“มีขึ้นย่อมมีลง”
“มีเกิดย่อมมีดับ”
“เพราะสรรพสิ่งล้วน เกิดขึ้น คงอยู่ และดับไป”
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมหนีไปบวชหรือนิมนต์พระที่ไหน มาให้คติธรรมนะครับ
หากแต่วันนี้ จะขอพูดถึงธุรกิจที่ต้องปิดตัวเอง เพราะแพ้ภัย “ผู้มาใหม่”
เด็กยุคใหม่อาจเฉยๆกับข่าวที่กระทรวงไอซีทีจะปิดให้บริการโทรเลข
แต่ถ้าใครเกิดทัน “ขอมือขวาหน่อย!!!” ของพี่หนุ่ยอำพล ที่พอจะได้ลิ้มรส SMS บนแผ่นกระดาษ ก็อดเสียดายไม่ได้
ครับ ผมเองก็เคยใช้บริการโทรเลขอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี
กระโดดขึ้นโบกี้สุดท้ายได้ทัน เลยได้ลิ้มลองรสของความคลาสสิค
แน่นอนครับ เรื่องเร่งด่วนของนักศึกษาจากต่างจังหวัด คงมีไม่กี่เรื่อง
อยากจะลองทายไหมครับว่าเป็นเรื่องอะไร?
แต่คำตอบง่ายแบบนี้ ผมจะไม่เปิดโอกาสให้ทาย
ขอเฉลยเลยแล้วกัน ก็เรื่องเงินๆทองๆ ยังไงครับ
แม้นักศึกษาส่วนใหญ่ในหอพัก จะไม่ใช่คนภาคใต้ แต่ทุกคนก็ใช้ภาษาไทยได้สั้น กระชับ ไม่แพ้กัน
“เงินหมดแล้ว”
“ส่งค่าเทอมด่วน”
“ค่าหนังสือเพิ่ม 2 พัน”
กระชับและได้ใจความไหมครับ?
แถมออกไปในโทน ประโยคคำสั่งอีกต่างหาก
แต่แล้วข้อความลักษณะนี้ ก็ถูกแทนที่ด้วยเพจเจอร์
พอจะจำกันได้ไหมครับ กด 152 หรือ 1500 หรืออีกหลายๆเบอร์ แล้วก็ฝากข้อความเสียง
แต่เครื่องรับ SMS แบบหนีบเอว ก็อายุสั้นเหลือเกิน
อย่างนี้ต้องตั้งสโลแกนให้หน่อย
“มาไว ไปไว เพื่อไทยทุกคน” และต่อมาก็มีพระเอกตัวจริง ซึ่งตอนนี้พระเอกคนเก่งก็เข้าไปอยู่ในใจคนไทยกว่าค่อนประเทศ
ครับ! นี่เป็นสัจธรรมที่คนทำธุรกิจต้องมองเห็นให้เร็ว เพื่อจะได้ปรับตัวทัน
ต้องมองเห็น “ตะวันที่จะตกดิน” และก็ต้องมองหา “พระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น”
ในช่วงเวลาไม่กี่ปีนี้ เราได้เห็นสินค้าและธุรกิจหลายอย่างได้ทะยอยหายไป
บางอย่างค่อยๆหาย อาจมีอยู่บ้างแต่ไม่ฮิตเหมือนเดิม
บางอย่างหายถาวร แบบไม่ต้องพึ่งประตูน้ำโพลีคลีนิค
มาช่วยกันไล่เรียงดูนะครับว่ามีอะไรบ้าง
โทรเลข, เพจเจอร์, ฟิล์มและกล้องถ่ายรูป, เครื่องพิมพ์ดีด, จตุคามฯ, ญี่ปุ่นฟีเวอร์, ขนมโรตีบอย, ชาไข่มุก, ชาเขียว, ตู้กับข้าว