Archive for the Category »ใช้เงินให้คุ้ม «


หายไปหลายวันเลย ยังไม่ได้หนีไปเที่ยวที่ไหน
แต่เป็นช่วงคลุกวงในครับ!!!
โดนต้อนจนหลังพิงเชือก ต้องย่อตัวหลบหัวไปมา ภาวะคับขันแบบนี้นอกจากสายตาดีแล้ว ประสบการณ์ก็มีส่วนอย่างมาก หวังว่าจะประคองตัวจนผ่านยกนี้ไปได้
งานเข้าช่วงปลายปีแบบนี้ หากไม่รีบทำให้เสร็จ ก็มีหวังอดเที่ยวหน้าหนาว
ใครผ่านมาเห็นเข้า นึกว่าผมกำลังฟิตซ้อม จะแข่งจักรยานที่ซีเกมส์
หามิได้ครับ ไอ้ที่ปั่นอยู่นี่ งานนะ ไม่ใช่จักรยาน

วันนี้มาแบบ ‘มวย’ ผสม ‘สองล้อ’ เสียบ้าง เพราะหลายคนเริ่มจะเดาทางได้ว่ามันจะบ้าบอลไปถึงไหน?

ช่วงเช้าวันนี้บรรยากาศริมฟุตบาทดูคึกคักเป็นพิเศษเลยครับ มีการมุงดูเป็นจุดๆ และคิดว่าพอสายๆหรือใกล้เที่ยง คนกลุ่มนี้ก็จะระเหิดไปตามสายลมและแสงแดด ก่อนจะไปนั่งลุ้นเลขท้าย 2 ตัว
อะแฮ่ม! วันนี้หวยออกครับ
ความสุขเล็กน้อย บนความหวังอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ ‘เสี่ยงดวง’

แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าการเล่นหวย เป็น ‘เกมติดลบ’ (Negative Sum Game) คือ หากเอาเงินรางวัลทุกประเภทที่คนเล่นหวยทุกคนแทงถูก ลบด้วย เงินที่ซื้อหวยพลาด ยังไงก็ติดลบครับ
มีแต่เจ้ามือเท่านั้น ที่ฟันกำไร

แต่คนที่พลาด ก็ยังซื้อหวยงวดต่อไป เพราะมั่นใจว่าเลขเด็ดของตนเอง จะต้องออกรางวัลแน่ๆ เพียงแต่ไม่รู้งวดไหน
ดังนั้น จึงตามซื้อต่อไป
บางคน เล่นอยู่เลขเดียว เล่นอย่างไรก็ไม่ถูก ก็แน่ละซิ เพราะไม่มีรางวัลเลขท้าย 1 ตัว แหะๆ ไม่ใช่ครับ เลขเดียวในที่นี้หมายถึง เลขชุดเดียว อาจเป็น สองตัว สามตัว หรือ หกตัว
ตามเป็นสิบงวด จนท้อใจ แต่พอเลิกซื้อ งวดถัดไปก็ออกทันที

ในขณะที่เราทุกคนต่างใช้ชีวิต โดยต้องลุ้นว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
เราก็ได้ลุยสมรภูมิบริหารความเสี่ยงไปด้วย โดยไม่รู้ตัว
ลองดูตัวอย่างเหล่านี้ซิครับ

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็พยายามเลือกคณะที่ชอบ จบมาแล้วมีงานทำ
พอสมัครงาน ก็เลือกบริษัทที่มีความมั่นคง จ่ายเงินเดือนงามๆ มีโบนัสสวยๆ ยิ่งถ้า ‘ขาว สวย หมวย …’ ด้วยก็จะยิ่งดี
โบนัสไม่ได้แปลว่า เงิน เสมอไปนะครับ
สำหรับนักกีฬา ‘โสดข้ามรั้ว’ (คนโสดที่พ้นจากรั้วมหาวิทยาลัย) สถานที่ความหวังสุดท้าย ก็ที่ทำงานนี่แหละ!

