วันหยุดยาวสามวัน ผมแทบไม่ได้เข้ามาดูบล็อกเลย ทั้งที่ไม่ได้เดินทางไปต่างจังหวัดที่ไหน อยู่กรุงเทพนี่แหละ
อย่างว่าครับ ชีวิตก็มีทั้งภาคออฟไลน์ และออนไลน์สลับกันไป
จะบอกว่างานยุ่งก็ไม่ใช่เสียทีเดียว แต่เป็นเพราะตอนนี้กำลังคิดการใหญ่ อยากขยับขยายหาเคหะสถานที่กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม
ทาวน์เฮ้าส์ที่อยู่ก็ไม่ได้เล็กหรอกนะครับ (อันนี้ ผมเอาเกณฑ์เรื่องการทำความสะอาดเป็นตัวชี้วัด) แต่ก็อยากมีบ้านเดี่ยวกะเขาบ้าง
จึงเริ่มขับรถตะลอนๆ เยี่ยมชมโครงการต่างๆ
นี่ก็ปาเข้าไปเกือบ 10 โครงการแล้ว อีกไม่นานก็คงเขียนรีวิวบ้านได้เหมือนกัน

ยิ่งดูมาก ก็ยิ่งตัดสินใจยาก
ยากอย่างแรก คือ ไม่มีที่ถูกใจทั้งหมด
ชอบห้องนอนโครงการนี้ แต่ชอบห้องครัวโครงการนั้น แต่ชอบสภาพแวดล้อมของโครงการโน้น แต่ชอบทำเลโครงการนู้น
ยากอย่างที่สอง คือ อันที่ชอบมากๆหน่อย ราคาแพงครับ (นิสัยชอบของแพงยังแก้ไม่หาย)

แม้จะมีบางโครงการ เสนอออปชั่นให้เปลี่ยนแปลงตำแหน่งห้องต่างๆได้ตามใจชอบ แต่ก็ถูกจำกัดด้วยขนาดบ้านและขนาดที่ดิน
ครั้นจะเลือกปลูกบ้านเอง จะได้ DIY ได้เต็มที่ตามใจชอบ ก็ไม่ใช่ง่าย ต้องเหนื่อยอีกหลายเท่า เพราะต้องติดต่อทุกๆอย่างเองหมด แถมบ้านที่เราอยู่ก็ไม่มีรั้วรอบขอบชิด และ รปภ. เหมือนโครงการใหญ่ๆ

สรุปก็ตะลอนๆหาต่อไป คงมีที่ถูกใจและถูกตังค์

ร่ายมาเสียยาว แต่ยังไม่เข้าเรื่องวันนี้เลย อันที่จริงก็ปูเรื่องมาพอสมควรแล้วหล่ะ เพราะที่จะเล่าวันนี้เป็นคอนเซ็ปต์ DIY

หากใครจะทำธุรกิจ ลองใช้แนวคิดนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ
สินค้าทุกอย่างที่มีส่วนประกอบมากกว่า 2 ชิ้น ก็สามารถ DIY โดยให้ลูกค้าเลือก Mix & Match ได้ตามใจชอบ
เรื่องบ้านอาจยากไปนิด สำหรับการ DIY เพราะมีข้อจำกัด ไหนจะเรื่องการใช้เวลาสร้าง, การทำสัญญา, การตรวจรับ, การโอนบ้าน จะโอนช่วงไหน และอีกหลายๆเรื่อง ที่รอให้คุณปวดหัว
แต่ถ้าเป็นสินค้าอื่น ที่ไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะอย่างนี้ ก็ใช้ DIY ได้หมด

เมื่อปีที่แล้ว ผมเขียนรีวิว MyShape ซึ่งเป็นธุรกิจเสื้อผ้า ที่ชูจุดขายว่า สาวๆมีทรวดทรงที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่าง
วันนี้ก็ถือโอกาสเขียนถึง “DIY กระเป๋าถือ” เสียเลย จะได้เข้าชุดกัน

