คงเป็นเพราะผงซักฟอก หรือไม่ก็น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อใหม่แน่ๆ ที่ทำให้กางเกงเล็กลงๆ เรื่อยๆ
เพราะเอวกางเกงมันหดพร้อมกันหลายๆตัว
อุตสาห์ทานผักผลไม้ทุกมื้อนะเนี่ย
มื้อเย็นก็มีทั้ง แอปเปิ้ล, มังคุด, ฝรั่ง ผลัดเปลี่ยนเวียนไป
ส่วนมื้อเที่ยงก็แค่ ข้าวเหนียวทุเรียน อาทิตย์ละ 4-5 ครั้งเท่านั้นเอง
แฮะๆ หาข้ออ้างไปเรื่อยครับ
ช่วงนี้เหตุบ้านการณ์เมือง ดูเครียดๆ ก็เลย relax ด้วยอาหาร
เป็น “อาหารบำบัด” ที่ไม่ถูกวิธีเท่าไร
อาหารบางอย่าง รู้ทั้งรู้ว่าทานแล้ว มีแต่จะเพิ่มภาระในวันข้างหน้า
แต่ก็อดใจไม่ได้
“ทานนิดหน่อย คงไม่เป็นไร”
ครับ! หลายคนเริ่มจากประโยคนี้
ก่อนที่ร่างกายจะสูญเสียการควบคุม ไปชั่วระยะ
แต่พอเรียกสติกลับมาได้
ข้าวขาหมู เกลี้ยงจานซะแล้ว!!!
หลายคนอาจไม่ได้เป็นแบบนี้
มีสติในการทานกว่าผมตั้งเยอะ
เพียงแต่บางที ก็ไม่รู้ว่า อาหารที่จะทานนั้น มันกี่แคลลอรี่? มันมีประโยชน์แค่ไหน?
ไม่เหมือน “ขนมถุง” หรือ “อาหารในถุงสำเร็จรูป” ที่จะมีบอกปริมาณสารอาหาร
เพื่อเอาใจคนรักสุภาพ จึงมีธุรกิจให้คำปรึกษาเพื่อการทานอาหารที่เหมาะสม
ธุรกิจนี้ใช้มือถือ เป็นตัวเชื่อมในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ MyFoodPhone
ลูกค้าที่เป็นสมาชิก เพียงถ่ายรูปอาหารที่อยากทาน แล้วส่ง MMS ไปยังบริษัท
ซึ่งมีนักโภชนาการคอยวิเคราะห์ ว่าจานนี้เหมาะมั๊ย? ควรทานหรือเปล่า?
ก่อนจะส่งคำแนะนำในการทานอาหารกลับมาให้ในรูปแบบ video
และยังมีการเก็บสถิติ Biometric data อาทิ น้ำหนัก, BMI(body mass index), ระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิต เป็นต้น
เพื่อให้แน่ใจว่า ร่างกายพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากโรค
มีข้อมูลพิสูจน์กันให้เห็นชัดๆแบบนี้ ก็ทำให้มั่นใจมากขึ้น
แต่ถ้าเลือกใช้บริการนี้ ผมว่าความสุข(จากการกิน) คงหายไปอีกเยอะเลยครับ