Archive for the Category »อื่นๆอีกมากมาย «

หลายปีก่อน คนไทยได้รู้จักเจ้าชายองค์หนึ่ง ซึ่งตอนนี้ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ของประเทศแล้ว
ท่านเป็นที่รู้จัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความหล่อเหลา (ไม่รู้ว่า ราชาศัพท์ เขาใช้คำว่าอะไร)
แต่อีกด้าน เป็นเพราะท่านมาจากประเทศที่ไม่มีความใหญ่โต หรือเจริญก้าวหน้าทางวัตถุเท่าใดนัก แต่ประเทศนั้นกลับได้ชื่อว่า ประชาชนอยู่อย่างมีความสุข

ความสุข จึงเป็นสิ่งที่คนไทยเริ่มพูดกันเยอะขึ้นตั้งแต่นั้นมา
ถึงขนาดที่ว่านักวิชาการหลายคน เสนอให้มีการคำนวณ ‘ความสุขมวลรวมของประเทศ’ พูดให้ดูเป็นนักวิชาการ ก็คือ Gross Domestic Happiness นั่นแหละครับ
แทนที่จะวัดเฉพาะ ‘ผลผลิตมวลรวมของประเทศ’ เท่านั้น

พูดง่ายๆ ก็คือ อย่าวัดแค่ว่า ‘เราทำได้เยอะแค่ไหน’
แต่ควรวัดว่า ‘ทำแล้วมีความสุขหรือเปล่า’ ด้วย

ผมว่าเป็นวิธีคิดที่ดีครับ
เพราะ ‘ความทุกข์’ ก็เป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง หากแต่เป็นต้นทุนซ่อนเร้น ที่หลายคนมองข้าม
การลงทุนหาระบบมาคอยจับผิดพนักงานไม่ให้อู้งาน หรือไม่ให้มาสาย เป็นตัวอย่างง่ายๆของ ต้นทุนที่ต้องจ่าย
…กลับกัน ถ้าพนักงานมีความสุข เราก็ไม่ต้องลงทุนตรงนี้ แถมพนักงานจะมีไอเดียดีๆมานำเสนออีกต่างหาก

ผมเคยได้ยินมาว่า ‘พ่อครัวที่มีความสุขจะปรุงอาหารได้อร่อยกว่า คนกำลังอมทุกข์เข้าครัว’
ฟังแล้วน่าสนใจนะครับประโยคนี้ แต่อย่าเพิ่งเชื่อทันที ของแบบนี้ต้องพิสูจน์
จากนั้นผมก็เลยลงมือทำอะไรสักอย่าง นั่นคือ เขียนบล็อกครับ

ผมอยากรู้ว่า ถ้าผมสนุกกับการเขียน มีความสุขกับการเล่า แล้วคนอ่านจะรับรู้สิ่งนี้หรือเปล่า?
ความสุขและสนุกของผม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ปีครับ จากนั้นก็ถึงมือผู้รับ และนั่นจึงเกิดการรวมเล่มทำเป็นหนังสือ ‘จิบความคิด สะกิดไอเดีย’
การได้ออกหนังสือ ทำให้ผมได้เรียนรู้มากมาย ได้รู้จักเพื่อนใหม่อีกหลายคน และที่สำคัญได้ตังค์ด้วย
(แหะๆ อันหลังนี้เป็นผลพลอยได้ครับ)

ผมอยากจะเรียกมันว่า ความสุขสะท้อนกลับ

พอเห็นว่า ‘ความสุข’ มันเด้งได้ ผมจึงอยากลองสร้างเวทีใหม่
หวังให้ความสุขกระจายได้มากขึ้น
ตอนนี้หน้าแฟนเพจใน facebook ก็มีคนกดปุ่ม ‘ชอบ’ เกิน 50 คนแล้ว
ตั้งใจว่า ถ้ามีจำนวนมากพอ จะขอทำ ebook แจกแฟนๆฟรี สัก 1 เล่ม เป็นการสมน้ำหน้าคุณ โทษฐานที่ตามอ่านกันดีนัก
เป็น กฎกติกา ที่ผมคิดเอง ทำเอง และเปลี่ยนแปลงเองได้ตลอดเวลา

ที่เขียนมายืดยาววันนี้ ก็แค่อยากให้ทุกคน ลองสร้างเวทีความสุข แล้วจะรู้ว่ามันสนุกแค่ไหน
ใครสร้างเวทีใดไว้ ก็อย่าลืมแจ้งมานะครับ ผมจะขอไปแจมด้วย

มาขว้างความสุขใส่กัน เพื่อลูกหลาน และประเทศของเรา
เย้!


