ตอนที่แล้ว ผมเล่าถึงภารกิจสีเขียวของ Tesco ในอังกฤษ
วันนี้เป็นคิวของผู้ประกอบการไทยบ้างครับ
สลับๆกันไป
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นึกครึ้มอยากเข้าครัวทำอาหาร จึงไปเดินช็อปปิ้งที่โลตัสสาขาใกล้บ้าน สรุปสุดท้ายได้ปลาและหมูหมักกระเทียม
มื้อนี้ของทอดล้วนๆ
อาหารทำไม่ยาก แต่ใช้เวลานานหน่อย และเปลืองน้ำมันน่าดู เทไปเกือบครึ่งขวดใหญ่
แต่ที่ลำบาก ก็ตอนทอดเสร็จนี่แหละครับ
ด้วยความที่นานๆเข้าครัวที จึงไม่อยากเก็บน้ำมันทอดแล้วไว้ใช้ต่อ เพราะเก็บไว้ก็เหมือนรอทิ้ง
อีกอย่าง ด้วยฝีมือระดับอนุบาล ผลงานของน้ำมันจึงดำๆ และมีกลิ่นไหม้
น้ำมันเหลือใช้ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรต่อ
ถ้าเป็นกระดาษหรือขวดน้ำ ยังมีรถซื้อของเก่า เข้ามาตระเวรซื้อ
สุดท้าย ก็ทิ้งลงท่อระบายน้ำ กลายเป็นสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมเสียอีก
ผมก็เป็นในหนึ่ง 70% ที่ข้อมูลจากการสำรวจบอกว่า มักจะเทน้ำมันเหลือใช้ลงท่อระบายน้ำ
ด้วยข้อมูลนี้แหละครับ ที่บริษัท น้ำมันพืชทิพ จำกัด นำไปใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาด (หรือกลยุทธ์ Corporate Social Respondsibility ก็สุดแท้แต่จะเรียก) โดยใช้ชื่อว่า “โครงการโรงเรียนร่วมใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับธนาคารน้ำมันพืชทิพ”
โครงการนี้ พยายามช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยการรับซื้อน้ำมันใช้แล้ว ในราคาลิตรละ 10 บาท
10 บาท!!!
ราคาดีกว่าขวดพลาสติก และกระดาษหนังสือพิมพ์เสียอีก แบบนี้น่าจะจูงใจให้นำมาขาย
ตอนนี้เริ่มที่ 2 โรงเรียนก่อน คือ โรงเรียนวัดหลักสี่ และโรงเรียนชลประทานวิทยา (ปากเกร็ด) จากนั้นก็มีแผนจะขยายไปอีกหลายโรงเรียน
นอกจากเด็กนักเรียนจะนำน้ำมันมาขายได้ตังค์ไปใช้แล้ว บริษัทก็ได้มอบเงินให้โรงเรียน 1 บาทต่อลิตร
ยิ่งนักเรียน นำน้ำมันมาขายเยอะ โรงเรียนก็จะได้เงินเยอะด้วย
win-win ทั้งคู่ครับ
แล้วทิพ เอาน้ำมันนี้ไปทำอะไร?
ใส่ขวด เอาไปขายใหม่ซิครับ!
แฮะๆ ไม่ใช่ครับ
อันที่จริง น้ำมันที่ได้นี้ จะนำไปผลิตไบโอดีเซลใช้ในโรงงานเพื่อผลิตสินค้าต่อไป
เป็นไอเดียชั้นเทพเลยครับ
อินเทรนด์สุดๆ
ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แล้วยังได้น้ำมันไบโอดีเซลในราคาถูก
ถ้าเป็นหมากกระดาน ก็กิน 2 ต่อ เข้าฮอสเลย

ไปเล่นหมากกระดานซะแล้ว
แล้วฟุตบอลหละคะ?
วันก่อนเห็นป้ายหน้าปั๊มบางจาก รับซื้อน้ำมันใช้แล้ว 12 บาท/ลิตร
ให้ราคาดีกว่าอีกแหนะ!