Posts filed under 'do it 4 me'

เวลาไปทานอาหาร แล้วต้องรอนานมาก
ส่งออร์เดอร์ไปเกือบชั่วโมง จิบน้ำไปหลายแก้ว คุยกันจนหมดเรื่องก็แล้ว ยังไม่มีวี่แววอาหารจะมาเซิร์ฟ
รู้สึกอย่างไรครับ?
เบื่อ หงุดหงิด โมโหหิว…
แน่นอนครับ เป็นลูกค้าจะโมโห จะโวยวายอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าคิดจะทำธุรกิจ ต้องหาวิธีปิดปากลูกค้า
ปิดปากด้วยการปรับปรุงบริการให้ดีขึ้นนะครับ ไม่ใช่เดินไป โซ้ย… แบบนั้นจะไม่ใช่ปิดปาก แต่จะกลายเป็นปิดกิจการ
ลองคิดเล่นๆ จินตนาการว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านอาหาร จะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี?
ผมจะให้เวลาคิดเล่นๆสัก 1 วัน
เออ.. นานไป เอาแค่มาม่า 1 อืดก็พอ
1 อืดคือหน่วยวัดเวลาที่ผมชอบใช้สมัยอยู่หอพักนักศึกษา มีค่าประมาณ 3 นาทีครับ
ใครคิด ผมขอให้…ถูกหวย หรือไม่ก็ หุ้นที่ซื้อไว้ ราคาขึ้นพรวดๆ
คิดเสร็จแล้วใช่ไหมครับ
ถ้าอย่างนั้น มาดูตัวอย่างภัตตาคารหรูในอังกฤษ
นี่ไม่ใช่คำเฉลย แต่เป็นวิธีหนึ่ง ที่ตั้งใจจะตรึงลูกค้าไม่ให้เบื่อ
หากสังเกตรายการทีวีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า รายการ Reality Show เป็นหนึ่งในรายการฮ็อตฮิต หรือ
ถ้าเป็นหนังสือ ก็แนวปาปารัสซี่ จะมาแรงมากเพราะไปสะกิดต่อมอยากรู้(เรื่องชาวบ้าน)ของมนุษย์
ยิ่งเป็นการแอบดู แอบฟัง ด้วยแล้ว ยิ่งชอบกันใหญ่
ร้านอาหารเอเชีย ชื่อ Inamo ในย่านไฮโซ จึงเอาแนวคิดนี้มาหลอกล่อลูกค้า โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วย
วิธีการของเขา คือเชื่อมข้อมูลระหว่างโต๊ะทานอาหารของลูกค้ากับห้องครัว
ด้านหนึ่งคือติดตั้งจอ touch screen ที่โต๊ะลูกค้า
อีกด้านหนึ่งคือ ติดตั้งกล้องวีดีโอ บนเตาทำอาหารในห้องครัว
ด้วยเครื่องมือไฮเทคนี้ ลูกค้าจะได้เห็นภาพถ่ายทอดสดการปรุงอาหารที่ตนเองสั่ง
ว่าใกล้จะสุกหรือยัง?
บางคนอาจเบื่อไม่อยากดูของตัวเอง ก็สามารถแตะปุ่ม ไปดูกะทะอื่นได้
ถ้าไปกันหลายคน ก็แลกกันดู ของคุณเป็นไง ของผมใกล้แล้ว…อิอิ อย่าคิดลึกนะครับ
เมื่อทานอาหารได้สักพัก และมีแผนจะไปต่อที่ไหน ก็แตะปุ่มเรียก taxi ล่วงหน้าได้เลย
หรือระหว่างนั้น หากมีอาการแง่งอนกัน ก็มีเกมเล็กๆมาให้ง้อคู่ควง
November 7th, 2008
‘ทำธุรกิจอะไรดี?’
คิดๆเท่าไร คิดไม่ออกสักที!
