ผมได้รับคุณ(อี)เมล จากเพื่อนผู้หวังดี เป็นชีวประวัติของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของโลก
ลองนั่ง Time Machine ไปดูเรื่องราวของเขา ดูซิครับและคุณจะทึ่ง

‘หลังจากลืมตาดูโลกได้ 5 ปี เขาก็ต้องสูญเสียพ่อ
และพออายุ 16 ปี ก็ต้องออกจากโรงเรียนการคัน
เริ่มต้นวัยรุ่นด้วยการตกงานครั้งแล้วครั้งเล่า’

‘เขาแต่งงานตอนอายุ 18 ปี ถัดจากนั้นปีเดียวก็ได้เป็นพ่อคน แต่ใช้ชีวิตคู่อยู่ได้ไม่นาน
ตอนอายุ 20 ปี ภรรยาก็พาลูก หนีไปจากเขา เพราะทนใช้ชีวิตด้วยไม่ได้’

‘เขาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพแต่ก็ถูกขับออกมา
หันเห มาสมัครเข้าโรงเรียนกฎหมาย แต่ด้วยความสามารถพิเศษที่ไม่ธรรมดา เขาก็ถูกปฏิเสธ
งั้น! เปลี่ยนไปทำงานเป็นพนักงานขายประกันดีกว่า
…แต่เขาก็ล้มเหลวอีกครั้ง’

ผ่านไป 20 กว่าปี เห็นแล้วชักเหนื่อยใจแทนหนุ่มคนนี้นะครับ
ดูเหมือนว่า เขาจะเอาดีไม่ได้สักอย่าง
เขาพยายามค้นหาตัวเอง ว่าถนัดอะไร ชอบอะไร
แน่นอน!!! อย่างน้อยคนเราต้องมีอะไรดีในตัวอยู่บ้าง

‘เขาพบว่า สิ่งที่ถนัดคือการทำอาหาร ดังนั้นเขาจึงไปสมัครทำงานในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง
แต่ตำแหน่งที่ได้กลายเป็น คนล้างจานในร้าน
เขาใช้ชีวิตแบบนั้น คือล้างจานในร้านกาแฟ ไปจนกระทั่งเกษียณตอนอายุ 65 ปี’

เรื่องมันน่าจะจบใช่ไหมครับ จะเอาอะไรอีกกับชายวัย 65
แต่ยังไม่จบครับ
โปรดติดตามตอนต่อไป

‘วันแรกหลังจากเกษียณ เขาได้รับเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกเป็นจำนวน 105 ดอลลาร์
เงินจำนวนนี้ คล้ายจะบอกว่า เขาไม่อาจดูแลตัวเองได้อีกต่อไปแล้วหากยังหวังพึ่งเงินอุดหนุนจากรัฐอย่างเดียว’

‘มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกผิดหวัง ล้มเหลว เสียกำลังใจ และท้อแท้ เพราะตลอด 65 ปี เขาเจอเรื่องแบบนี้มาเยอะมาก’

‘หนุ่มใหญ่วัยชรา ตัดสินใจว่า ถ้าเขาดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐดูแล เขาก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
เขาตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมาก ที่จะจบชีวิตตนเอง!!!’

โอ้! ถึงขนาดจะฆ่าตัวตายเลยหรือนี่
ใจเย็นๆนะคุณลุง

‘เขาหยิบกระดาษและดินสอเดินไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้าน
เพื่อเขียนจดหมายสั่งเสีย’

ขอเพลงประกอบฉากนี้ด้วยครับ เอาแบบช้าๆเศร้าๆ เรียกน้ำตา

‘แต่แทนที่เขาจะเขียนพินัยกรรม และบอกอำลาคนรู้จัก กลับเหมือนมีอะไรมาดลใจ
นี่เป็นครั้งแรกของชีวิตที่เขาคิดได้
โอ้! พระเจ้า… ทันใดนั้น เขาลงมือเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น ชีวิตที่เขาควรจะมี และสิ่งที่เขาปรารถนาในชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่’

‘เขาตกใจมาก เมื่อค้นพบความจริงในชีวิตว่า เขายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันเลย’

โห! คุณลุงเพิ่งนึกได้หรือนี่?

