Archive for the Category »ทำธุรกิจอะไรดี? «

“พวกเรา ผมมีข่าวดีมาบอก” สมปอง ผู้จัดการฝ่ายฯ เดินไปคุยไป เสียงดังไปทั้งฟลอร์
“ไตรมาสนี้เราทำยอดขายได้ทะลุเป้า เจ้านายเลยให้รางวัล”
ถ้ามีใครนั่งจดตัวเลข นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่สมปองเดินออกจากห้องประชุมอย่างสบายใจ เพราะก่อนหน้านี้ทีมขายในความดูแลของเขา ทำตัวเลขยอดขายได้แย่มาก

“รางวัลอะไรเหรอพี่?” รวิดาขาช้อป ปรี่เข้ามาถามทันที
แต่พอได้ยินว่าเป็นแพ็คเกจเที่ยว เธอถึงกับออกอาการเซ็ง
“โห น่าจะให้เป็นเงินโบนัสเนอะ หนูจะได้ไปช้อปปิ้ง”

“ทีแรกพี่ก็เสนอเป็นเงินไปนะ แต่เจ้านายเขาอ้างว่า อยากให้พวกเราไปสนุกด้วยกัน จะได้รู้จักกันมากขึ้น” ผู้จัดการฝ่ายฯคนเดิมพยายามอธิบายลูกน้อง
“มีอะไรที่พวกเรายังไม่รู้จักกันอีกหรือพี่ ขนาดเล่นไพ่ยังเดาได้ว่าใครจะเสีย” สุทิน ผู้นิยมทานยอดข้าวบาร์เล่ย์แทรกความเห็น

“เอาน่า ไว้โอกาสหน้าถ้าพวกเราทำยอดได้ดีแบบนี้อีก พี่จะขอเป็นเงินโบนัสให้ แต่งวดนี้เราไปเที่ยวให้สนุกกันก่อนดีกว่า”
“วันหยุดยาวเดือนหน้านะ เตรียมตัวกันได้เลย”

“อ้าว แล้วไปเที่ยวที่ไหนพี่” สุทินต้องถามเตือน เพราะเหมือนพี่เขาจะลืมบอกสถานที่
“ไปสุรินทร์”
“โห แค่ในประเทศเหรอ” รวิดายังเซ็งไม่หาย

จากนั้นไม่กี่วัน สมปองเห็นลูกน้องสุดที่รัก ที่บ่นๆว่าไม่อยากเที่ยว กำลังยืนโต้เถียงกันในแผนกเสื้อผ้าผู้หญิงกลางห้างดัง
“อ้าว มาซื้ออะไรกัน” สมปองร้องทักลูกน้องก่อน
“สวัสดีคะพี่ พอดีเลย หนูกำลังอยากรู้พอดีว่าหนูหรือยัยแป้งร่ำที่เข้าผิดกันแน่” รวิดากล่าวทัก
“หนูจะไปเลือกชุดเล่นน้ำทะเล แต่ยัยแป้งร่ำกลับบอกว่าใครเขาใส่ชุดว่ายน้ำไปนั่งหลังช้างกันเล่า” รวิดาอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ตกลงเราไปสุรินทรไหนคะ” แป้งร่ำถามบ้าง

“เวรเลยตู มันพลาดได้ขนาดนี้เลยหรือ” สมปองพูดกับตัวเอง
ก่อนที่จะขยายความต่อว่า สถานที่ที่จะไปเที่ยวกันนั้นเป็นหมู่เกาะสุรินทร์ไม่ใช่จังหวัดสุรินทร์

ทั้งหมดนี้เป็นละครสั้นที่ผมจำลองเหตุการณ์ขึ้นมาครับ
ในชีวิตจริงผมมั่นใจว่าหลายคนต้องเคยปวดหัวกับคำสั่งของเจ้านายที่มาไม่ครบถ้วน คล้ายกับเล่นเกมใบ้คำ
ซึ่งกว่าจะรู้คำตอบที่ถูกต้อง ก็ตอนที่เอางานไปส่งเจ้านายนั่นแหละ
เดาถูกก็รอดตัวไป แต่ถ้าเดาผิดนอกจากจะต้องทำใหม่แล้ว อาจได้คำสอนอีกหนึ่งชุดใหญ่

แม้การสื่อสารไม่ครบถ้วน จะเกิดขึ้นบ่อยและทำให้บริษัทเสียหาย (เสียเงิน เสียเวลาโดยไม่จำเป็น)
แต่กระนั้น ความผิดพลาดแบบนี้ก็ไม่รุนแรงเท่า การเข้าใจ ‘ภาพใหญ่’ ไม่เหมือนกัน
ภาพใหญ่ คือ เป้าหมายของบริษัทครับ
เป้าหมายที่บอกว่าจะมุ่งไปในทิศทางใด จะเก่งที่สุดในยุทธจักรในเรื่องใดบ้าง
ซึ่งวิธีวาดภาพใหญ่ให้พนักงานเข้าใจตรงกัน ที่เราคุ้นเคย ก็คือ วิสัยทัศน์ นั่นเอง

เชื่อไหมครับ หลายบริษัทยังไม่มีภาพใหญ่แขวนให้พนักงานเห็น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ๊หรือเฮีย
ในขณะที่บางบริษัท มีภาพใหญ่แปะข้างฝา แต่ว่า… ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ‘เจ้านาย’ คนเดียว
ส่วนบางบริษัท ปฏิบัติตามภาพใหญ่อย่างเคร่งครัด เพียงว่า พนักงานยังถกเถียงกันไม่จบ เพราะมองเห็นภาพไม่เหมือนกัน

