Archive for the Category »make it easy «

เรื่องนี้ ‘เคน ธีรเดช’ ไม่ได้แสดงครับ แต่เป็นผมที่รับบทแทนทั้งเรื่อง
เล่นจริง ขึ้นรถไฟจริง และก็ไปทำงานสายประจำ!

แหะๆ ผู้บริหารรถไฟฟ้าอย่าเพิ่งโกรธหรือน้อยใจนะครับ
ผมแค่…พูดความจริงเท่านั้น
“อ้าว! ก็ไอ้ความจริงนี่แหละ ที่ไม่ควรจะเอามาล้อเล่น”

อย่าเพิ่งขึงขังขนาดนั้น
ผมขอขยายความอย่างนี้ก็แล้วกัน ในฐานะแฟนพันธุ์แท้นั่งรถไฟฟ้ามากว่า 8 ปี ปีละหลายร้อยวันหลายพันชั่วโมง
7 ปีที่ใช้บริการ ผมก็ประทับใจอยู่หรอกครับ
‘สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย’ ได้ครบตามสโลแกน
แต่มาปีนี้ บางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป

เหตุผลใหญ่ น่าจะมาจากการขยายเส้นทางวิ่ง จากสะพานตากสินไปฝั่งธนฯ
การขยายเส้นทางนี้ มีความพิเศษมาตั้งแต่ตอกเสาเข็มสร้างรางแล้วครับ
เพราะผู้รับผิดชอบของเดิม กับส่วนต่อขยาย คนละหน่วยงานกัน การเชื่อมต่อจึงไม่เนียน
เส้นทางเดิมก็มีสองรางสวนไปมา แต่พอจะขยายต่อ กลับประหยัดงบประมาณฯ หดเหลือรางเดียวซะงั้น
แต่ไม่ได้หดทั้งหมด เลือกหดเฉพาะจุดเชื่อมต่อ
ราวกับเป็นสัญลักษณ์แบ่งแยกดินแดน

หรือว่าเป็นแผนโปรโมตการท่องเที่ยว?
ให้ผู้โดยสารได้หยุดชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

รถไฟมาช้า และจำนวนผู้โดยสารตกค้างจนล้นทะลัก จึงเกิดขึ้นเมื่อขยายเส้นทางวิ่ง แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาในช่วงเปลี่ยนผ่าน
และปัญหานี้ก็ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม
ผมไม่ได้นั่งรถไฟฟ้าข้ามเจ้าพระยา จึงไม่รู้ว่าการปรับเปลี่ยนวิธีสวนขบวน เขาทำกันอย่างไร
แต่ที่สังเกตุได้ คือการปล่อยรถยังไม่สัมพันธ์กัน

ในช่วงเช้าหากยืนรอรถที่สถานีสยามฯ ก็จะเห็นว่า ‘สายสุขุมวิท’ น็อครอบ ‘สายวงเวียนใหญ่’ เป็นประจำ
ขบวนจากจตุจักรวิ่งผ่านสยามฯ 2 ขบวน จึงจะมีขบวนจากสนามกีฬาฯ วิ่งมา
ดังนั้น ถ้าจะเดินทางจากจตุจักรไปสีลม ก็ต้องเผื่อเวลาช่วงเปลี่ยนขบวน
ต้องทดเวลาบาดเจ็บ 3-5 นาที

เหตุการณ์แบบนี้มีแต่บริษัทโฆษณาที่ชอบใจ
เพราะคนจำนวนหลายร้อย ยืนจ้องจอทีวีกันหมด

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้รู้ว่า ‘ต้องพิถีพิถันเมื่อจะขยายบริการ’
ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มบริการใหม่ๆในร้านเดิม หรือเปิดสาขาใหม่ก็ตาม
สิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง คือบริการระดับเดิมที่เคยได้รับ ดังนั้นของใหม่ต้องไม่ด้อยกว่าเดิม

หากเป็นการเปิดสาขาเพิ่ม ก็ต้องทำให้ได้แบบ copy แล้ว paste

ผมเคยติดใจในรสชาติอาหารของร้านร้านหนึ่ง และดีใจมากที่เขาเปิดสาขาใหม่ในทำเลที่สะดวกสำหรับผม
แต่พอไปทาน ปรากฏว่ารสชาติอาหารและบริการ ไม่เป็นเหมือนเดิม
เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ร้านใหม่นี้ซื้อแฟรนไชส์มาเปิด
แปลว่า มาตรฐานยังไม่ถึงขั้น ควบคุมคุณภาพยังไม่ได้ แต่รีบทำแฟรนไชส์

