วันนี้ ผมขอเขียนเรื่องฟุตบอลล้วนๆสักวันนะครับ
(ท่านใดที่ไม่ชอบฟุตบอล หรือเป็นแฟนเชลซี อาร์เซนอล แมนยู ก็ถือเสียว่า วันนี้ผมไม่ได้เขียนบล็อกก็แล้วกัน)
ตั้งแต่ลิเวอร์พูลขึ้นนำจ่าฝูง ผมก็ไม่กล้าเขียนถึงเท่าไร แม้แต่เวลาคุยกับเพื่อนฝูง ก็เจียมเนื้อเจียมตัว
ไม่อยากกดดันตัวเองครับ!!!
แต่หลังแมตช์เมื่อคืนนี้ ที่ลิเวอร์พูลแพ้เป็นนัดแรก ผมก็ได้โล่งใจไปด้วย
หลายคนอาจงง ผมเชียร์ลิเวอร์พูลแบบไหน ทำไมดีใจเมื่อทีมแพ้
คืออย่างนี้ครับ
ผมว่าลิเวอร์พูลทีมนี้ ณ เวลานี้ ยังไม่แกร่งพอ
(ย้ำนะครับว่า เป็นเฉพาะตอนนี้ อีก 1-2 เดือนข้างหน้า มันอาจเปลี่ยนไปก็ได้)
ด้านความพร้อมของทีม ลิเวอร์พูลยังขาดกองหน้าตัวเป้า อย่าง ‘ตอร์เรส’
กองหน้าที่เหลือเป็นประเภท ‘คลำเป้า’ อย่างเดียว แต่ยิงไม่เข้าเป้า
ถ้าตอร์เรสเจ็บ ก็ต้องทำใจ และลุ้นมากหน่อย
ด้านจิตใจ เห็นชัดเลยว่านักเตะชุดนี้ยังรับแรงกดดันได้ไม่ดี
การเป็นจ่าฝูง จะมีแรงกดดันสูง ทั้งจากคู่แข่งที่อยากเอาชนะ เรียกว่า มีศัตรูเยอะขึ้น ใครก็อยากชนะจ่าฝูง ทีมอันดับท้ายๆเวลาเจอทีมนำ ก็มีแรงฮึดและตั้งใจเล่นเป็นพิเศษ
อีกอย่างหนึ่ง เวลาขึ้นนำเป็นจ่าฝูง นักเตะก็เริ่มคาดฝันว่าจะได้เป็นแชมป์ นั่นแหละตัวอันตรายสุดๆ
เพราะความประมาทเป็นบ่อเกิดของหายนะ
ผมคิดว่า ตำแหน่งรองจ่าฝูง เหมาะกับลิเวอร์พูล ชุดนี้มากที่สุด
ทำไมถึงคิดอย่างนั้น ผมมีเหตุผลสามข้อครับ
ข้อแรก ถ้าสังเกตุดีๆ ในปีนี้ ลิเวอร์พูลถูกทีมอื่นยิงนำก่อนหลังครั้ง และก็สามารถฮึดกลับมายิงแซงเอาชนะได้ ในช่วงท้ายเกม
แต่พอยิงนำทีมอื่นก่อน และไม่สามารถยิงเพิ่มลูกที่ 2 ได้ ก็เล่นประคองเกมไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็โดนยิงตีเสมอ หรือแพ้ในที่สุด
เหมือนเมื่อคืนที่ยิงนำสเปอร์ ตั้งแต่นาทีที่ 3 แต่ก็ยิงลูกที่สองไม่ได้เสียที
โดนเสาบ้าง โดนคานบ้าง
จากฟอร์มตรงนี้แหละ ที่ผมเห็นว่า ลิเวอร์พูล เหมาะกับรองจ่าฝูง
ถ้าเปรียบกับม้าแข่ง ผมว่าหงส์แดง เป็นสไตล์วิ่งประคองตามก้นตัวนำไปเรื่อยๆ รอจนกว่าเข้าทางตรงสุดท้าย ค่อยปล่อยพลังทั้งหมด และแซงเข้าเส้นชัย
ข้อที่สอง การแพ้เมื่อคืนทำให้ลดแรงกดดัน ไม่ต้องแบกคำว่า “ยังไม่แพ้ใคร” ไว้บนบ่า
เหมือนนักเรียนเก่งๆ ที่ได้เกรด 4 มาตลอด จะมีความเครียดสูง จะต้องสอบให้ได้เกรด 4 เท่านั้น
หารู้ไม่ว่า เลข 1, 2, 3 ก็สวยเหมือนกัน (ส่วนเลข 0 ไม่ค่อยสวยนะ ห่างๆไว้ก็ดี)
