Archive for the Category »green idea «


หลังจากใช้ของเดิมมาประมาณสองปีเห็นจะได้
ก็ถึงเวลาเปลี่ยนธีมบล็อกใหม่เสียที
เหตุผลในการเปลี่ยนก็ง่ายๆครับ คือ อากาศมันร้อนมาก
เกี่ยวกันไหมเนี่ย?

น่าจะเกี่ยวนะครับ ความร้อนทำให้คนหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรซ้ำๆเดิมๆ ก็รู้สึกเบื่อ
ผมเองจ้องธีมบล็อกนี้มานาน ก็เกิดอาการเบื่อเหมือนกัน
ก็เลยลองเปลี่ยนธีมดู
หวังว่าธีมใหม่ จะช่วยคลายร้อนได้ไม่มากก็น้อย (หรือยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนก็ไม่รู้?)

พูดเรื่อง ‘เบื่อ’ ต้องบอกว่า มันช่างสอดคล้องกับยุคสมัยนี่กระไร
สมัยก่อน พอใช้ของไปนานๆ แล้วเบื่อ ก็วางทิ้งไว้รกบ้าน หรือไม่ก็ขายต่อราคาถูกๆ
แต่พอกระแสลดโลกร้อนเป็นที่นิยม
ของที่วางทิ้งไว้ในห้องใต้บันได ก็มีราคาค่างวดได้เหมือนกัน

การให้ลูกค้านำสินค้าที่ใช้แล้ว มา ‘รียูส’ หรือ ‘รีไซเคิล’ กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะกระตุ้นตลาดให้คึกคัก
ทั้งเสื้อผ้า รองเท้ากีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึง ของเล่นผู้ใหญ่

“เอ… ไอ้ 3 รายการแรก ก็พอคุ้นกันอยู่ แต่รายการสุดท้ายนี่มีด้วยหรือ”
มีครับ!
โดยเฉพาะในต่างประเทศ ที่ devices นี้ มีจำนวนไม่น้อย แทนที่จะปล่อยให้เซ็กซ์ทอยส์กลายเป็นขยะรกบ้าน
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่ญี่ปุ่น อย่างที่หลายคนเดาไว้ แต่เป็นทีมงาน LoveHoneyในอังกฤษ ประเทศที่ให้ความสำคัญกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมาก
เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีสารเคมีบางอย่างตกค้าง จึงต้องหาวิธีจัดการให้ถูก บางอย่างต้องกำจัดในรูปแบบพิเศษ
ดังนั้นจึงต้องหาไอเดียจูงใจให้ลูกค้าส่งของที่ใช้แล้วกลับคืนมา

แคมเปญของ LoveHoneyจะให้ลูกค้าที่นำของเก่าที่หมดอายุการใช้งาน สั่นไม่ได้ที่เหมือนแต่ก่อน เข้าข่ายเสื่อมสมรรถภาพในการสร้างความหฤหรรษ์ ส่งมาเพื่อรับสิทธิประโยชน์ซื้อสินค้าใหม่ในราคาครึ่งเดียว
ส่วนเครื่องเก่า เขาจะส่งไปให้ประเทศยากจนได้ใช้งาน
เฮ้ย! ไม่ใช่ครับ จะเอาไปรีไซเคิล เพื่อลดจำนวนขยะที่ต้องฝังกลบ

ภาพจาก guardian.co.uk

จำได้ว่าปีก่อนๆ ผมเคยเขียนถึงแม่ค้าในตลาดสด ที่ปรับแผงขายสินค้ารับเทศกาลต่างๆได้อย่างไม่เคอะเขิน
ตอนตรุษจีนก็ขายผลไม้และของไหว้ต่างๆ
อีกไม่กี่วันจากนั้น มีกุหลาบเป็นถังๆ วางเรียงรายบนแผงไม้เดิม
เปลี่ยนได้ไว แปลงร้านได้ตามเทศกาล ดูจะเป็นความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของ MSMEs
อ้าว! งงไหมครับ เคยเห็นแต่ SMEs แต่ในขลุกขลิกนี่ มี M แถมมาให้อีกตัว
M ตัวนี้คือ Micro ครับ ซึ่งเล็กกว่า Small อีก
จะเรียกว่าเป็น “ธุรกิจขนาดจิ๋ว” ก็น่าจะได้