แบบนี้ก็ไม่ใช่แฟรนไชส์หรอกครับ น่าจะเรียกว่า ลิขสิทธิ์ป้ายร้าน มากกว่า
ป้ายเหมือนกัน แต่ความอร่อยไม่เหมือนเดิม

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่งไปทานบุฟเฟต์มื้อกลางวัน ที่โรงแรม(ค่อนข้างดัง)บนถนนสุขุมวิท
ปกติไม่ค่อยจ่ายตังค์เพื่อทานข้าวที่โรงแรมหรอกครับ
นอกจากจะรู้สึกว่า “แพง” แล้ว
ภาพของความอร่อยในความคิดผม จะนึกถึงร้านอาหารเก่าๆมากกว่า แทนที่จะเป็นห้องแอร์หรูๆ

แต่เมื่อแลกกับความสะดวกสบาย เวลานัดเจอเพื่อนๆในวัยขนาดนี้
สถานที่เลยเป็นปัจจัยสำคัญไม่ต่างจากรสชาติอาหาร

จะด้วยความอร่อยหรือกลัวไม่คุ้ม ก็ไม่รู้
รู้แต่ว่า ผมทานมากกว่าปกติ
แต่ถึงจะมากกว่าปกติแค่ไหน ก็ไม่มากมายเท่าไร เพราะกระเพาะไม่สามารถขยายได้ทันท่วงที

การนัดทานข้าวแบบบุฟเฟต์นี้ ก็ดีไปอย่าง
ไม่ต้องกลัวจ่ายแพง เพราะรู้ราคาอยู่ก่อนแล้ว
ไม่สร้างความลำบากใจให้เพื่อนๆ
เพราะบางคนมาช้า ก็หมดปัญหา ‘ทานน้อย แต่ต้องจ่ายเท่ากัน’

‘บุฟเฟต์’ นอกจาก จะช่วยเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายให้สบายใจทุกคนแล้ว
ยังตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนยุคนี้ ที่มีความเป็น individual สูง
ใครอยากทานอะไร ก็เดินไปหยิบไปตักเอาเอง
จะมาก่อน มาหลังไม่ว่า แต่ถ้ามาช้า อาจอดบางเมนูเท่านั้นเอง

‘เสน่ห์’ อีกอย่างของบุฟเฟต์ คือ การเล่นกับความรู้สึกของลูกค้า
เวลาเดินเข้าร้านบุฟเฟต์ ลูกค้าหลายคน จะพกความตั้งใจมาเต็มกระเป๋า
พร้อมประกาศกร้าว “…จะเอาให้คุ้ม”

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดขาย ที่ใช้เป็นกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าได้
และไม่ใช่แค่ ‘ร้านอาหาร’
เพราะธุรกิจอื่น ก็เอาไอเดียแบบนี้ไปใช้ได้
อย่างสายการบิน Jet Blue ที่เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ผู้โดยสารหดหาย
ก็ทำแคมเปญให้ลูกค้ารู้สึกคุ้ม กับการนั่งเครื่องบิน
นั่นคือ จ่ายราคาเดียว บินได้ไม่จำกัด
ลูกค้าสามารถเลือกที่นั่ง เลือกไฟลท์ ได้แบบสบายใจ เพียงแจ้งล่วงหน้า 3 วัน

‘งดใช้บริการวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์’
‘ห้ามบินเกินวันละสองขวด เฮ้ย! สองเที่ยว’
เงื่อนไขแบบนี้ ไม่มีอยู่ในแพคเกจของ All-You-Can-Jet Pass!
แถมราคานี้รวมภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมทุกอย่างอีกแล้วด้วย การันตีไม่มีชาร์จเพิ่ม
แม้จะเป็นแคมเปญสั้นๆ กินระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน ก็น่าจะช่วยเติมรายได้ให้บริษัทได้มากพอควร

หลายธุรกิจในเมืองไทย เอาไอเดียนี้มาใช้ แต่ใจไม่ถึง จึงตั้งราคาแบบศรีธนญชัย ติดดอกจันทร์ไว้ตรงราคา ให้ลูกค้าเอาแว่นขยาย อ่านเงื่อนไขที่อยู่ท้ายใบโฆษณา
แบบนี้ก็ทำลายตัวเองชัดๆครับ!