Posts filed under 'green idea'

แม้สายน้ำจะไม่ไหลย้อนกลับ กาลเวลามิอาจย้อนคืน
แต่บางสิ่งกลับเกิดขึ้น ราวกับว่า “มนุษย์เราได้เดินมาสู่จุดเดิม”…
วันนี้ขึ้นต้นแปลกๆไหมครับ เหมือนจะปรัชญา
แต่เขียนไปเขียนมา เริ่มงงเอง
คงเป็นเพราะอากาศร้อนมากไปหน่อย สไตล์การเขียนเลย error
ช่วงนี้สมองทำงานช้ากว่าปกติครับ เพราะ “น้ำ” ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสมอง ถูกส่วนอื่นของร่างกายแย่งไปใช้หมด
พอน้ำเหลือน้อย สมองก็เลย “ดูดี ดูดี๊ ดูดี” น้อยลง
ผมรู้สึกว่าปีนี้อากาศร้อนกว่าหลายๆปี แต่ร้อนน้อยกว่าเดิม!
งงไหมครับ?
ถ้างง ผมขออธิบายต่อนะครับ ถ้าไม่งง ก็ควรจะ… อ่านคำอธิบาย เพราะผมอุตสาห์เขียน (แฮะๆ)
อากาศร้อนกว่าหลายปี คือ อุณหภูมิสูงขึ้นทำลายสถิติเดิม แต่ที่ร้อนน้อย คือ อาจจะร้อนจัด ร้อนเปรี้ยงปร้างเพียงไม่กี่วัน จากนั้นก็มีฝนตกมาแทรกมาแซมเป็นบางวัน
ฝนตกสลับแดดออก นอกจากนกกระจอกจะสับสน คนก็แย่เหมือนกันครับ เพราะโดนไข้หวัดเล่นงาน
แต่ในความผิดปกติของฟ้าฝนแบบนี้ ยิ่งเป็นโอกาสอันดีของธุรกิจ ที่จะใช้ความ “รักษ์ธรรมชาติ” มาเป็นจุดขาย
สังเกตไหมครับ ศัพท์คำว่า Natural และ Green ถูกนำมาใช้ในทางการตลาดเยอะมาก
Green store, Green brand, Green products จะมีอยู่ในคำอธิบายของสินค้าหลายตัว
แต่ก็มีศัพท์อีกคำที่กำลังจะมาแรง นั่นคือ Sun
ศัพท์คำนี้ เหมาะสำหรับสินค้าที่ผลิตโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์
อย่าง Frito-Lay ก็มีแบรนด์ SunChips ซึ่งเป็นขนมขบเคี้ยวสไตล์ถนัดของค่ายนี้
แต่ที่แตกต่างจาก(ยี่ห้อ)พี่น้องในค่ายเดียวกัน ก็คือ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลักในกระบวนการผลิต
ซึ่งก็คล้ายๆ “กาแฟแดดเดียว” ที่ผมเขียนไปเมื่อหลายเดือนก่อน
โดยโรงงานผลิต SunChips นี้ ตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย บนพื้นที่กว่า 25 ไร่ที่การติดตั้งแผงโซลาเซลล์ ซึ่งสามารถให้พลังงานได้มากกว่า 70% ของไฟฟ้าที่ต้องใช้ในโรงงานทั้งหมด
นี่ไม่ใช่แบรนด์ใหม่หรอกนะครับ แต่มีอายุเก่าแก่เกิน 10 ปีเชียว
หากแต่นี่เป็นจังหวะเหมาะ ที่ Frito-Lay จะปัดฝุ่นและโฆษณาใหม่อีกครั้งว่า
“ช่วยลดโลกร้อน ต้องทานขนมกรุบกรอบใช้พลังงานจากธรรมชาติ”
“ต้องเลือกขนมขบเคี้ยวแดดเดียว”
“สันชิบ”
ต้องระวังการออกเสียงเรียกชื่อยี่ห้อนะครับ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงอย่าเติมไม้โทพยางค์แรกเป็นอันขาด
April 2nd, 2008
อากาศร้อนแบบนี้ อยากจะลาพักร้อน ไปนอนเล่นริมทะเล
ปีนี้ตั้งใจจะใช้โควต้าวันหยุดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเสียหน่อยครับ
เป็นมนุษย์เงิน ก็มีข้อดีตรงนี้แหละ
ไม่สบายก็ลาป่วย มีธุระก็ลากิจ เหนื่อยกายก็ลาพักร้อน ไม่อยากทำงานก็ลาออก (อย่างหลังนี้ไม่ควรทำบ่อยนะครับ)
แต่ตรงกันข้าม
กับโลกกลมๆใบนี้ ที่เราเหยียบย่ำทุกวัน
กลับต้องทำหน้าที่ไม่มีโอกาสได้หยุด
ด้วยเหตุนี้แหละ “อาการโลกร้อน” จึงประทุขึ้น
ซึ่งก็ทำให้เรานั่นแหละ ที่ต้องลำบากกว่าเดิม
อยู่ๆฝนตกหน้าหนาว
แต่ตลอดฤดูหนาว ได้ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นเพียงไม่กี่วัน
เป็นเหมือนบูมเมอแรง ขว้างไปยิ่งแรง ยิ่งกลับมาเร็ว
นั่น… เป็นเพลงพี่เบิร์ดไปเลย
(ใครรู้จักเพลงนี้ ก็เข้าข่ายมีอายุพอสมควร)
ด้วยเหตุนี้แหละบรรดาเอ็นจีโอ อาสาสมัครต่างๆ จึงหาวิธีกระตุ้นจิตสำนึก
และนี่เป็นการรณรงค์ครั้งแรกของยูเอ็น World Silent Day หลังจากการประชุมว่าด้วยเรื่องโลกร้อน ที่บาหลี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ค่ำวันที่ 21 มีนาคมนี้ ขอให้ช่วยหยุดการใช้ไฟ้ฟ้าทุกชนิด เพียง 4 ชั่วโมง จากสี่ทุ่มถึงตีสอง เพื่อให้โลกได้หายใจคล่องขึ้น
ใครจะอนุญาตให้ “โลก” ได้ลาพักร้อนวันพรุ่งนี้บ้างครับ
ส่วนผมเซ็นอนุมัติไปแล้ว

March 20th, 2008
เคยนับไหมครับว่าแต่ละเดือนมีจดหมายส่งมาถึงเราจำนวนเท่าไร?