ทุกปีเราจะคุ้นกับคำว่า ‘งดเหล้าเข้าพรรษา’ แม้ว่าบางคนจะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ยัง ‘ซดเหล้าเข้าพรรษา’ อยู่บ้าง แต่ก็ยอมรับว่า แคมเปญนี้ทำให้เกิดการตื่นตัวไม่น้อยทีเดียว

แต่แคมเปญที่จะรณรงค์ในช่วงวันเข้าพรรรษาปีนี้ เปลี่ยนไปครับ
ไม่ใช่แค่เรื่องงดเหล้า แต่เขาขยายเครือข่ายครอบคลุมถึงเรื่องอาหารการกินด้วย

แต่ที่ผมยกนิ้วให้ เป็นเรื่องวิธีการนำเสนอครับ
เขาจะพิมพ์ข้อความลงในกระดาษ เพื่อทำเป็น ‘ใบสั่ง’ ไว้แจกจ่ายกลุ่มเป้าหมาย
โดยในใบสั่งนี้ จะมีข้อความทำนองว่า

1. ตั้งใจลดน้ำหนักตัวเอง โดยให้ระบุน้ำหนักที่ต้องการลดในช่วง 3 เดือน ซึ่งการลดน้ำหนักที่ดีไม่ควรเกินสัปดาห์ละ 1 กิโลกรัม
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 3 วันต่อสัปดาห์ครั้งละ 30 นาที
3. กินผักผลไม้ทุกมื้อ
4. กินข้าวกล้องทุกมื้อ
5. ลดการกินหวาน มัน เค็ม
6. กินเจหรือมังสวิรัติทุกวันพระหรือวันเกิด ตลอดช่วงเข้าพรรษา
7. ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลมหรือน้ำที่มีรสหวาน
8. งดเหล้า งดบุหรี่
9. สวดมนต์ไหว้พระ หรือปฏิบัติตามหลักศาสนามอย่างเคร่งครัด และทำจิตใจให้สงบ

เห็นรายการแล้ว บางคนอาจขอต่อรอง
“ตามสบายเลยครับ”
กระทรวงสาธารณสุขเขาก็ไม่ได้บังคับหรอก แถมเปิดโอกาสให้เลือกทำเป็นบางข้อก็ได้ เอาแบบค่อยเป็นค่อยไป ใครมีกรรมเก่าเยอะ ก็ต้องใช้เวลามากหน่อย

กิจกรรมนี้ จะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เกือบ 1 ล้านคนทั่วประเทศ แบ่งกำลังกระชับวงล้อม ในอัตรา 1 คนเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อแจกจ่ายให้ได้ 9 คน
งานนี้ไม่แจกสะเปะสะปะ เพราะเขามีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนครับ
ใครอายุไม่ถึง 35 ปี หมดสิทธิ์ได้รับ!
ฟังแล้วน่าอิจฉาไหมครับ?
แต่ถ้าใครอยากได้จริงๆ ผมจะสละสิทธิ์ให้

สาเหตุที่ทางการลุกขึ้นมาเอาจริงเรื่องนี้ ก็เพราะเห็นตัวเลขอันน่าตกใจ
ลองมาดูด้วยกันไหมครับ?
353,189 คน ป่วยเป็นโรคเบาหวานแต่ยังไม่รู้ตัว และอีก 1.7 ล้านคน อยู่ในข่าย ‘เกือบเป็นโรค’ คือมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าค่าปกติ หากไม่ดูแลตัวเอง ก็เตรียมเพิ่มจากผู้ป่วยได้เลย
651,867 คน ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงแต่ยังไม่รู้ตัว แล้วยังมีอีก 2.4 ล้านคน อยู่ในข่าย ‘เกือบเป็น’ เหมือนกัน

ตัวเลขนี้ คือ ผู้ไม่รู้ว่าตัวเองป่วย
ถ้าใครไม่อยากอยู่ในกลุ่มนี้ ก็รีบทำตาม ‘ใบสั่ง’ ดีกว่าครับ!