เมื่อ 5-6 ปีก่อน บ้านเราขึ้นชื่อว่ามีนายกฯ ที่เก่งในเรื่องการบริหารข่าวดี อย่างมาก คือ รู้จักเลือกจังหวะการให้ข่าวว่าจะทำอะไร? มีโครงการอะไรใหม่? เปิดประเด็นใหม่ไปเรื่อย ขายฝันให้ตื่นเต้นเป็นรายสัปดาห์
จนนักวิเคราะห์วิจารณ์ ทำงานกันไม่ทัน
ที่ผมจำติดตาติดใจ ก็โครงการจะซื้อทีมลิเวอร์พูล ทีมสุดรักของผมนี่แหละ
คิดไปได้….(แต่โชคดีที่ซื้อไม่ได้
)
เออ!!! ผมหมายถึงเฉพาะการให้ข่าว ปล่อยข่าว เท่านั้นนะครับ
ส่วน เรื่องการลงมือทำ นั้นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งทุกคนก็ใช้วิจารณญาณส่วนตัวตัดสินได้ตามสะดวกครับ
แต่ตอนนี้ดูจะตรงกันข้าม
ตื่นมาตอนเช้า หาข่าวดี แทบไม่เจอ
ถ้าจะอ้างคำพระ ต้องบอกว่า ‘ปัญหาทุกอย่าง ล้วนเป็นฝีมือมนุษย์’
ไม่ว่าจะปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐที่กำลังจะลามไปทั่วโลก และปัญหาการเมืองในบ้านเรา
ซึ่งถ้ามนุษย์ไม่ร่วมมือกันแก้ปัญหา ก็จะต้องรับเคราะห์กันเอง
แม้จะมีแต่เรื่องไม่ค่อยดี แต่ถึงอย่างไร ชีวิต(และธุรกิจ) ก็ยังคงดำเนินต่อไป
ดังนั้น เราต้องหามุมบวก เพื่อมาล่อเลี้ยง
ผมอ่านเจอบทความเล็กๆในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับล่าสุด
เขาบอกว่า “เป็นความโชคดีของประเทศไทย ที่ 2-3 ปีมานี้ เรามัวแต่ทะเลาะ ทำให้โครงการเมกะโปรเจกทั้งหลายแหล่ ไม่ได้เกิดซะที พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ เราเลยกระทบไม่มากนัก”
อืม…เป็นความโชคดีของประเทศไทยจริงๆ
แต่ถ้าให้เลือก ระหว่าง ‘โชคดีที่ไม่ได้ทำอะไร’ กับ ‘ลงมือทำแล้วเกิดปัญหา’
ผมเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ขอเลือก ‘อกหัก’ ดีกว่า ‘รักไม่เป็น’
หรือแม้แต่วิกฤตการเงินในสหรัฐครั้งนี้ ที่มีแบงก์เรียงแถว รอล้มละลายอีกหลายแห่ง
นักวิชาการบางคนก็มองว่า “ดีเหมือนกัน ปัญหาโลกร้อนจะแก้ไขได้อย่างง่ายดาย”
เพราะการผลิต การบริโภคจะลดลงอย่างมาก นั่นหมายถึงทรัพยากรถูกทำลายน้อยลง
อืม…เป็นความโชคดีของโลกเราจริงๆ
อีกหนึ่งตัวอย่าง คือ Wal-mart ร้านค้าปลีกบิ๊กเบิ้มของโลก
แทนที่จะรอถูกโจมตี ว่าขายต่ำกว่าทุน ทำลายคู่แข่ง ทำลายคู่ค้า
Wal-mart ก็เปลี่ยนวิธีนำเสนอใหม่ ว่า ราคาที่ขายนั้นช่วยชาวอเมริกัน ประหยัดเงินได้เท่าไร
ล่าสุด ผ่านไป 10 เดือนของปีนี้ Wal-mart ช่วยเชฟเงินไปแล้วกว่า 200 ล้านดอลลาร์ (เงินที่ช่วยเซฟ คือ ราคาที่ Wal-mart ขายถูกกว่าร้านอื่นๆ)
อืม…เป็นความโชคดีของผู้บริโภคแดนมะกันจริงๆ
ลองค่อยๆมองหามุมบวกนะครับ
แล้วจะรู้ว่า โลกใบนี้ ยังน่าอยู่เหมือนเดิม
อืม….แฟนผมยังน่ารักเหมือนเดิม