Archive for the Category »ฟุตบอล «

เวลาพูดถึงสินค้าไพรเวทแบรนด์(Private Brand อาจเรียกย่อว่า PB) หลายคนจะนึกถึงสินค้าเลียนแบบที่วางขายในร้านค้าปลีกเท่านั้น แต่อันที่จริง แนวคิดผลิตสินค้ายี่ห้อของตัวเอง มีอยู่ทุกวงการ

ก่อนอื่นขอขยายความคำว่า ไพรเวทแบรนด์นิดหน่อยครับ เพราะมีชื่อเรียกแบบอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกัน คือ House Brand ซึ่งจะหมายถึง การใช้ยี่ห้อร้าน เป็นยี่ห้อสินค้า ยกตัวอย่างเช่น ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต มีกระดาษทิชชูยี่ห้อ ‘TOPs’
ในขณะเดียวกันก็มีน้ำมันมะกอกและน้ำดื่ม ยี่ห้อ ‘Cooking for Fun’ และ ‘MyChoice’

ยี่ห้อแรกเป็นเฮ้าสแบรนด์ ส่วนสองยี่ห้อหลังนี้คือ ไพรเวทแบรนด์
“เออ… ฟังๆดูก็ไม่เห็นจะต่างกัน”
ใช่แล้วครับ มันก็คือยี่ห้อ ของห้างฯท็อปส์ ทั้งหมดนั่นแหละ
และเพื่อป้องกันความสับสน (ทั้งลูกค้าและพนักงานของบริษัท) ท็อปส์ก็เรียกชื่อสินค้าทั้งหมดเสียใหม่ว่า Own Brand
ผมว่าแบบนี้ชัดเจนขึ้นเยอะเลย เพราะความหมายตรงตัวดี

Own Brand = แบรนด์ของ goo

อีกเหตุผลที่เลี่ยงคำว่า ไพรเวทแบรนด์ หรือ เฮ้าสแบรนด์ เพราะสองคำนี้ ถูกสร้างภาพให้เป็นผู้ร้าย เพราะเมื่อเอ่ยถึง ไพรเวทแบรนด์ ลูกค้าจะนึกถึง สินค้าราคาถูก, สินค้าเลียนแบบยี่ห้อดัง, สินค้าด้อยคุณภาพ ซึ่งของเหล่านี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาพลักษณ์ดี

ต้องยอมรับครับว่า สินค้าไพรเวทแบรนด์ในร้านค้าปลีก ส่วนใหญ่จะเกิดมาเพื่อทำตลาดล่าง เจาะกลุ่มคนกำลังซื้อต่ำ
ดังนั้น จึงเป็นการยากที่ชนชั้นล่าง จะก้าวเป็นผู้นำ
ภารกิจยกระดับชนชั้น จึงเป็นงานยาก ที่ผู้ค้าปลีกต้องหาทางออกกันต่อไป

อืม! สินค้ายังมีแบ่งชนชั้นกันด้วย

แต่หากเป็นธุรกิจอื่น การผลิตสินค้ายี่ห้อของตนเองขึ้นมาขาย ไม่ได้เจาะกลุ่มคนเงินน้อยเสมอไป ตรงกันข้าม สินค้าบางอย่าง ต้องกระเป๋าหนักจริงๆ จึงจะซื้อได้

ธุรกิจที่มาแนวนี้ ก็คือสโมสรฟุตบอลครับ
เนื่องจากมีฐานลูกค้าแน่นอน และเป็นลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์สูงเสียด้วย
ดังนั้นการทำสินค้าเพื่อเอาใจแฟนบอล จึงไม่ใช่เรื่องยาก

และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ สินค้าแต่ละชิ้นจะต้องไม่ธรรมดา ต้องมีการพิสูจน์ความรักกันนิดหน่อย
ใช่แล้วครับ ของเหล่านี้ราคาจะแพงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่วางขายในท้องตลาด
ใช้ราคาเป็นเครื่องพิสูจน์ความรัก
ส่วนพี่ไทยใจอังกฤษ ก็มีวิธีพิสูจน์ความรักเหมือนกัน
เป็น ‘รักข้างสนามศุภฯ’

เงินไม่ถึง แต่ใจถึง ซะอย่าง!!!

ยิ่งธุรกิจฟุตบอลขยายใหญ่ไปทั่วโลก มีการถ่ายทอดสดทุกอาทิตย์
ชื่อสโมสรจึงมีมูลค่าไม่แพ้ยี่ห้อดังๆของโลก

นี่จึงเป็นโอกาสของสโมสรยักษ์ใหญ่ ที่จะหารายได้ นอกเหนือจาก เงินรางวัล, สปอนเซอร์หลัก, ตั๋วเข้าชม และลิขสิทธิ์ถ่ายทอด
สินค้านานาชนิด จึงถูกเข็นออกมาขาย
ไล่เรียงตั้งแต่ เสื้อผ้าชุดแข่งขัน ชุดวอร์ม หมวก ผ้าพันคอ ไปจนถึงเนกไท ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว หมอนข้าง สมุดโน้ต ปากกา และล่าสุด
ชุดชั้นใน
สโมสรที่ใจกล้าท้าเปิดขนาดนี้ คือ รีลมาดริด ครับ
ทีมที่ได้ชื่อว่ารวยที่สุดในโลก เพราะเข้าใจวิธีหาเงินได้เก่งเหลือเกิน
การทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดัง อาจจะถูกมองว่า ‘บ้า’ แต่นั่นก็เป็นเทคนิคการเรียกศรัทธาจากแฟนบอล และช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งขึ้น
แต่ถึงจะไม่ได้แชมป์ ชื่อเสียงของนักเตะ อย่าง ‘กาก้า’ และ ‘โรนัลโด้’ ก็ทำรายได้ให้ไม่น้อย
อย่างปีที่ผ่านมา รายได้จากของที่ระลึกทำเงินให้สโมสรกว่า 1 ใน 4 ของรายได้รวมเชียวนะครับ
คิดเป็นเงินก็ 90 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

