียมอาชีพกีฬาให้ลูก ก็พอจะเห็นแนวทางแล้วนะครับ
June 12th, 2008
หายไปนานเลยครับ นับเวลาเกินอาทิตย์ทีเดียว
ถ้าเป็นต้นไม้ ป่านนี้คงแห้งเฉาและอาจตายไปแล้ว
แต่นี่ยังดี ที่มีแฟนๆแวะเข้ามาเรื่อยๆ
ทำให้ขลุกขลิกยังมีชีวิตชีวาได้ต่อไป
ขอบคุณมากครับ
อย่างที่เคยเล่าไปบ้าง ว่าระหว่างนี้ผมตระเวนดูบ้าน เพราะอยากได้เคหะสถานที่ใหญ่กว่าเดิมสักหน่อย
เอาแค่หลักร้อยตารางเมตรกลางๆ อันนี้พื้นที่ใช้สอยในบ้านครับ
ส่วนที่ดิน ขอเกินหกสิบตารางวา ก็หรูแล้ว (ถ้าใหญ่กว่านี้ ต้องจ่ายค่าส่วนกลางเยอะครับ)
ตอนเลือกบ้าน ว่ายากแล้ว (กว่าจะได้ทิศบ้าน ทำเล สภาพแวดล้อม และอื่นๆอีกมากมาย)
ตอนตรวจรับบ้าน ยิ่งยากกว่าาาาา
แม้จะเตรียมการไปอย่างดี มี checklist อยู่ในมือ แต่พอเอาเข้าจริง มันไม่เป็นไปอย่างคาดครับ
จากประสบการณ์ครั้งนี้ ผมมีเคล็ดไม่ลับ สำหรับการตรวจรับบ้าน มาฝากกัน
นี่ไม่ใช่ “ฉบับสมบูรณ์” นะครับ แต่เป็น trick เล็กๆน้อยๆ ที่น่าลองนำไปใช้ดู
trick แรกคือ พาพรรคพวกไปเยอะๆ ให้มากกว่าจำนวนคนของโครงการ
โดยส่วนใหญ่ เขาจะมีพนักงานขายและทีมวิศวกรอีก 1-2 คน
ดังนั้น ถ้าตอนไปตรวจรับบ้าน มีเพื่อนๆญาติๆไปด้วย ซัก 3-4 คนก็จะดี
โดยปกติหัวหน้าทีม ซึ่งมักเป็นวิศวกร จะเดินประกบ “ว่าที่เจ้าของบ้าน”
และด้วยนิสัยขี้เกรงใจของคนไทย ทำให้เราดูรายละเอียดได้ไม่หมด
ดังนั้น จึงต้องพึ่งทีมงานที่ขนไป ซึ่งเขาจะเดินดูอย่างสบายใจ ไม่มีใครมายืนกดดัน จึงสามารถลูก คลำ เคาะ ได้เต็มที่ ว่าผนังวอลเปเปอร์นูนโป่งหรือไม่
ผมเรียกยุทธวิธีนี้ว่า “ดาวกระจาย”
อันนี้คนละส่วนกับ กลุ่มดาวกระจายที่เป็นข่าวในทีวีตอนนี้นะครับ
trick ถัดมาคือ แอบไปตรวจตอนกลางคืนครับ
เพราะกลางวันมีข้อจำกัดเรื่องแสง
แสงสว่างมากๆ มันจะกลบรอยบุ๋ม รอยโป่ง ดูอย่างไรก็ไม่เห็น ยิ่งถ้าเป็นวอลเปเปอร์สีขาวแล้วด้วย ทุกผนังดูเนียนตามาก
แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืน แสงไฟจะสว่างพอประมาณ ยิ่งถ้าปิดไฟใช้ไฟฉายส่อง จะยิ่งเห็นได้ชัดว่า ผิวเรียบเนียนแบบวัยรุ่น หรือมีรอยย่นแบบคนมีอายุ
บางคนอาจแย้งว่า จะเข้าไปดูตอนกลางคืนได้อย่างไร เพราะออฟฟิศขาย เขาปิดแล้ว
อันนี้ก็ต้องตีซี้กับพนักงานขาย
แต่ถ้าเราตกลงปลงใจ ถึงขั้นจ่ายเงินจองไปแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลใด ที่จะไม่ให้เข้าไปดู
เพียงแต่โทรแจ้งเขา แล้วเขาจะได้บอกทีม รปภ. ไว้
แค่นี้ก็สบายบรือ…
ช่วงกลางคืนนี้แหละครับ เป็นเวลาที่เหมาะมาก
เพราะอากาศไม่ร้อน และถ้าทานข้าวมาให้เรียบร้อยด้วยก็จะเป็นการดี
trick สุดท้ายที่อยากแนะนำ คือ ไปตรวจหลังฝนตก
ใครตรวจรับบ้านหน้าฝน ก็ได้เปรียบไปหนึ่งอย่าง คือได้ทดสอบหลังคา ระเบียง กันสาด ไปในตัว
ผมมีจังหวะเข้าไปตรวจหลังจากฝนตกในช่วงกลางคืน
พอไปถึงก็เห็นเลยครับ ว่าน้ำขังบนขอบเฉลียงหน้าบ้าน
จำนนด้วยหลักฐานขนาดนี้ “ต้องแก้ไข” สถานเดียว
ยังไม่พอครับ
แม้จะไปหลังฝนตก แต่ถ้าเป็นช่วงกลางวัน เราจะถูกธรรมชาติหลอก
เพราะเมื่อผมไปหลังในตกในช่วงค่ำ จะเห็นตำแหน่งน้ำขัง มากกว่า 1 จุด
ใช่แล้วครับ! ตอนกลางวันแดดร้อนจัด
ตำแหน่งที่ผมเห็นตอนกลางคืน พอกลางวันโดนแดดเลียมันก็หายไปเสียแล้ว!
แต่ทั้งสามวิธีนี้ ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน
บ้างก็ได้เพียงหนึ่ง หรือสองวิธี เท่าที่เวลาและฟ้าฝนจะเป็นใจ
แต่ถ้าใครบังเอิญทำ hat trick คือครบทั้งสามวิธี ก็น่าจะทำให้ได้บ้านที่สมบูรณ์มากขึ้น ลดปัญหาในภายภาคหน้า
June 10th, 2008
Previous Posts