Posts filed under 'rental biz'
หลังจากเรียนจบเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัย ผมก็แทบจะไม่ได้เข้าร้านเช่าหนังสืออีกเลย
จะว่าเพราะรายได้ดี มีปัญญาซื้ออ่านเองทุกเล่ม ก็ไม่ใช่!
ส่วนหนึ่ง น่าจะมาจากหนังสือในร้านเช่า มักเป็นการ์ตูน, นิยาย และเรื่องสั้น เสียส่วนใหญ่
พอเข้าสู่วงจรชีวิตแบบตื่นเช้ามาทำงานกลับถึงบ้านก็สลบ
พฤติกรรมการอ่าน ก็เปลี่ยนไป
รู้จักเลือกมากขึ้น!
เริ่มจาก “เลือกอ่านเล่มไหนก่อน เล่มไหนทีหลัง” ลดความถี่เดินเข้าร้านเช่าหนังสือ
ค่อยๆปรับมา “เลือกอ่านเฉพาะบางเล่ม” เห็นหน้าเจ้าของร้านน้อยลง
เดี๋ยวนี้พัฒนามาถึงขั้น “เลือกที่จะไม่อ่าน”
เป็นการตัดเยื่อใย ที่น่าจะกระทบรายได้ร้านหนังสือเช่าเจ้าประจำพอสมควร
แต่เดี๋ยวก่อน! ถึงแม้ผมจะไม่ได้เข้าร้านเช่าหนังสือ
ก็ไม่ได้แปลว่า เป็นตัวการทำให้สถิติอ่านหนังสือของคนไทยต่ำเตี้ยเรี่ยดินหรอกนะครับ
เพียงแต่ว่า หันมาอ่านหนังสือแนวธุรกิจมากขึ้น ซื้อเองมากขึ้น
พอห่างหายไปนาน เลยไม่รู้สถานการณ์ร้านเช่าหนังสือ ว่าอยู่ดีหรือไม่?
แต่ถ้ายอดรายได้ค่อยๆลดลง บัญชีโชว์ตัวแดงทุกเดือน ผมพอจะมีทางออกมาเสนอครับ
เป็นตัวอย่างธุรกิจร้านเช่าหนังสือในสหรัฐ ที่เจาะกลุ่มนิสิต นักศึกษาโดยเฉพาะ
อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า หนังสือเรียน โดยเฉพาะ Text book นั้นมีราคาแพงขนาดไหน
แต่ละเทอมก็เรียนหลายวิชา แต่ละวิชาก็ใช้ตำราและ Text book หลายเล่ม
จะยืมห้องสมุด ก็ได้อ่านเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วันก็ครบกำหนดคืน
หากต้องซื้อเอง ก็ต้องใช้เงินมากพอสมควร
ที่สำคัญ ตำราเรียนและ Text book ใช้เพียงครั้งเดียว พอสอบผ่านก็แทบจะไม่ได้เปิดอ่านอีกเลย
สินค้าที่ใช้ชั่วคราวแบบนี้ เหมาะมากครับกับธุรกิจ “เช่า”
หากใครติดตามอ่านขลุกขลิกมาตลอด จะเห็นว่า ไอเดีย “เช่า” มีมากมายเหลือเกิน
นอกจากค่าเช่าจะถูกกว่าการซื้อจริง 70-75% แล้ว
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ BookRenter.com คือ เลือกระยะเวลาได้ตามต้องการ จะเป็น 1 เดือน 2 เดือน 1 เทอมก็ได้ หรือวิชาไหนสอบไม่ผ่าน ไม่ใช่ซิ! วิชาไหนที่ต้องการความรู้แน่น ชนิดต้องเรียน 2 เทอม ก็ขยายเวลาเช่าเป็นปีได้เหมือนกัน
นอกจากนี้ ระบบสั่งเช่าออนไลน์และบริการจัดส่งถึงที่ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้าน
เป็นนักศึกษายุคนี้ โชคดีจริงๆเลยครับ ทั้งสะดวก ทั้งประหยัด
March 7th, 2008
เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายแล้วนะครับ
เผลอแป๊บเดียวก็จะสิ้นปีอีกครั้ง
หลายคนจะถูกใจไตรมาสนี้เป็นพิเศษ
โดยเฉพาะเดือนธันวาคม วันหยุดก็เยอะ มีงานเลี้ยงรอให้ฉลองหลายงานทีเดียว แถมบางคนยังจะได้รับโบนัสก้อนโตอีกด้วย
ส่วนใครที่มีโควต้าลาพักร้อน แต่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ
ก็กางปฏิทิน และโทรเช็คสถานที่ท่องเที่ยว จองโรงแรมกันได้เลย
อากาศช่วงปลายปี น่าเที่ยวที่สุด
แต่หวังว่า คงจะไม่โดนผลกระทบจากโลกร้อน หรอกนะครับ
คิดดูซิครับ ถ้าฝนตกในช่วงเดือนธันวา โอกาสในการไปกางเต้นท์นอนดูดาว ก็จบกันพอดี
งั้น! เรามาช่วยกันคนละไม้ละมือ “ลดโลกร้อน” เท่าที่โอกาสและกำลังจะเอื้ออำนวย อาทิเช่น ลดการขับรถไปทำงาน หันไปใช้บริการขนส่งมวลชน หรือขอติดรถเพื่อนไปทำงาน (อันนี้ประหยัดตังค์ด้วย แฮะๆ )
เอาแค่อาทิตย์ละวัน ก็ช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากโข
กลับมาที่ไอเดียขลุกขลิกวันนี้กันต่อ
เป็นการเอาใจขาเที่ยวโดยเฉพาะ แต่เป็นขาเที่ยวแบบลุยๆ ชอบธรรมชาติ และรักการแค้มปิ้งเป็นพิเศษ
ครั้งเป็นนักศึกษา และอายุยังขึ้นต้นด้วยเลขสอง
การแบกเป้ หอบเต้นท์ เดินขึ้นเขา ไปนอนดูดาว คงจะทำได้ง่ายๆ
แต่เมื่อกาลผ่านไป แม้ใจยังสู้ แต่ดูจะทรมานสังขารเกินไป หากจะทำแบบนั้นอีก
เพื่อเอาใจนักเที่ยวกลุ่ม จึงมีการดัดแปลงรถแวน ให้เป็นเต้นท์เคลื่อนที่
ภายในบรรจุอุปกรณ์แค้มปิ้งครบครัน ทั้งอาหารการกิน และเครื่องนอน
บางคันมีตู้เย็นให้เก็บเสบียงได้หลายวัน หรือทานน้ำเย็นๆริมทะเล
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการเที่ยวแบบติดดิน
รถที่ใช้ต้องได้กลิ่นไอแบบ retro หรือย้อนความหลังกันนิดนึง
รถแวนโฟล์ควาเกน น่าจะเหมาะสำหรับงานนี้
แม้จะเป็นรถเก่า แต่ก็เข้ากันได้ดีกับการเที่ยว
ด้วยรถไซด์รถขนาดนี้ ทำให้การแค้มปิ้งเป็นการเที่ยวทั้งครอบครัวได้อย่างสบายๆ
ในอังกฤษก็มีรถตู้แบบนี้ให้เช่าหลายราย อาทิ rentadub sevendegreeswest และ oconnorscampers
บ้านเราก็มีรถแวนเก่าๆแบบนี้เยอะเหมือนกันนะครับ
แต่เราไม่ได้เอา “ความเก่า” หรือ “ความเป็น retro” มาเป็นจุดขาย
กลับเอา “รถตู้เก่าๆ” มาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร
แถมยังเป็นการวิ่งบนทางด่วนเสียอีก
October 1st, 2007
“ซื้ออะไรมาเยอะจังค่ะ?” น้องผู้หญิงที่ยืนอยู่ในลิฟท์ตัวเดียวกับผมเอ่ยถามคนรู้จัก ที่เดินเข้ามาในลิฟท์
“เสื้อผ้าของลูกค่ะ” คุณแม่เอ่ยตอบ
“อ้าว ก็เพิ่งซื้อไปไม่นานนี่ค่ะ” น้องคนเดิม ยังมีข้อสงสัย
“ก็ใช่ แต่ว่าได้เวลาต้องเปลี่ยนอีกแล้ว นี่อุตสาห์ซื้อขนาดใหญ่เผื่อแล้วนะ” คุณแม่ลูกอ่อน (ผมเดาจากข้อความที่สนทนากัน) ตอบ พร้อมกับสลับจากมือซ้าย มาใช้มือขวาถือถุงใบเบ้อเร่อ
ฟังแล้ว อดสงสารคุณแม่ลูกอ่อนไม่ได้ ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเสื้อผ้าเด็ก เป็นจำนวนมากโข
แม้เสื้อผ้าตัวเล็ก จะมีราคาไม่แพงนัก หากไม่ซื้อของแบรนด์เนม
แต่การใช้งานแต่ละชิ้น ก็เพียงประเดี๋ยวประด๋าว เพราะเด็กโตวัย ไซด์ก็เปลี่ยน
บางชุดซักไม่กี่ครั้ง ก็หมดโอกาสใช้แล้ว ต้องทิ้ง ทั้งๆที่ยังอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม
บางครอบครัวจึงต้องพับเก็บไว้ เผื่อมีโอกาสได้ใช้ในอนาคต หากมีสมาชิกใหม่เพิ่ม
ไหนจะเสียเงิน เพื่อซื้อเสื้อผ้าบ่อย!!!
ไหนจะต้องหาที่เก็บ เพราะไม่รู้อีกกี่นาน กว่าจะมีลูกอีกคน!!!
อย่างนี้ต้องหาวิธีช่วยประหยัดให้ครอบครัวลูกเล็กเสียแล้ว
ที่น่าเอาอย่าง ก็คือ Lütte-Leihen ในเยอรมัน ที่เปิดร้านให้เช่าเสื้อผ้าเด็ก
แทนที่พ่อแม่จะซื้อเสื้อผ้า ก็หันมาจ่ายค่าเช่ารายเดือน แล้วเลือกขนาดเสื้อผ้าเด็กได้ตามต้องการ
เดือนไหนใช้เสื้อผ้าเยอะ ก็อาจจะจ่ายแพงหน่อย
เดือนไหนอยากประหยัด ก็เลือกน้อยชิ้น
โดยทางร้านคิดค่าบริการ 17-26 ยูโรต่อเดือน สำหรับเสื้อผ้าจำนวน 9-11 ชิ้น ซึ่งมีทั้งถุงเท้า กางเกง เสื้อ และหมวก ที่ผลิตจาก organic cotton ซึ่งปลอดจากสารเคมี
ธุรกิจของ Lütte-Leihen นอกจากจะช่วยให้ครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว
ยังทำให้บ้านแต่ละหลัง ไม่ต้องเปลืองตู้เก็บเสื้อผ้าเด็กอีกด้วย
เป็นไงครับ ไอเดียธุรกิจที่คำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก
อยากทำธุรกกิจให้อยู่รอดในยุคนี้ ต้องจำสโลแกน
“ลูกค้าต้องมาก่อน เดี๋ยวนี้!!!”
August 18th, 2007
Previous Posts