พอสอบได้เกรด 3 ก็ทำใจไม่ได้ บางคนถึงขนาดคิดสั้น
ต่างจากผม ที่พยายามทำเกรดให้มันแย่ๆบ้าง จะได้เรียนรู้รสชาติของชีวิต (แต่ผมคงพยายามมากไปหน่อย เกรดน้อยๆ จึงเต็มทรานสคริป)
และการลดแรงกดดันครั้งนี้ก็ไม่เสียหาย
เพราะคะแนนยังเท่ากับเชลซีที่เป็นจ่าฝูง เพียงแต่ประตูได้เสีย น้อยกว่า
อธิบายคำว่า ‘ประตูได้เสีย’ นิดนึงครับ เดียวคนที่ไม่ใช่แฟนบอลเข้าใจผิด
คำว่า ‘ได้เสีย’ ในที่นี้ ความหมายต่างไปจากข่าวอาชญากรรมนะครับ เดียวเข้าใจไปว่า ผู้รักษาประตูไปมีอะไรกับใคร
‘ประตูได้เสีย’ หมายถึง จำนวนประตูที่ยิงได้ ลบด้วย จำนวนประตูที่ถูกยิง
เช่น แข่ง 4 นัด ชนะ 2-1, ชนะ 3-1, ชนะ 1-0, แพ้ 0-3 สรุปแล้วยิงได้ 6 ประตู และเสียประตูไป 5 ลูก
ประตูได้เสียคือ +1 ครับ
พอเข้าใจคำว่า ‘ได้เสีย’ ในมิติของฟุตบอลแล้วนะครับ
กลับมาที่ ลิเวอร์พูลกันต่อ
การเป็นที่ 2 โดยแต้มเท่าเชลซี กลับเป็นเรื่องดีเสียอีก
เพราะอย่าลืมว่า ลิเวอร์พูลต้องเจอกับเชลซีอีก 1 นัด ที่สนามแอนฟิลด์ของตัวเอง
หากรักษาแต้มแบบนี้ไปเรื่อยๆ คือให้เท่ากับจ่าฝูง แต่มีประตูได้เสียไม่ดีเท่า แล้วค่อยไปชนะในนัดชี้ชะตา เพื่อเบียดขึ้นเป็นจ่าฝูงแทน ก็น่าจะดีกว่า
หากทำแบบนั้นได้ ลิเวอร์พูลจะขึ้นจ่าฝูงแทน ในช่วงที่การแข่งขันใกล้ปิดฤดูกาล ซึ่งการแบกรับความกดดันจะสั้นกว่า ขึ้นนำจ่าฝูงตอนนี้
ข้อสุดท้าย ผมว่าทีมลิเวอร์พูลภายใต้การนำของเบนิเตส เป็นทีมซาดิสต์ครับ
ทีมนี้ ไม่ชอบชนะคู่แข่งแบบขาดลอย (นานๆ จะมีที)
ประเภทชนะ 4-0, 5-0 เหมือนแมนยู อาร์เซนอลนะ นับครั้งได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้นะ แต่ไม่ชอบทำ
แต่ทีมนี้ ชอบให้คนอื่นยิงนำไปก่อน ดีใจไปก่อน แล้วค่อยมาเอาคืนในตอนท้ายๆ ให้แฟนบอลได้ลุ้นหัวใจแทบวาย กันหลายครั้ง
มีทั้งลุ้นโชค 1 ชั้น คือ ให้คู่แข่งนำไปก่อน 1-0 แล้วมายิง 2 ลูกรวดแซงชนะ 2-1 (เหมือนที่ตัวเองเจอเมื่อคืน)
บางทีก็ลุ้นโชค 2 ชั้น ให้คู่แข่งนำไปก่อน แล้วยิงตีเสมอ จากนั้นก็ถูกคู่แข่งนำอีกครั้ง แล้วก็ยิงแซงคู่แข่งชนะไปเฉย
แฟนบอลทีมนี้ จึงเป็นประเภทหัวใจแกร่ง ไม่หวั่นไหว ไม่สะทกสะท้านง่ายๆ
โดนยิงไป 1-0 ยังหัวเราะได้
โดนอีกลูก เป็น 2-0 ยังยิ้มได้
อีกลูก เป็น 3-0 ก็ยังไม่หน้าหงิก
คิดในใจ เดียวยิงรวดเดียวเอาทั้งต้นทั้งดอก
…กรรมการเป่านกหวีด หมดเวลา…
“เฮ้ย เราแพ้หรือนี่?”