Archive for the Category »ไอเดียธุรกิจ «

จำได้ว่าปีก่อนๆ ผมเคยเขียนถึงแม้ค้าในตลาดสด ที่ปรับแผงขายสินค้ารับเทศกาลต่างๆได้อย่างไม่เคอะเขิน
ตอนตรุษจีนก็ขายผลไม้และของไหว้ต่างๆ
อีกไม่กี่วันจากนั้น มีกุหลาบเป็นถังๆ วางเรียงรายบนแผงไม้เดิม
เปลี่ยนได้ไว แปลงร้านได้ตามเทศกาล ดูจะเป็นความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของ MSMEs
อ้าว! งงไหมครับ เคยเห็นแต่ SMEs แต่ในขลุกขลิกนี่ มี M แถมมาให้อีกตัว
M ตัวนี้คือ Micro ครับ ซึ่งเล็กกว่า Small อีก
จะเรียกว่าเป็น “ธุรกิจขนาดจิ๋ว” ก็น่าจะได้

แต่ปีนี้ปฏิทินจีนชนกับปฏิทินฝรั่งเสียอย่างนั้น งานนี้แม่ค้าหลายแผงอาจไม่ค่อยแฮ้ปปี้ เพราะเสียโอกาสขาย
จากสอง หายไปหนึ่ง ทำให้ต้องเลือกว่าจะขายอะไรดี
เหตุการณ์รักพี่เสียดายน้อง ผมก็เจอบ่อยๆครับ อย่างน้อยก็ 4 ปีครั้ง เพราะมีทั้งฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโรให้ลุ้น
ตอนเตะรอบแรกๆ ก็เลือกดูทีมที่ชอบได้ทุกนัด ทั้งอังกฤษ อิตาลี หรือสเปน
แต่พอรอบตัดเชือก เวลาแข่งมักตรงกัน แม้จะมีรีโมทในมือ แต่การดูฟุตบอลที่มีนักเตะในสนาม 44 คนพร้อมกัน ทำเอามึนหัวไปเลย
จึงเป็นที่มาของสุภาษิตขลุกขลิกว่า “อย่าจับปลาสองมือ อย่าถือรีโมทดูบอลสองสนาม”

แม้หลายคนจะไม่แฮ้บปี้ที่วันดีๆมาชนกัน แต่สำหรับบางงาน นี่เป็นวัน ‘ซูเปอร์มงคล’ โดยเฉพาะถ้าจะเริ่มต้นทำสิ่งดีๆให้กับโลกใบนี้
เหมือนที่ภูเก็ต เลือกเอา 14 กุมภาปีนี้ เป็นวันดีเดีย์เริ่มโครงการเมืองปลอดถุงพลาสติก
แทนที่จะมอบความรักให้แก่กัน ก็ขยายขอบเขตการให้ ‘บริการความรัก’ เพิ่มขึ้น
เป็นให้ความรักต่อสิ่งแวดล้อม

การรณรงค์นี้เป็นเพราะภูเก็ตมีคนต่างถิ่นเดินทางมาเยือนเยอะเหลือเกิน เยอะกว่าคนที่อาศัยอยู่บนเกาะหลายเท่าตัว ปีๆนึงก็ 5 ล้านกว่าคน
แต่ละวันมีขยะหลายร้อยตัน และก็กำจัดได้ไม่หมด เริ่มเกิดปัญหาขยะตกค้าง
ภาครัฐโดยกระทรวงพลังงาน ก็จะเปิดตัวโครงการภูเก็ตเขียวหลายโครงการ เช่น นำก๊าซเอ็นจีวีมาใช้, ผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับใช้ในโรงแรม, นำขยะมาผลิตพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งจูงใจให้ใช้จักรยานกันมากขึ้น

ส่วนภาคเอกชนคนทำธุรกิจ การรณรงค์ที่เป็นรูปธรรมก็คงจะเป็นการลดใช้ถุงพลาสติก
ห้างร้านที่เข้าร่วมโครงการ จึงจัดแคมเปญเพื่อจูงใจ เช่น บางห้างจะลดราคาสินค้าถ้าไม่เอาถุง บางแห่งจะเป็นการสะสมแต้มเพื่อแลกของ

ฟังดูอาจเป็นเรื่องธรรมดา หลายคนคงสงสัยว่า “มันจะได้ผลรึ?”
แต่ถ้าได้ยินตัวเลขที่เซเว่นฯแถลงข่าว จากโครงการที่ให้แคชเชียร์ร้าน ถามลูกค้าตอนคิดตังค์ ปรากฎว่า ลดการใช้ถุงได้เกือบ 3 ล้านใบ

ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าใช้มุกนี้ในการลดขยะ มิน่า เวลาคิดตังค์เด็กร้านมักถามหวาดเสียวอยู่เรื่อย
“ใส่ถุงมั๊ยคะ”

ตอนที่เพื่อนส่งลิงค์มาให้ดู นึกว่าเป็นแค่มุขขำๆที่ชาวเน็ตชอบอำกันเล่น แต่ที่ไหนได้ “มันเป็นแคมเปญการตลาดจริงๆนี่หว่า!”

ไอเดียจับแพะมาชนแกะ ซึ่งไม่น่าจะชนกันได้ แต่ก็ชนกันแล้ว เกิดขึ้นเมื่อเบียร์ไฮเนเก้นส์ ทำสินค้าพิเศษขึ้นมาต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก
ไม่ใช่แก้ว ไม่ใช่หมอนหรือตุ๊กตาน่ารักๆ แต่เป็น ‘ลิปกลอส’ ครับ!

ขายเบียร์แท้ๆแต่ทำ ‘ลิปกลอส’ ซะงั้น
ฟังดูมันไม่น่าจะไปกันได้
แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะงานนี้มีการคิดมาเป็นอย่างดี
เพราะสินค้าตัวใหม่นี้ จะหนุนให้สินค้าหลักเด่นขึ้น

ก็ดูสิครับ พลันที่หญิงสาวทาลิปสติกรสไฮเนเก้นส์ ก็ทำให้แฟนหนุ่มทิ้งทุกอย่างในมือ ถลาเข้ามากอดจูบซะขนาดนั้น
อืม! แรงดึงดูดเยอะขนาดนี้ คงจะถูกใจสาวน้อยสาวใหญ่กันนะครับ
แต่คุณผู้ชายนี่สิ ต้องระวังให้ดี เพราะลิปกลอสชิ้นนี้อาจมีผู้ชาย(ไม่แท้)บางคนเอาไปทาก็ได้
ดังนั้น ต้องตั้งสติก่อนสตาร์ท เว้นแต่ว่า คุณจะเป็นพวกอนุรักษ์ธรรมชาติ ชอบต้นไม้ใบหญ้า และป่าเดียวกัน (แหะๆ)

นี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่มีรสชาติเบียร์ในเนื้อลิปสติก
ซึ่งถ้ามาขายในเมืองไทย อาจต้องมีข้อความท้ายโฆษณาประมาณว่า
“ห้ามทาลิปสติกขณะขับรถ”
หรือ “ห้ามทาเกินวันละ 2 แท่ง โปรดอ่านคำเตือนข้างกล่อง”