Archive for the Category »trysumer «

สำหรับมือใหม่หัดปรุง เชื่อแน่ว่าตำราอาหารเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าอุปกรณ์ทำครัว ยิ่งตกแต่งห้องครัวสวยมากเท่าไร ยิ่งต้องหาสูตรอาหารที่เลิศเลอไม่แพ้กัน ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็น ‘เชฟอุปกรณ์ดีเด่น’ เพียงอย่างเดียว ก็เสียชื่อหมดสิครับ
โดยเฉพาะมือใหม่ซิงๆ ที่ไม่มีมรดกความอร่อยจากคุณย่าคุณยายด้วยแล้ว คงไม่แคล้วต้องพึ่งร้านหนังสือ

จึงอย่าได้แปลกใจ ว่าหลังจากได้ครัวใหม่ หลายคนจึงต้องขลุกอยู่กับร้านหนังสือ เพื่อหาคู่มือเพิ่มความอร่อย
แต่บางทีตำราอาหาร ที่มีภาพประกอบสวยๆ มีสูตรส่วนผสมระบุไว้เสร็จสรรพ ก็ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจเท่าไร
วิธีเพิ่มความมั่นใจ มีทางเดียว คือ ได้ทดลองทำดู

จะซื้อเสื้อ ยังได้ลองใส่
จะซื้อรองเท้า ยังได้ลองสวม
จะซื้อน้ำหอม ยังได้ลองดมกลิ่น
จะซื้อครีม ยังมีลองลูบๆคลำๆ
ถ้าร้านหนังสือ จะเอาไอเดีย ‘ลองก่อนซื้อ’ มาใช้ดูบ้าง มันก็น่าสนใจไม่น้อย

ว่าแล้ว ร้าน “25 องศาเซสเซียส” ในสิงคโปร์ จึงทำร้านหนังสือเพื่อเอาใจคนชอบทำอาหารเป็นการเฉพาะ
โดยร้านนี้มีแต่หนังสือเกี่ยวกับอาหารเท่านั้น ทั้งเมนูตะวันตก ตะวันออก มีให้เลือกครบทุกแบบ
แต่ที่เด็ดกว่านั้น คือ มีครัวให้ลูกค้าได้ลองลงไม้ลงมือปรุงอาหารกันด้วย
และเพื่อให้เป็นแหล่งรวมเรื่องอาหาร ที่นี่จึงมีคาเฟ่เล็กๆ ให้ลูกค้าได้นั่งทานอาหารทานกาแฟไปด้วย พอกลางคืนก็แปลงเป็นบาร์ขนาดย่อม เรียกว่าใช้พื้นที่ได้คุ้มสุดๆ

เห็นชื่อร้านแล้วแปลกใจไหมครับ ว่า 25 องศาคืออะไร รับรองไม่ใช่อุณหภูมิในการปรุงอาหารแน่นอน เพราะถ้าอุณหภูมิขนาดนั้นทำอาหารได้ คนไทยคงสุกทั้งประเทศ เพราะเมษาปีนี้ได้ข่าวว่า เฉียด 40 องศาเชียวนะพี่น้อง
อุณหภูมิ 25 องศา คือ ความพอดีในการเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร ซึ่งร้านนี้บอกว่า เลขเด็ดนี่แหละ ที่จะทำให้อาหารอร่อย
…ถ้าไม่เชื่อก็ลองพิสูจน์กันได้ครับ

ใครเปิดร้านขายหนังสือ ลองเอาไอเดียแบบนี้ไปใช้ดู น่าจะสร้างจุดขายและเรียกลูกค้าได้ไม่น้อย
แต่คงต้องยกเว้นไว้สำหรับบางประเภท
“ประเภทไหนหรือครับ?” อะแฮ่ม! ลองทายกันดู

ขอป้วนเปี้ยนอยู่กับสินค้าตัวอย่าง อีกวันนะครับ!
หลายเดือนก่อน(ปีกว่าๆเห็นจะได้) ผมได้นำไอเดียแจกสินค้าตัวอย่างของญี่ปุ่นมาฝากกัน
ชื่อ Sample Lab เป็นร้านสำหรับสินค้าใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้เขาก็เปิดขายแฟรนไชส์เสียด้วย ใครสนใจก็ติดต่อได้ครับ
ไม่ต้องติดต่อผ่านผมนะ เพราะผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว และก็ไม่ได้ค่านายหน้าด้วย (อันนี้สำคัญเลย แหะๆ)

แบบนี้ แสดงว่าธุรกิจนี้น่าจะ “มีอนาคต”
แน่นอนครับว่า ถ้าเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มสดใส มีหรือที่จะไม่มีคู่แข่ง
ตอนนี้ที่เมืองจีน จึงเกิด SamplePlaza ขึ้นมา
(แต่ดูเหมือนเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไร)
วิธีการก็คล้ายๆ Sample Lab ของญี่ปุ่น
ลูกค้าจะต้องเสียค่าสมัคร 20 หยวน และต้องจ่ายรายปีอีก 100 หยวน
สินค้าใน Plaza แห่งนี้ ก็มีหลากหลายประเภท ทั้งของใช้ ของกิน รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นแบบนี้

เขาจึงจำกัดอายุเมมเบอร์ ว่าต้อง 15 ปีขึ้นไป
หลังจากชิม ดม ชม ดู แล้วลูกค้าสมาชิกสามารถนำสินค้าตัวอย่างกลับบ้านได้ไม่เกิน 5 ชิ้น โดยมีข้อแม้ว่าต้องกรอกแบบสอบถามด้วย

อีกฝั่งของโลก ก็มีร้านทำนองนี้ เกิดขึ้นเหมือนกัน
หากแต่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย โดยเป็นความร่วมมือของ Alliant International University กับบริษัทเอกชน

เพื่อให้ร้านแห่งนี้ เป็นเวทีทดสอบ ก่อนปล่อยของจริงสู่ตลาด
มหาวิทยาลัย ให้พื้นที่และกำลังคน ในการชิมหรือทดลองใช้
ส่วนบริษัท Sample U ก็เป็นตัวกลาง ในการรับสินค้าใหม่ๆมาทำการวิจัยตลาด

ร้านนี้อยู่ในระหว่างเตรียมเปิดตัว รายละเอียดบางอย่าง เช่น ค่าสมัคร ค่าสมาชิก จำนวนสินค้าที่นำกลับได้ จึงยังไม่ได้บอกไว้ชัดเจน

แต่กระแส Trysumers (คือ ได้ทดลองก่อนซื้อใช้จริง) ที่มาแรง น่าจะทำให้ร้านที่เมืองจีนและอเมริกา ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

เห็นแล้วอยากให้มีร้านแบบนี้ในเมืองไทยบ้างนะครับ?
และก็อาจจะตั้งชื่อแบบไทยๆว่า “ลองของ”
บรือ..ออออออ. ฟังแล้ว น่าลองมากๆ