‘เขานั่งครุ่นคิดกับตัวเองอย่างจริงจัง มีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้ และทำได้ดีกว่าคนอื่นๆด้วย
ใช่แล้ว! เขารู้วิธีปรุงอาหาร
ชีวิตเกือบทั้งหมดของเขา อยู่ใกล้เตาร้อนๆมาตลอด เขาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้ประสบความสำเร็จ’

‘ถ้าจะตาย ก็ขอให้ได้ชื่อว่าได้พยายามทำบางสิ่งอย่างเต็มที่แล้ว’
‘เขามุ่งหน้าไปยังธนาคารในเมือง เพื่อขอยืมเงิน 87 ดอลลาร์จากเช็คประกันสังคมฉบับต่อไปของเขา
เขาซื้อกล่องและไก่จำนวนหนึ่ง’
‘เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาก็ลงมือปรุงไก่ด้วยสูตรพิเศษที่ได้คิดค้นขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ทำงานในร้านกาแฟ
เขาเริ่มขายไก่ทอดของเขาตามบ้านต่างๆในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้’

จากวั้นนั้นถึงวันนี้ ร้านขายไก่ทอดของคุณลุง ก็เปิดสาขาไปแล้ว 26 ประเทศ รวมทั้งไทย
ลุงคนนี้ชื่อ Harland Sanders ครับ ร้านของลุงชื่อ KFC
ในวัย 65 ปี เขาเหมือนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลว
แต่ในวัย 85 ปี เขากลายเป็นเศรษฐีพันล้านและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ภาพจาก wikimedia.org

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
5 Responses
  1. tidty says:

    นี่เอง,, คือเรื่องราวทั้งหมด ,,

  2. ดอกแก้ว says:

    ขอปรบมือให้ดังๆเลยค่ะ สำหรับเรื่องที่น่าประทับใจของลุงเคนฯ เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ

  3. MiMD says:

    อ่านจบแล้วได้กำลังใจดครับ .. ในที่สุดเราก็ต้องเจอ(ตัวเอง) :)

  4. Paul says:

    ขอโทษนะครับ…
    แต่เรื่องของผู้ก่อตั้ง KFC เรื่องนี้จริงๆแล้วผิดอยู่หลายส่วนครับ
    อย่างแรกที่สำคัญมากๆก็คือ Harland Sanders ขายไก่ทอดมาตั้งแต่อายุ 40 แล้วครับ
    ความจริงแล้วไก่ทอดของท่านเป็นที่นิยมอย่างมากในเมืองตั้งแต่ท่านยังอายุไม่ถึง 60 ด้วยซ้ำ ถึงได้รับการแต่งตั้งเป็น Colonel
    และยังมีส่วนอื่นๆที่ผิดไปจากความเป็นจริงอย่างมาก ลายระเอียดคสามเป้นจริงหาดูได้ทางเว็บไซท์ทั่วไปครับ
    แต่ดยรวมเรื่องนี้ถึงจะเป็นเรื่องที่ผิดไปจากความเป็นจริง ก็ถือว่าสร้างกำลังใจได้ไม่เลวเลยครับ

  5. ขอบคุณครับคุณ Paul ที่ช่วยแจ้งเตือนมา
    เนื้อหาที่ผมเขียนอาจเพี้ยนไปจากความเป็นจริงในหลายๆส่วน
    ต้องขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ (โปรดรับการคำนับจากกระผมด้วย)

    ผมรีบร้อยเขียนไปหน่อย โดยที่ไม่ได้เช็คความถูกต้องของข้อมูล อ่านแล้วทึ่งจึงรีบบอกต่อ (แต่ก็ไม่สมควรจะเอาเรืองนี้มาเป็นข้ออ้างอยู่ดี)

    ลุงเคน ทอดไก่มาตั้งแต่อายุ 40 ปี และก็เป็นที่นิยมกัน เพราะความอร่อยเฉพาะตัวครับ
    หากแต่ธุรกิจของลุง เริ่มจริงจัง หลังจากใช้ชีวิตผ่านไป 65 ฝน 65 หนาว หลังจากตอนเกษียณ ลุงแกได้รับเงินจากรัฐเพียง 105 ดอลลาร์
    ย้ำครับว่า ชีวิตของลุงเริ่มต้นตอนอายุ 65 ปี

Leave a Reply

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>