Archive for the Category »ไอเดียธุรกิจ «

ถ้าให้เลือกทำธุรกิจที่มีคู่แข่งกับไม่มีคู่แข่ง คุณจะเลือกแบบไหนครับ?
“ก็เลือกที่ไม่มีคู่แข่งสิ”
ตอบแบบนี้ ขอเปลี่ยนคำถามใหม่ดีกว่า
ถ้าคิดจะจีบสาวสักคน คุณอยากมีคู่แข่งไหม?
“ก็ไม่อยากมีคู่แข่งอยู่ดี”

โอเคครับ ผมไม่ตั้งคำถามไหม่แล้ว แต่จะเสนอความเห็นว่า การคิดแบบนี้จะเป็นการดูถูกฝีมือตัวเองเกินไปหรือเปล่า เพราะหากเราแน่จริง มันก็ต้องลองแข่งกันสักตั้ง
การได้อะไรมาโดยง่ายๆ ความภาคภูมิใจก็น้อยสิครับ!

ผมเชื่อว่า หลายคนอยากมีคู่แข่ง แต่… ต้องเป็นคู่แข่งที่ไม่แข็งแกร่งเกินไปนะ
เอาแบบว่า เมื่อสู้กันแล้ว เรามีโอกาสชนะสูง

นี่เป็นความคิดที่อยากได้ แต่ในความจริงไม่มีใครสามารถกำหนด level ของคู่แข่งได้เหมือนในเกมส์คอมพิวเตอร์
‘เจอแข็งก็ต้องสู้ เจอหมูก็เคี้ยวไป’

ส่วนเรื่องไม่มีคู่แข่งนั้น เป็นไปไม่ได้หรอกครับ โดยเฉพาะการทำธุรกิจ (ส่วนเรื่องจีบสาว บางทีต่อให้ไม่มีคู่แข่ง ก็ใช่จะแย่งใจเธอมาได้)
ถ้าจะมี ก็เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว
หากตลาดโต ยอดขายพุ่งพรวด รับรองคู่แข่งมากันตรึม!!!

ดังนั้น การมีคู่แข่ง จึงเป็นการดีสำหรับนักธุรกิจ เพราะจะทำให้เกิดการตื่นตัว พัฒนาตนเองอยู่เสมอ
จำได้ว่าตอนสมัยเรียนมัธยม ผมมีเพื่อนที่เป็นนักกรีฑาของโรงเรียน ตกเย็นมันชอบชวนผมไปวิ่งแข่ง ไอ้ผมก็ไม่ค่อยชอบการวิ่งเท่าไร เพราะพยายามอย่างไรก็แพ้มันอยู่ดี พาลจะเลิกคบมันให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ก็ได้คำเฉลยว่า ถ้าวิ่งคนเดียวมันไม่รู้ว่าเร็วพอหรือยัง แต่ถ้ามีคนวิ่งแข่ง วิ่งจี้ก้น จะทำให้เร่งฝีเท้าได้ดี
ผมเลยเสนอไอเดียว่า “มึงอยากเร็วกว่านี้มั๊ย เดี๋ยวกูปั่นจักรยานให้”
เสียดายที่มันไม่รับคำท้า ไม่อย่างนั้นคงติดทีมชาติไปแล้ว

อ้อ! แต่ต้องเป็นการแข่งที่ Fair Play นะครับ ห้ามใต้ดิน ห้ามมีพลังพิเศษหนุนหลัง

เมื่อรู้ว่าภารกิจคือต้องเอาชนะคู่แข่งให้ได้ หลายคนก็มุ่งไปที่ ‘ทำอย่างไร’ จึงจะชนะ จนบางครั้งลืมนึกไปว่า แข่งถูกคนหรือเปล่า
เพราะเมื่อเวลาผ่านไป การทำธุรกิจค่อยๆเปลี่ยนแปลง คู่แข่งก็เปลี่ยนไปด้วย
ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ถ้าให้ระบุรูปพรรรณสัณฐาน ก็ต้องบอกว่า เขาแข่งกับโชห่วยหรือมินิมาร์ท
แต่ถ้าเป็นร้านสะดวกซื้อชื่อเซเว่นฯ คู่แข่งของเขาไม่ใช่โชห่วย แถมโชห่วยยังกลายเป็นพันธมิตรอีกต่างหาก ในอดีตโชห่วยอาจเป็นคู่แข่ง แต่วันนี้เซเว่นฯปรับ position ใหม่ (อันที่จริงต้องใช้คำว่า transition จึงจะถูก) กลายเป็นร้านอิ่มสะดวก
ส่วนคู่แข่งจะเป็นใครนั้นลองทายกันสิครับ