เท่าที่ผมได้ติดตามธุรกิจใหม่ๆในต่างประเทศ หนึ่งในรูปแบบธุรกิจที่มาแรง และเป็นที่นิยมอย่างมาก ก็คือการ “เกาะรายใหญ่”
การแข่งขันกับรายใหญ่โดยตรง ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่เงินทุนน้อยกว่า แต่รวมถึง โนฮาว, กลยุทธ์การตลาด และลูกค้าในมือ เหล่านี้ก็เสียเปรียบด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ต้องหาวิธีลดการเผชิญหน้าให้ได้ อย่าใช้กำลังและแก๊สน้ำตา (แหะๆ ขอแวะไปป้วนเปี้ยนแถวทำเนียบนิดหน่อย)
ลองคิดดูครับ ว่าในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ที่ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว มีอะไรบ้าง ที่รายใหญ่ไม่ทำ นั่นหละคือโอกาส
ผมได้เขียนถึงธุรกิจ Bemz ที่รับซ่อม, เปลี่ยนผ้าบุและผ้าคลุม สำหรับเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA โดยเฉพาะ ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน
มาวันนี้ ก็มีธุรกิจที่ “ผูกติดกับ IKEA” มาฝากอีกครั้งครับ
(และยังไม่หมดแค่นี้ ไว้จะทะยอยนำมาฝากเรื่อยๆ สำหรับแฟนๆ IKEA โดยเฉพาะ)
เนื่องจากในเมือง Nashville ยังไม่มีร้าน IKEA ไปเปิด แต่คนในเมืองนี้ก็อยากจะซื้อเฟอร์นิเจอร์อินเทรนด์
เมื่อ IKEA ไม่ยอมมาเปิด (อาจเพราะมองว่า เมืองนี้กำลังซื้อไม่มากพอ) จึงมีคนปิ๊งไอเดีย “รับฝากซื้อ” โดยให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าจากร้าน IKEA ผ่านทางเว็บไซด์ Modernnash
ย้ำนะครับว่า รับเฉพาะลูกค้าในเมือง Nashville เท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการจัดการ
หลังได้รับ order ทางทีมงานของ Modernnash ก็จะขับรถไปซื้อของที่ IKEA ในเมือง Atlanta แล้วนำกลับมาส่ง ตามสถานที่ที่นัดหมาย
แน่นอนครับว่า ราคานี้ย่อมแพงกว่าไปซื้อเอง เพราะ ModerNash เขาชาร์จค่าขนส่ง อย่างน้อย 15 ดอลลาร์ต่อชิ้น แพงสุดก็ชาร์จ 29.1% ของราคาสินค้า แต่ถึงจะชาร์จค่าขนส่งอย่างไร ราคาก็ยังถูกกว่าสั่งตรงจาก IKEA (เพราะถ้าแพงกว่า ก็คงไม่มีใครสั่งซื้อ ใช่ไหมครับ!) และเพื่อประหยัดน้ำมัน สินค้ารุ่นไหนที่ฮอตๆ เขาก็ซื้อมาสต๊อกไว้ก่อน
Modernnash พยายามเน้นว่าธุรกิจนี้ ช่วยกระจายสินค้าไปถึงมือลูกค้า IKEA ได้มากขึ้น
เป็นคำอธิบาย ที่น่าจะทำให้ขาใหญ่แฮ้ปปี้
เพราะ IKEA เอง ก็คงไม่ได้กำไรจากการขนส่งสินค้ามากมายนักหรอก
September 1st, 2008

“เบาๆหน่อยลูก แม่จะทำงาน”
“บอกว่าอย่าวิ่ง เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่พามาอีกนะ”
เสียงเตือนเด็กและคำขู่เล็กๆ ดังเป็นระยะๆตลอดวัน
กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วครับ เพราะปิดเทอมแบบนี้ ออฟฟิศจะกลายเป็นสนามเด็กเล่นไปชั่วคราว
ฝรั่งต่างชาติมาเห็นเข้า ต่างทึ่งในบรรยากาศการทำงานของคนไทย
“อบอุ่นจริงๆ”
แต่สิทธิประโยชน์แบบนี้ คงไม่ได้มีทุกที่ ทุกบริษัทหรอกนะครับ
บางแห่งก็หยวนๆให้พาลูกมาได้
บางแห่งก็เข้มงวด
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ คนที่ไม่ได้นั่งทำงานประจำในออฟฟิศ จะพาลูกไปอยู่ไหน
กรณีนี้ผมมีตัวอย่างจากต่างประเทศ มาให้ดูครับ
เมื่อคุณ M.F. Chapman เธอเผชิญกับปัญหาในการไปฝากเลี้ยงลูก แม้จะมีสถานรับเลี้ยงแต่ก็ติดขัดเรื่องเวลา
มันไม่เอื้อกับงานของเธอเลย
สุดท้าย เธอก็หาทางออกด้วยการตั้ง Cubes&Crayons
ที่เป็นทั้งออฟฟิศ และสถานเลี้ยงเด็กไปในตัว
โดยออฟฟิศ แบบ 2 อิน 1 นี้ ลูกค้าสามารถจองเวลาได้ล่วงหน้า ว่าจะมาใช้บริการเมื่อใด
และก็เลือกจำนวนชั่วโมงได้ตามสะดวก
ส่วนในเมืองไทย ไอเดียคล้ายๆกัน เริ่มมีให้เห็นแล้วครับ
เมื่อวานนี้ ผมไปซื้อของที่แฟชั่นไอส์แลนด์ เห็นมีป้ายบอก “ห้องรับฝากเด็ก”
ป้ายขนาดเท่ากับโปสเตอร์หนัง และตั้งเรียงต่อจากโปรเตอร์หนัง ตรงทางเดินเข้าห้างฯ
ไม่แน่ใจว่าเป็นบริการเสริม เพื่อเอาใจคุณแม่นักช้อปหรือเปล่า
เสียดายที่ผมรีบไปหน่อย เลยไม่ได้แวะไปดู ว่าหน้าตาห้องเป็นอย่างไร? มีคนฝากเลี้ยงเยอะไหม?
ไว้โอกาสหน้า จะไปหาคำตอบมาให้ครับ!
แต่หวังว่า “ห้องรับฝากเด็ก” คงไม่ใช่หนังเรื่องใหม่หรอกนะครับ!
May 12th, 2008
Previous Posts