หากคิดตามมาตรฐานคนชั้นกลางในเมือง ที่ต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโดมิเนียม พกบัตรเครดิต 2 ใบ แถมท้ายด้วยสินเชื่อบุคคลอีก 1 แบงก์
อ้อ! และยังมีมือถืออีก 2 เบอร์ อินเตอร์เน็ตอีก 1 แอ็คเคาท์
ก็จะได้รับซองขาว ราวๆ 8 ซองต่อเดือน
ผมไม่นับค่าน้ำ ค่าไฟ เพราะเห็นว่าบริการของเขาออกแบบใบแจ้งค่าใช้จ่ายได้ประหยัดอยู่แล้ว โดยเฉพาะการประปาฯ ใบแจ้งหนี้เล็กกว่าใบเสร็จของห้างค้าปลีกบางแห่งเสียอีก
ผมคิดว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ ก็คงอยากจะประหยัดซองเหมือนกัน
ซึ่งถ้าจะส่งรายการหนี้แบบเปลือยๆ โดยไม่มีอะไรห่อหุ้ม
ฟันธงได้เลยว่า ลูกค้าไม่แฮ้บปี้แน่นอน
ยังไม่ต้องพูดถึงข้อกฎหมายที่ต้องรักษาความลับของลูกค้า
ด้วยเหตนี้ จึงจำเป็นต้องใช้ซองจดหมายกันต่อไป
แต่ยังมีจดหมายอีกประเภท ที่ใช้ซองเปลือง อย่างไม่น่าให้อภัย
มีอย่างที่ไหนครับ! เปิดซองจดหมายออกดู ก็มีซองจดหมายอีกชิ้นพับอยู่ด้านใน
ใครเครดิตดี อาจเจอเหตุการณ์นี้บ่อยๆ
มีจดหมายเสนอการเป็นหนี้ส่งมาถึงบ้าน
หรือใครใจบุญใจกุศล ก็จะได้รับจดหมายเชิญทำบุญจากมูลนิธิต่างๆ
ในนั้น จะมีรายการให้เลือก ทั้งโอนเงิน หักผ่านบัญชีธนาคาร หรือหักผ่านบัตรเครดิต
เลือกตามใจชอบ แล้วส่งซองกลับ
ผมไม่มั่นใจว่า จะมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ส่งกลับ?
แต่เดาว่า มีจำนวนไม่น้อย ที่ต้องกลายเป็นกองกระดาษรอชั่งกิโลขาย
ในสหรัฐก็เกิดปัญหาคล้ายๆกัน
เมื่อพบว่า มีการใช้ซองจดหมายเป็นจำนวนมาก
นับเฉพาะซองจดหมายที่ลูกค้าต้อง reply กลับบริษัท มีมากถึง 8 หมื่นล้านซองต่อปี
และเพื่อลดปัญหาขยะซองจดหมายนี้ บริษัทใน Minnesota สหรัฐอเมริกา จึงเปิดตัว ecoEnvelopes ซึ่งเป็นซองจดหมาย ที่ใช้ได้หลายครั้ง จะเรียกว่า reuse ก็ไม่ผิดนัก
หากแต่ซองของ ecoEnvelopes จะถูกออกแบบมาเพื่อใช้ได้หลายครั้ง ซึ่งจะแตกต่างจากซองทั่วไป
โดยออกแบบให้มีซิป เพื่อง่ายในการเปิดปิดใส่เอกสาร และด้านหน้าซองก็เป็นพลาสติกไสเพื่อให้เห็นที่อยู่ ที่ระบุในกระดาษด้านใน
ecoEnvelopes ทำให้การส่งจดหมายไปให้ลูกค้า 1 คน ลดจาก 2 ซอง เหลือ 1 ซอง
หากบริษัทมีลูกค้า 1 ล้านราย ก็จะประหยัด 1 ล้านซอง
หากใช้กันทั้งสหรัฐ ก็จะประหยัดเป็นหมื่นล้านซอง
นอกจากนี้ ยังพบว่า ซองของ ecoEnvelopes ทำให้ลูกค้าส่งจดหมายกลับบริษัทมากขึ้นกว่าซองแบบเดิม
ถ้าเป็นเช่นั้นจริง บริษัทไหนไม่เปลี่ยนมาใช้ซอง reuse แบบนี้ (ซึ่งอาจจะเป็นของบริษัทอื่นก็ได้) ก็ถือว่าไม่ฉลาดนัก
ต้องขอบคุณไอเดียของ ecoEnvelopes ที่นอกจากจะช่วยลดการใช้กระดาษแล้ว
ยังช่วยยกระดับซองจดหมายด้วย
อย่างน้อยก็ไม่อยู่ในกลุ่มใช้แล้วทิ้ง เหมือนกระดาษชำระหรือถุงยางอนามัย
March 12th, 2008
Previous Posts