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่เกิดจากผู้นำวาดภาพชัดเจน ลูกน้องเข้าใจตรงกัน การทำงานจึงมีพลังและเดินไปข้างหน้าได้เร็ว

ดังนั้น หากธุรกิจของเรายังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ ลองมาทบทวน ‘ภาพวาด’ กันก่อนดีไหม?
ลองถามพนักงานในสังกัด ว่ามองเห็นเป็นรูปอะไร ถ้าคำตอบที่ได้ไม่ตรงกัน
นั่นแปลว่า สมควรแก่เวลาที่จะต้องวาดภาพใหม่
อ้อ! อย่าสวมวิญญาณศิลปินมากเกินไปนะครับ เดี๋ยวได้เป็นภาพแอ็บสแตรคส์ แล้วจะยิ่งไปกันใหญ่

หลายคนเมื่อเจอปัญหา ก็รีบกระโดดไปตะลุมบอนทันที
แต่พอกอดรัดฟัดเหวี่ยงไประยะหนึ่ง ก็เกิดอาการ “เฮ้ย! ทำไมยิ่งแก้ยิ่งวุ่นว่ะ”

บางทีแก้ปัญหาหนึ่งได้ ก็มีปัญหาใหม่ตามมา
บางครั้ง ปัญหาเดิมยังไม่หมด ปัญหาใหม่ก็เพิ่มอีกแล้ว

สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมว่าอยู่ที่การเริ่มต้นครับ

ผมเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า “เริ่มต้นได้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง”
แต่อยากขยายความคำว่า ‘ดี’ นิดหน่อยครับ
ดีในที่นี้ หมายถึง ‘เข้าใจถูก และ เข้าถึงใจ’

“แล้วไอ้ถูกๆถึงๆนี่มันเป็นอย่างไรล่ะ”

ขออธิบายคำว่า เข้าใจถูก ก่อนก็แล้วกันครับ
ลองดูภาพหญิงสาวคนนี้สิครับ ว่าเธอ ‘ท้อง’ หรือ ‘อ้วน’?
ผมไม่มีแผ่นป้ายหรือคำใบ้ให้หรอกครับ มีรูปอย่างเดียวแค่นี้แหละ

การดูรูปเพียงอย่างเดียว สามารถคิดได้คำตอบทั้งสองแบบ
หากสรุปความว่า เธอท้อง ก็ต้องให้เธอพักผ่อนมากๆ หาอาหารดีๆมาบำรุง
ตรงกันข้ามถ้าสรุปว่าเธออ้วน การมีพุงหน่อยๆแบบนี้ ต้องรีบออกกำลังโดยด่วน และลดอาหารบางอย่างด้วย

ในเมื่อความจริงมีเพียงคำตอบเดียว นั่นแปลว่า อีกหนึ่งคำตอบจะผิดทันที

คิดดูสิครับ ถ้าสรุปว่าเธออ้วน ทั้งที่จริงๆแล้วเธอกำลังตั้งท้อง
แล้วจับเธอไปเข้าคอร์สฟิตเนส ก็จบกันนะสิ!

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยๆในชีวิตจริงนะครับ
ขนาด ‘รูปภาพ’ นิ่งๆแบบนี้ยังมีบทสรุปได้สองแบบ
แล้วนับประสาอะไรกับ ‘คำพูด’ ที่เมื่อนำมาเล่าต่อ ย่อมมีโอกาสผิดเพี้ยน และนั่น ‘การเข้าใจถูก’ จึงมีโอกาสเข้าใจผิด

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังพอมีวิธีช่วยลดความคลาดเคลื่อนตรงนี้ได้ นั่นเป็นการ ‘เข้าถึงใจ’ ครับ
แปลว่า เมื่อเจอปัญหา ให้ใช้ใจมอง ก่อนสมองจะทำงาน

โดยธรรมชาติ ถ้าอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่กดดัน คนเราจะทำงานได้ดีหรือตัดสินใจอะไรก็ง่าย จริงไหมครับ
แต่ถ้าเครียดหรือหงุดหงิด งานง่ายๆก็กลายเป็นงานช้างขึ้นมาทันที

แต่โดยธรรมชาติอีกเหมือนกัน เมื่อเจอปัญหา เราก็จะเครียดก่อน
ดังนั้น ต้องหาวิธีฝืนธรรมชาติ เพื่อให้ ‘ใจ’ รับรู้ก่อน ‘สมอง’

“มันมีวิธีนี้ด้วยหรือ?”

ของแบบนี้ต้องพิสูจน์ครับ
รับรอง ถ้าไม่ได้ผลยินดีคืนเงิน
แต่ในเมื่อผมไม่ได้ขาย ก็ไม่ต้องจ่ายคืนอะไรนี่
… วิธีของผม เรียกว่า ยกกระชับมุมปากครับ
เมื่อเจอปัญหาอย่าเพิ่งใช้สมองทันที
ให้ใช้ มุมปาก ก่อนครับ
ค่อยๆ ยกกระชับมุมปากทั้งสองข้างขึ้นพร้อมๆกัน
จากนั้น เราจะอารมณ์ดีโดยไม่รู้ตัว จากนั้น มุมที่มองปัญหาจะเปลี่ยนไป และทำให้เรา ‘เข้าใจถูก’ ได้มากขึ้น

ครีมยกกระชับใบหน้า อาจทำให้ดูอ่อนวัย
แต่ถ้ายกกระชับมุมปากได้ จะทำให้เราอารมณ์ดี
ลองดูสิครับ!