เงินเดือนออกที ก็เต็มที่กับเพื่อนๆ อยู่ในร้านก็ “อ้าว! ชน หมดแก้ว”
ออกจากร้านก็ “อ้าว ชน! รถใครหว่า”

เก็บเงินได้หน่อย ก็ผ่อนรถไว้ใช้ ซื้อคอนโดฯไว้เก็งกำไร
เห็นทองขึ้นราคา ก็รีบซื้อทองเก็บไว้ เดี๋ยวแพงกว่านี้อีกแน่ แต่ “ทำไมราคามันลงหลังเราซื้อหว่า”
ทำงานสักพักชักเบื่องานประจำ อยากทำธุรกิจของตนเอง แต่ไม่รู้จะทำอะไร ไอ้ที่พอคิดได้ก็มีคนทำแล้ว
งั้น! ไปซื้อกิจการบริษัทมหาชน เลือกหุ้นพื้นฐานดีๆ ตามทฤษฎีเป๊ะเลย
แต่อดใจไม่ไหวกับตัวเลขขึ้นลง จึงซื้อเช้าขายเย็น เหมือนเล่นหวย

เห็นไหมครับว่า ได้เล่นทั้งเกมติดลบ และเกมติดบวก
ตอนเล่นเกมติดบวก เราคิดหลายตลบ อ่านหนังสือ หาข้อมูล ปรึกษาผู้รู้ ก่อนจะตัดสินใจ
เป็นการคิด แบบนักลงทุน ต้องคำนวณผลตอบแทนที่จะได้รับและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
แต่พอซื้อหวย แทงบอล หรือเข้าบ่อน กลับไม่คิดแบบนั้น
เอ… ทำไม สองมาตรฐานเสียหล่ะ

หลายคน เลือกที่จะอธิบายเหตุผลในการเล่นเกมติดลบ ว่า ‘ให้รางวัลกับชีวิต’ เป็น ‘ความสุขเล็กๆน้อยๆ’
มีผู้เชี่ยวชวด (คือเชี่ยวชาญ ด้านการ ‘ชวดรางวัล’) บอกว่า ความสนุกของการซื้อหวย คือตอนลุ้นรางวัล ยิ่งรางวัลใหญ่ๆ ลุ้นไปทีละหลัก ยิ่งตื่นเต้นสุดๆ
ผมว่า มันก็ดีครับ ชีวิตอย่างไปเครียดทุกเรื่อง
เพียงแต่ว่า อย่าเผลอไปให้รางวัลมากไป เดี๋ยวความสุขเล็กๆน้อยๆ จะกลายเป็นความทุกข์อันยิ่งใหญ่

ภาพจาก treehugger.com

วางแผนไว้ว่า คืนวันเสาร์ดูบอลให้สบายอุรา ตื่นเช้ามาค่อยไปเดินงานบ้านและสวน แบบชิวๆ
ที่ไหนได้ เจอฟูแล่มสอยซะปีกหัก เกือบหาทางกลับแอนฟิลด์ไม่ถูก
ผู้เล่น 11 คนเท่ากัน ยังทำได้แค่สูสี แล้วพอโดนไล่ออกไปสองหน่อ มันจะเหลืออะไรละครับพี่น้อง?

ผมไม่ขอวิจารณ์แทคติกของ ราฟา เบนิเตส หรอกนะครับ
แต่แปลกใจว่า ทีมนี้หรือ ที่ขย่มแมนยูไปเมื่อ 6 วันก่อน
เอ… หรือว่า นักเตะพวกนี้โรคจิต ชอบเจอทีมใหญ่
ถือคติ “เล็กๆไม่ ใหญ่ๆเอา”

ด้วยความเซ็งและหงุดหงิด ภารกิจวันอาทิตย์จึงเปลี่ยนไป
เป้าหมายเพื่อระบายอารมณ์
ผมเคลียร์รถซะโล่ง เพื่อเตรียมรับศึกวันนี้เต็มที่ครับ

หลังจากเดินงานแฟร์บ่อยๆ ผมก็เริ่มจับทางได้
และรู้สึกว่า มันช่างคล้ายฟุตบอลโลกเหลือเกิน
“นัดเปิดสนาม ไม่ได้ดูไม่เป็นไร แต่นัดสุดท้าย ต้องห้ามพลาด”

แต่การไปเดินซื้อของวันสุดท้าย ก็ต้องพึ่งโชคและเทคนิคเล็กๆน้อยๆ
โชคที่ผมว่า คือสินค้าที่เอามาขาย ต้องเผื่อใจครับว่า ของสวยๆดีไซน์งามๆ อาจไม่เหลือถึงนัดชิงชนะเลิศ

บรรยากาศคึกคักอย่างที่คาดไว้ครับ ตั้งแต่ลานจอดรถยันฮอลล์จัดงาน
พอหลบไอร้อนในหน้าหนาว เข้าสู่ห้องแอร์ ผมก็ต้องประหลาดใจ
“เฮ้ย! ปีนี้บ้านและสวนฯ มาแปลก มีขายเสื้อผ้าด้วย”
ไม่รู้ว่า ‘ทดลองตลาด’ หรือ ‘ขาดคนมาออกร้าน’

ใช้เวลาครึ่งค่อนวัน ได้ของเกือบเต็มรถ และยังมีอีกบางส่วนให้ไปส่งที่บ้าน
งานนี้ SMEs ได้สภาพคล่องจากผมไปพอสมควร

