เพิ่งกลับจากต่างจังหวัดกับเพื่อนๆที่ทำงานครับ
เป็นการไปทำกิจกรรมแบบครบวงจร
ทั้งเที่ยว เล่น และบำเพ็ญประโชน์ ขาดอย่างเดียวคือสัมนาวิชาการ (งานนี้จึงถูกใจหลายๆคน)
เพื่อไม่ให้ตกกระแสโลกร้อน กิจกรรมปีนี้จึงมี “การปลูกป่า” เป็นไฮไลท์ของงาน
ฝนตกติดต่อกันหลายวันก่อนเดินทาง ทำให้ทุกคนรู้ว่า ต้องเตรียมชุดลุยป่าฝ่าโคลนแค่ไหน สำหรับกิจกรรมใหม่นี้
และก็ไม่ผิดหวังครับ ได้เปื้อน ได้เปียก กันพอประมาณ
เป็นการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ์ ที่ต่อจากนี้ไป จะมีการนำเมล็ดพันธ์ของต้นไม้ที่ออกดอกเป็นสีเหลือง ไปวางขายตามร้านค้าปลีกต่างๆ เพื่อให้ประชาชน ซื้อไปเพาะ-ปลูก
พอต้นไม่โต ออกดอกเป็นสีเหลืองอร่ามเต็มต้น เราทุกคน ก็จะได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง
ใครมีที่เพียงพอ ก็เตรียมดินรอเลยครับ
เห็นประธานจัดงานฯ บอกว่าจะเริ่มรณรงค์ในวันที่ 12 สิงหานี้
ช่วยกันคนละไม้ละมือครับ
เพื่อโลกของเราใบนี้ จะได้น่าอยู่ไปนานๆ
ปัญหาเรื่องโลกร้อน มีการพูดถึงมาหลายปี
แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าไร
ต้องขอบคุณ “อัล กอร์” อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จุดประกายให้คนทั้งโลกได้ตระหนักถึงภัยที่จะมาเยือน
ไม่ง่ายนะครับ ที่จะเอานำข้อมูลสถิติเป็นร้อยๆปี มาสะกดคนดูได้เป็นชั่วโมง
แต่ภาพยนต์สารคดี An Inconvenient Truth ที่อัล กอร์ เป็นพระเอก ทั้งเล่าเรื่องเอง และการนำเอาข้อมูลมา simulation ให้เห็นถึงภัยพิบัติในอนาคต รวมทั้งอ้างถึงประวัติในอดีตของเขา เรื่องราวในครอบครัว เพื่อใส่อารมณ์ให้หนัง ดูมีชีวิตมากขึ้น
หนังเรื่องนี้ จึงดีกว่าหนังแนว “แผ่นดินไหว น้ำท่วมโลก พายุถล่ม ภูเขาไฟระเบิด” ของฮอลลีวูดหลายๆเรื่องทีเดียว
เห็นความตั้งใจของอัล กอร์ แล้วยังไม่แปลกใจและอดเสียดายไม่หายว่า
ทำไมคนอเมริกาถึงเลือกบุช เป็นผู้นำ?