Archive for the Category »ฟุตบอล «

ผ่านไปแล้ว 6 นัด ดูท่าว่าฟุตบอลโลกปีนี้จะสูสีกว่าทุกครั้ง
อังกฤษไม่ได้เป็นต่อสหรัฐ อย่างที่เกจิคาดการณ์ไว้ แต่อังกฤษครั้งนี้มีสีสันที่โค้ช เพราะคาเปลโล แกคิดเร็วทำเร็ว เหมือน ตัน โออิชิ เลยครับ แค่ 30 นาที เห็นจุดอ่อนปุ๊บ แกก็เปลี่ยนตัวทันที
น้อยครั้งนัก ที่โค้ชจะเปลี่ยนตัวก่อนหมดครึ่งแรก เว้นแต่ว่านักเตะจะบาดเจ็บหนักจนเล่นต่อไม่ไหว
ส่วนเกาหลีใต้ ก็ยกระดับขึ้นอีกขั้น
จำได้ว่าหลายปีก่อน เกาหลีใต้ตั้งเป้าในฟุตบอลโลก เพียงจำนวนประตูที่ยิงได้
ถัดมา ขอชนะ สักเกม
แต่เดี๋ยวนี้ตั้งเป้าสูงไปอีกขั้น เป็นพัฒนาการที่น่าจับตามองมากๆ

เดี๋ยวรอดูฟอร์ม ทีมชื่อดังอย่าง เยอรมัน อิตาลี สเปน และฮอลแลนด์ จะมีดีมาอวดแค่ไหน หรือว่าเหลือแค่ชื่อเสียงเก่าๆ

เวลาพูดถึงสินค้าไพรเวทแบรนด์(Private Brand อาจเรียกย่อว่า PB) หลายคนจะนึกถึงสินค้าเลียนแบบที่วางขายในร้านค้าปลีกเท่านั้น แต่อันที่จริง แนวคิดผลิตสินค้ายี่ห้อของตัวเอง มีอยู่ทุกวงการ

ก่อนอื่นขอขยายความคำว่า ไพรเวทแบรนด์นิดหน่อยครับ เพราะมีชื่อเรียกแบบอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกัน คือ House Brand ซึ่งจะหมายถึง การใช้ยี่ห้อร้าน เป็นยี่ห้อสินค้า ยกตัวอย่างเช่น ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต มีกระดาษทิชชูยี่ห้อ ‘TOPs’
ในขณะเดียวกันก็มีน้ำมันมะกอกและน้ำดื่ม ยี่ห้อ ‘Cooking for Fun’ และ ‘MyChoice’

ยี่ห้อแรกเป็นเฮ้าสแบรนด์ ส่วนสองยี่ห้อหลังนี้คือ ไพรเวทแบรนด์
“เออ… ฟังๆดูก็ไม่เห็นจะต่างกัน”
ใช่แล้วครับ มันก็คือยี่ห้อ ของห้างฯท็อปส์ ทั้งหมดนั่นแหละ
และเพื่อป้องกันความสับสน (ทั้งลูกค้าและพนักงานของบริษัท) ท็อปส์ก็เรียกชื่อสินค้าทั้งหมดเสียใหม่ว่า Own Brand
ผมว่าแบบนี้ชัดเจนขึ้นเยอะเลย เพราะความหมายตรงตัวดี

Own Brand = แบรนด์ของ goo

อีกเหตุผลที่เลี่ยงคำว่า ไพรเวทแบรนด์ หรือ เฮ้าสแบรนด์ เพราะสองคำนี้ ถูกสร้างภาพให้เป็นผู้ร้าย เพราะเมื่อเอ่ยถึง ไพรเวทแบรนด์ ลูกค้าจะนึกถึง สินค้าราคาถูก, สินค้าเลียนแบบยี่ห้อดัง, สินค้าด้อยคุณภาพ ซึ่งของเหล่านี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาพลักษณ์ดี