จากประสบการณ์ 1 เดือนอันตราย ของการซื้อใน 4 งานแฟร์แห่งปี ผมก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาฝากครับ

1. อย่าช้า
วันสุดท้าย ใครๆก็จ้องครับ
ฉะนั้นแล้ว ควรไปแต่เนิ่นๆ นอกจากจะหาที่จอดรถง่าย แล้วยังทำให้มีเวลาเดินดูของหลายรอบ
ถ้าจะให้ดี แบ่งให้ชัดไปเลย ชิ้นไหนต้องซื้อ หรือ ชิ้นไหนถูกใจก็ซื้อ
เพราะของบางชิ้นมีจำนวนจำกัด หากคิดเดินดูก่อนเดี๋ยวกลับมาเอา อาจจะไม่เหลือครับ!

2. ร้านไม่มีคน ก็น่าเข้า
แน่นอนว่า ร้านไหนคนมุงเยอะ แปลว่ากำลังลดกระหน่ำ อันนี้ใครๆก็รู้กัน
แต่การที่ร้านไม่มีคน แล้วเราเดินเข้าไปเลือก เหมือนเป็นการซื้อใจคนขายครับ
ผมรู้สึกตัวเองเป็น นางกวัก
จากที่ไม่มีคน พอเดินเข้าไปเลือก ไปถามราคา สักพักคนก็เต็มร้าน
เผลอๆคนขาย ลดราคาให้พิเศษ โทษฐานที่ช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้าน
“ถ้าร้านเงียบ คนซื้อจะไม่กล้าเข้า แต่พอมีคนมุง ก็จะเดินเข้ามาดู”
พี่คนขายเฉลยความลับ

3. เล็งชิ้นโชว์
การขายสินค้า ผู้ค้ามักเลือกชิ้นที่ดีที่สุดในการ display ใช่มั๊ยครับ?
แต่พอตั้งโชว์หลายวัน สภาพก็เริ่มเปลี่ยนไป
ร้านค้าหลายแห่ง จึงเต็มใจที่จะปล่อยของเมื่อหมดงาน เพราะเมื่อถึงอีเว้นท์ใหม่ก็ต้องแกะกล่องใหม่อยู่ดี

ผมไม่ได้ตั้งใจจะซื้อชิ้นโชว์หรอกครับ แต่สีและทรงที่อยากได้ มันไม่มีเหลือ
“จะเอาตัวโชว์เลยหรือคะ?”
“ครับ” ผมยืนยันความอยากได้
“งั้นพี่ให้ราคาพิเศษ”

4. ร้านต้องห้าม
ผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่มีความสุขกับการขอลดราคา แม้ว่า ‘ป้ายที่ติดไว้’ ไม่ได้แพงเลย
การได้ลด เหมือนเป็นชัยชนะของคนซื้อ
ร้านค้าหลายแห่งที่รู้ไต๋ จึงตั้งราคาไว้เผื่อลด แต่ถ้าเผื่อมากไป ลูกค้าอาจตกใจกับราคา พากันเดินหนีก่อนจะขอลด ดังนั้นการตั้งราคาจึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง

แต่ก็มีบางร้าน ที่ไม่ใช้กลยุทธ์นี้
ดังนั้น ถ้ามีคำพูดประมาณว่า “ลดไม่ได้ค่ะ” ก็อย่าริไปขอลดให้เสียเวลาครับ
กลับไปดูตัวเลขที่ป้าย ถ้ารับได้ก็ซื้อ

5. คุยสนุก
ปกติคนขาย มักจะให้ความเป็นกันเองกับลูกค้าอยู่แล้ว
หากคนซื้อ ชวนเสวนานิดหน่อย ก็อาจได้สิทธิพิเศษ
ความพิเศษ ไม่ได้อยู่ที่ราคาเสมอไป บางทีก็มาในรูปของ ‘มิตรภาพ’
เป็นความสุขที่ประเมินค่ามิได้
การแลกนามบัตร ขอเบอร์โทร อาจเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ว่า ผมเจอที่พิเศษกว่า
เคยมั๊ยครับ ที่พี่คนขาย หยิบไอโฟนขึ้นมา “ขอถ่ายรูปด้วยครับ” “เผื่อวันหลังจะได้ทักกันถูก” เป็นการทำโพรไฟล์ลูกค้าที่ทันสมัยมากๆ
แต่เอ… หรือว่าแกกลัวผมจะเบี้ยว เพราะจ่ายมัดจำไปแค่ 2 พัน แต่งานราคาเกินหมื่น