แต่ปีนี้ปฏิทินจีนชนกับปฏิทินฝรั่งเสียอย่างนั้น งานนี้แม่ค้าหลายแผงอาจไม่ค่อยแฮ้ปปี้ เพราะเสียโอกาสขาย
จากสอง หายไปหนึ่ง ทำให้ต้องเลือกว่าจะขายอะไรดี
เหตุการณ์รักพี่เสียดายน้อง ผมก็เจอบ่อยๆครับ อย่างน้อยก็ 4 ปีครั้ง เพราะมีทั้งฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโรให้ลุ้น
ตอนเตะรอบแรกๆ ก็เลือกดูทีมที่ชอบได้ทุกนัด ทั้งอังกฤษ อิตาลี หรือสเปน
แต่พอรอบตัดเชือก เวลาแข่งมักตรงกัน แม้จะมีรีโมทในมือ แต่การดูฟุตบอลที่มีนักเตะในสนาม 44 คนพร้อมกัน ทำเอามึนหัวไปเลย
จึงเป็นที่มาของสุภาษิตขลุกขลิกว่า “อย่าจับปลาสองมือ อย่าถือรีโมทดูบอลสองสนาม”

แม้หลายคนจะไม่แฮ้บปี้ที่วันดีๆมาชนกัน แต่สำหรับบางงาน นี่เป็นวัน ‘ซูเปอร์มงคล’ โดยเฉพาะถ้าจะเริ่มต้นทำสิ่งดีๆให้กับโลกใบนี้
เหมือนที่ภูเก็ต เลือกเอา 14 กุมภาปีนี้ เป็นวันดีเดีย์เริ่มโครงการเมืองปลอดถุงพลาสติก
แทนที่จะมอบความรักให้แก่กัน ก็ขยายขอบเขตการให้ ‘บริการความรัก’ เพิ่มขึ้น
เป็นให้ความรักต่อสิ่งแวดล้อม

การรณรงค์นี้เป็นเพราะภูเก็ตมีคนต่างถิ่นเดินทางมาเยือนเยอะเหลือเกิน เยอะกว่าคนที่อาศัยอยู่บนเกาะหลายเท่าตัว ปีๆนึงก็ 5 ล้านกว่าคน
แต่ละวันมีขยะหลายร้อยตัน และก็กำจัดได้ไม่หมด เริ่มเกิดปัญหาขยะตกค้าง
ภาครัฐโดยกระทรวงพลังงาน ก็จะเปิดตัวโครงการภูเก็ตเขียวหลายโครงการ เช่น นำก๊าซเอ็นจีวีมาใช้, ผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับใช้ในโรงแรม, นำขยะมาผลิตพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งจูงใจให้ใช้จักรยานกันมากขึ้น

ส่วนภาคเอกชนคนทำธุรกิจ การรณรงค์ที่เป็นรูปธรรมก็คงจะเป็นการลดใช้ถุงพลาสติก
ห้างร้านที่เข้าร่วมโครงการ จึงจัดแคมเปญเพื่อจูงใจ เช่น บางห้างจะลดราคาสินค้าถ้าไม่เอาถุง บางแห่งจะเป็นการสะสมแต้มเพื่อแลกของ

ฟังดูอาจเป็นเรื่องธรรมดา หลายคนคงสงสัยว่า “มันจะได้ผลรึ?”
แต่ถ้าได้ยินตัวเลขที่เซเว่นฯแถลงข่าว จากโครงการที่ให้แคชเชียร์ร้าน ถามลูกค้าตอนคิดตังค์ ปรากฎว่า ลดการใช้ถุงได้เกือบ 3 ล้านใบ

ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าใช้มุกนี้ในการลดขยะ มิน่า เวลาคิดตังค์เด็กร้านมักถามหวาดเสียวอยู่เรื่อย
“ใส่ถุงมั๊ยคะ”