และก็เหมือนกับหลายๆธุรกิจในยุคนี้ คือใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์
ร้าน elementalthreads จะมีแบบกระเป๋าทั้งใบเล็ก ใบใหญ่ แบบมีหูหิ้ว หรือใช้ซิป
ขั้นตอนเริ่มจากลูกค้าเลือก “แบบกระเป๋า” ก่อน
จากนั้น ก็เลือกสีของ “บอดี้กระเป๋า” ซึ่งเขามีช้อยส์ให้เยอะมากๆ
พอได้บอดี้แล้ว ก็เป็นคิวของ หูหิ้ว, กระดุม และตบท้ายด้วย “ผ้าบุ” ด้านใน

ง่ายๆเพียง 4-5 คลิก ก็ได้กระเป๋าที่ดีไซน์เอง
และถ้าไม่แน่ใจว่าสวยพอไหม ก็ส่งอีเมลไปให้เพื่อนดู
ช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนจ่ายตังค์

อีกตัวอย่างที่ใช้ DIY ในการทำตลาดตอนนี้ คือรถมอร์เตอร์ไซด์ครับ
จำได้ว่าตอนเรียนมัธยม อยู่ต่างจังหวัด เรื่องฮิตของหมู่วัยรุ่นคือการทำสีรถมอร์เตอร์ไซด์
แม้จะถอยมาใหม่เอี่ยม ก็ต้องมาพ่นสีล้อใหม่ เปลี่ยนกระจกมอง เปลี่ยนท่อไอเสีย และอีกนานาชิ้นส่วน
ดูเหมือนผู้ผลิตรถมอร์เตอร์ไซด์จะเข้าใจวัยรุ่นมากขึ้น ว่าชีวิต
จึงออกแบบรถให้เลือกสีเบาะ สีท่อไอเสีย ไฟท้าย หรือบังโคลน

จริงๆแล้ว ชีวิตเราทุกวัน ก็อยู่กับ DIY ตลอด
ลองนึกถึงเวลาสั่งก๋วยเตี๋ยวซิครับ
“เล็ก ชิ้น ไม่งอก ไม่เครื่องใน ผักเยอะๆ”
เพราะคนเรา ชอบไม่เหมือนใคร และก็ไม่อยากให้ใครเหมือน
ดังนั้น จะทำธุรกิจก็ต้องมีทางเผื่อเลือก ให้ลูกค้าได้ DIY บ้าง

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
One Response
  1. แม่อันนา says:

    ใครๆ ก็บอก DIY ทำได้ง่ายจัง
    แล้วตังค์ล่ะ ต้องจ่ายถูกลง หรือแพงขึ้น

    เคยร้อยสร้อยคริสตัลใส่เอง
    DIY เลยค่ะ ไม่ซ้ำใคร ไม่มีใครเหมือน
    ทำสร้อยเส้นเดียว ต้องซื้อ
    - เส้นเอ็นทั้งม้วน
    - คริสตัลต้องซื้อทีละ 50-100 เม็ด (ใช้จริงไม่กี่สิบ)
    - ลูกปัดเล็กต้องซื้อเป็นกรัม (เหลือบาน)
    - และอื่นๆ ที่ซื้อแล้วเหลือเกินกว่าสร้อยเส้นเดียว
    - ยังไม่รวมค่าแรง ค่าปวดหลัง

    จริงๆ ถ้าใช้วัสดุทั้งหมดมันก็ได้หลายเส้น ราคาถูก
    แต่ฉันอยากได้เส้นเดียวอ่ะ สรุปว่าซื้อเอา “ถูกกว่า”

    เหมือนทำการตลาดให้ niche market
    ตลาดที่ว่านี่ “นิด” จริงๆ คือตัวเราคนเดียวนี่แหละ
    ราคาขายให้ตัวเองเลยเรียกว่า แพงจัง

Leave a Reply

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>