
เมื่อสองวันก่อนระหว่างทางกลับบ้าน
หลังเลิกงาน รถไฟฟ้าบีทีเอสแน่นขนาดไหน ก็พอจะรู้ๆกันอยู่นะครับ
พอประตูเปิดผมก็รีบเดินเข้าไป เผื่อคนอื่นจะได้ร่วมขบวนด้วย
คนเยอะจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
แต่ผมสัมผัสได้ว่ามีชาวต่างชาติอยู่ในขบวนนี้ด้วยแน่ๆ
กลิ่นเครื่องเทศแรงขนาดนี้ ไม่ ปากีฯ เนปาล ก็น่าจะอินเดีย
ผ่านไปหนึ่งสถานี มีคนเข้าออก ตำแหน่งการยืนก็เปลี่ยนไป
ผมพยายาม ฉีกตัวไปทางปีกซ้าย ให้ห่างจากกลิ่นที่ถูกเบียดไปเป็นกองกลาง
พอตั้งหลักได้ ความก็ปรากฎ สองคนที่ว่าคือ ‘แขก’ ไม่โผกผ้า มากับเพื่อนชาวญี่ปุ่น
แม้แกจะถูกเบียดไปยืนตรงกลาง
แต่ดูท่าทางสองหนุ่ม อยากออกมาเล่นริมเส้นเหมือนผม แต่ด้วยจำนวนคนที่เบียดเสียด แกเลยแก้ปัญหาด้วยการโน้มตัว
เพื่อมาดูป้ายบอกเส้นทาง ซึ่งมันอยู่บนหัวผม
สองคนกำลังสับสน ถึงสถานีอะไรแล้ว?
แม้แอร์ของรถไฟฟ้าจะพ่นจากเพดานลงล่าง แต่ความรู้สึกของผม “วันนี้ทิศทางลมเปลี่ยนไป”
ความแรงของกลิ่นทำให้ผมพยายามถอดรหัสภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดีย สื่อสารกับสำเนียงญี่ปุ่น
เคยดูรายการเกมโชว์ที่ผู้แข่งขันต้องทำภารกิจแข่งกับเวลาไหมครับ?
ผมอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นเลย เพียงแต่เวลาของผม ไม่ได้มีหน่วยเป็น ‘วินาที’ แต่เป็นกลิ่นที่ค่อยๆแรงขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากในหนังจักรๆวงศ์ๆ ที่เวลาในเมืองมนุษย์ต่างจากเมืองเทวดา
‘กลิ่น’ ก็ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้ กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ทำให้เวลานานขึ้นกว่าปกติ
ผมปฏิบัติภารกิจนี้ไม่สำเร็จครับ
ฟังไม่ออก ว่าพี่ท่านทั้งสองจะเดินทางไปไหน
แว่วๆว่า “วิดๆ ชิดๆ”
จะไปสุขุมวิท หรือไปหมอชิต มันคนละทางเลยนะนั่น!!!
สุดท้ายก็ขอถอยออกจากประตู หลังจากทนมาได้สองสถานี
แล้วรีบวิ่งไปเข้าประตูอื่น
ตลอดทางกลับบ้าน ผมได้แต่คิดว่า น่าจะมีวิธีอื่นที่ทำให้คนไม่คุ้นเส้นทาง ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถไปมา
แผนที่ที่เป็นกระดาษพับ อาจจะสะดวกไม่พอเวลายืนเบียดเสียดกัน
ลองทำเป็น ‘กำไลแผนที่’ เหมือนของรถไฟฟ้าใต้ดินที่นิวยอร์กดีไหม
ดีไซน์ให้เก๋ สวมใส่เป็นแฟชั่น เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
นอกจากแผนที่รถไฟฟ้าแล้ว ยังมีอีกหลายแห่งที่ฝรั่งอาจหลงทางได้ (เออ…คนไทยที่เป็นขาจรก็หลงได้เหมือนกันครับ)
อาทิ สวนจุตจักร, ถนนข้าวสาร, ย่านท่องเที่ยวในเมืองเชียงใหม่ หาดใหญ่ พัทยา
ทีนี้จะไปเที่ยวไหน ก็แค่เลือกกำไลให้ถูก แล้วค่อยไปถามเอาดาบหน้า
อ้อ! แนะนำทำเวอร์ชั่นพิเศษ ที่มีภาษา Hindi กำกับใต้ภาษาอังกฤษ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียด้วยนะครับ

เพื่อนๆออกไอเดีย