แต่บางคนบอกว่า สินค้าตัวนี้เป็นวิธีแก้เคล็ด
เพราะมีทั้ง Cup F และ Cup A แล้วถ้วย FA Cup จะหนีไปไหน
more…


สกอร์ 4-0 คงทำให้เดอะค็อป ดี๊ด๊ากันใหญ่
ฟอร์มการเล่นจัดว่าแจ่มใช้ได้

แต่การจัดตัวลงสนาม 11 คนแรกนี่ซิน่าสนใจไม่น้อย
ดูเหมือนว่า ราฟา จะเข็ดจากฤดูกาลที่แล้ว อุตสาห์แพ้น้อยแค่สองนัด แต่กลับได้เป็นท่านรองฯ เท่านั้น
ปีนี้จึงต้องเน้นทุกนัด
ใครเชียร์ลิเวอร์พูล ก็เตรียมตัวดูบอลน็อคเอาท์ทั้งฤดูกาลได้เลย

ราฟา พอจะหาทางจัดการทีมใหญ่ได้ โดยเอาเจอราร์ดไปเล่นกองหน้าคู่ตอร์เรส สูตรนี้ช่วยให้กองกลางทีมชาติอังกฤษทำสถิติยิงประตูถล่มทลาย
สูตรนี้ เหมือนหงส์มีกองกลางตรงกลางสนามถึง 3 คน เพราะเจอราร์ด ยืนควบสองตำแหน่ง

แต่ถ้าเจอทีมเล็ก ที่เน้นเกมรับเหนียวแน่น ผู้เล่น 10 คน ตั้งรับอยู่ในฝั่งตัวเอง หงส์ก็เจาะไม่ผ่าน
อาจไม่ต้องตั้งรับก็ได้ครับ แค่ยืนเฉยๆ 10 คนก็เกะกาพอแล้ว

ราฟา จึงต้องหาสูตรใหม่ เอาไว้เจอทีมเล็ก
เป็นโชคดีของหงส์ ที่มาสเคราโน่เจ็บ (อันที่จริง ต้องนับถึง อลองโซ่ ที่ย้ายออกไปด้วย) ทำให้ไม่มีตัวเลือกในแดนกลาง
ผู้จัดการทีม จำใจดึงเจอราร์ดมาเล่นกองกลาง
แล้วเพิ่มนักเตะประเภทลูกครึ่ง
เออ… ครึ่งกองหน้าครึ่งกองกลาง
ลงไปเล่นอีกหนึ่งคน

สูตรนี้ทำให้หงส์มีนักเตะตักรุก เกินครึ่งทีมอยู่ในสนาม
แต่เป็นตัวรุกที่เคลื่อนที่เร็ว ไม่ใช่ประเภทยืนทื่อรอให้ลูกบอลวิ่งมาหา

สองสามปีที่ผ่านมา แฟนหงส์จะคุ้นว่ามีกองกลางตัวคุมจังหวะเกมอย่างน้อยๆหนึ่งคน ไม่อลองโซ่ก็เป็นมาสเคราโน่
แต่เมื่อคืน ไม่มีทั้งสองหน่อ
ส่วนเจอราร์ดที่ได้รับบทตัวคุมเกม ยังไม่ยืนปักหลักอยู่ตรงกลาง
ดันขึ้นไปยิงเป็นระยะๆ

การเปลี่ยนบทเพลย์บอย เอ้ย เพลย์เมกเกอร์ จากเจอจาร์ด ไปเป็นเบนายูน เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
เพราะกองกลางทีมชาติยิว พริ้วกว่าเยอะ ยิ่งถ้าเจอทีมที่ฝีมือด้อยกว่า แกจะเลี้ยง ชิง คลึง ได้อย่างสนุกสนาน

ผมว่า สูตรนี้แหละครับ ลงตัวแล้ว
แต่ไม่รู้ ราฟาจะใจถึงทุกนัดหรือเปล่า

เจอทีมรองบ่อน ก็ให้เบเนยูน เป็นตัวทำเกม แล้วเจอราร์ดคุมแดนกลาง มีเลว่า เป็นตัวฟรี
แต่พอเจอทีมใหญ่หรือแชมป์เปี้ยนลีค ก็ดันจอร์ราดไปยืนกองหน้าคู่ตอรเรส เอา มาสเคราโน่มาตัดเกมตรงกลาง
แต่ถ้าเลี่ยงได้ ไม่ต้องเอา เลว่า ลงไปเป็นตัวฟรีนะครับ
เดี๋ยวจะกลายเป็น ทั้งแจกทั้งแถม ฟรีสมชื่อเลยทีนี้!
ภาพจาก สยามกีฬา