ดังนั้น การรู้จักคู่แข่งที่แท้จริง เป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับธุรกิจ
เพราะหากระบุตัวผิด บันใดขั้นที่สอง(คือวิธีสู้)ก็พลาดด้วย

เหมือนลิเวอร์พูล ตอนเปิดฤดกาล คู่แข่งคือ แมนยู, เชลซี หรืออาเซนอล แต่ตอนนี้ต้องแย่งที่สี่กับ สเปอร์, แมนซิตี้หรือวิลลา
เห็นไหมครับ คู่แข่งเปลี่ยนแปลงได้เสมอ!


หลังจากใช้ของเดิมมาประมาณสองปีเห็นจะได้
ก็ถึงเวลาเปลี่ยนธีมบล็อกใหม่เสียที
เหตุผลในการเปลี่ยนก็ง่ายๆครับ คือ อากาศมันร้อนมาก
เกี่ยวกันไหมเนี่ย?

น่าจะเกี่ยวนะครับ ความร้อนทำให้คนหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรซ้ำๆเดิมๆ ก็รู้สึกเบื่อ
ผมเองจ้องธีมบล็อกนี้มานาน ก็เกิดอาการเบื่อเหมือนกัน
ก็เลยลองเปลี่ยนธีมดู
หวังว่าธีมใหม่ จะช่วยคลายร้อนได้ไม่มากก็น้อย (หรือยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนก็ไม่รู้?)

พูดเรื่อง ‘เบื่อ’ ต้องบอกว่า มันช่างสอดคล้องกับยุคสมัยนี่กระไร
สมัยก่อน พอใช้ของไปนานๆ แล้วเบื่อ ก็วางทิ้งไว้รกบ้าน หรือไม่ก็ขายต่อราคาถูกๆ
แต่พอกระแสลดโลกร้อนเป็นที่นิยม
ของที่วางทิ้งไว้ในห้องใต้บันได ก็มีราคาค่างวดได้เหมือนกัน

การให้ลูกค้านำสินค้าที่ใช้แล้ว มา ‘รียูส’ หรือ ‘รีไซเคิล’ กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะกระตุ้นตลาดให้คึกคัก
ทั้งเสื้อผ้า รองเท้ากีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึง ของเล่นผู้ใหญ่

“เอ… ไอ้ 3 รายการแรก ก็พอคุ้นกันอยู่ แต่รายการสุดท้ายนี่มีด้วยหรือ”
มีครับ!
โดยเฉพาะในต่างประเทศ ที่ devices นี้ มีจำนวนไม่น้อย แทนที่จะปล่อยให้เซ็กซ์ทอยส์กลายเป็นขยะรกบ้าน
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่ญี่ปุ่น อย่างที่หลายคนเดาไว้ แต่เป็นทีมงาน LoveHoneyในอังกฤษ ประเทศที่ให้ความสำคัญกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมาก
เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีสารเคมีบางอย่างตกค้าง จึงต้องหาวิธีจัดการให้ถูก บางอย่างต้องกำจัดในรูปแบบพิเศษ
ดังนั้นจึงต้องหาไอเดียจูงใจให้ลูกค้าส่งของที่ใช้แล้วกลับคืนมา

แคมเปญของ LoveHoneyจะให้ลูกค้าที่นำของเก่าที่หมดอายุการใช้งาน สั่นไม่ได้ที่เหมือนแต่ก่อน เข้าข่ายเสื่อมสมรรถภาพในการสร้างความหฤหรรษ์ ส่งมาเพื่อรับสิทธิประโยชน์ซื้อสินค้าใหม่ในราคาครึ่งเดียว
ส่วนเครื่องเก่า เขาจะส่งไปให้ประเทศยากจนได้ใช้งาน
เฮ้ย! ไม่ใช่ครับ จะเอาไปรีไซเคิล เพื่อลดจำนวนขยะที่ต้องฝังกลบ

ภาพจาก guardian.co.uk