ต้องยอมรับครับว่า สินค้าไพรเวทแบรนด์ในร้านค้าปลีก ส่วนใหญ่จะเกิดมาเพื่อทำตลาดล่าง เจาะกลุ่มคนกำลังซื้อต่ำ
ดังนั้น จึงเป็นการยากที่ชนชั้นล่าง จะก้าวเป็นผู้นำ
ภารกิจยกระดับชนชั้น จึงเป็นงานยาก ที่ผู้ค้าปลีกต้องหาทางออกกันต่อไป

อืม! สินค้ายังมีแบ่งชนชั้นกันด้วย

แต่หากเป็นธุรกิจอื่น การผลิตสินค้ายี่ห้อของตนเองขึ้นมาขาย ไม่ได้เจาะกลุ่มคนเงินน้อยเสมอไป ตรงกันข้าม สินค้าบางอย่าง ต้องกระเป๋าหนักจริงๆ จึงจะซื้อได้

ธุรกิจที่มาแนวนี้ ก็คือสโมสรฟุตบอลครับ
เนื่องจากมีฐานลูกค้าแน่นอน และเป็นลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์สูงเสียด้วย
ดังนั้นการทำสินค้าเพื่อเอาใจแฟนบอล จึงไม่ใช่เรื่องยาก

และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ สินค้าแต่ละชิ้นจะต้องไม่ธรรมดา ต้องมีการพิสูจน์ความรักกันนิดหน่อย
ใช่แล้วครับ ของเหล่านี้ราคาจะแพงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่วางขายในท้องตลาด
ใช้ราคาเป็นเครื่องพิสูจน์ความรัก
ส่วนพี่ไทยใจอังกฤษ ก็มีวิธีพิสูจน์ความรักเหมือนกัน
เป็น ‘รักข้างสนามศุภฯ’

เงินไม่ถึง แต่ใจถึง ซะอย่าง!!!

ยิ่งธุรกิจฟุตบอลขยายใหญ่ไปทั่วโลก มีการถ่ายทอดสดทุกอาทิตย์
ชื่อสโมสรจึงมีมูลค่าไม่แพ้ยี่ห้อดังๆของโลก

นี่จึงเป็นโอกาสของสโมสรยักษ์ใหญ่ ที่จะหารายได้ นอกเหนือจาก เงินรางวัล, สปอนเซอร์หลัก, ตั๋วเข้าชม และลิขสิทธิ์ถ่ายทอด
สินค้านานาชนิด จึงถูกเข็นออกมาขาย
ไล่เรียงตั้งแต่ เสื้อผ้าชุดแข่งขัน ชุดวอร์ม หมวก ผ้าพันคอ ไปจนถึงเนกไท ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว หมอนข้าง สมุดโน้ต ปากกา และล่าสุด
ชุดชั้นใน
สโมสรที่ใจกล้าท้าเปิดขนาดนี้ คือ รีลมาดริด ครับ
ทีมที่ได้ชื่อว่ารวยที่สุดในโลก เพราะเข้าใจวิธีหาเงินได้เก่งเหลือเกิน
การทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดัง อาจจะถูกมองว่า ‘บ้า’ แต่นั่นก็เป็นเทคนิคการเรียกศรัทธาจากแฟนบอล และช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งขึ้น
แต่ถึงจะไม่ได้แชมป์ ชื่อเสียงของนักเตะ อย่าง ‘กาก้า’ และ ‘โรนัลโด้’ ก็ทำรายได้ให้ไม่น้อย
อย่างปีที่ผ่านมา รายได้จากของที่ระลึกทำเงินให้สโมสรกว่า 1 ใน 4 ของรายได้รวมเชียวนะครับ
คิดเป็นเงินก็ 90 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

แต่บางคนบอกว่า สินค้าตัวนี้เป็นวิธีแก้เคล็ด
เพราะมีทั้ง Cup F และ Cup A แล้วถ้วย FA Cup จะหนีไปไหน
more…