คิดว่าจะพลาดไปร่วมงานส่งท้ายเซ็นทรัลลาดพร้าว(ภาค1)ซะแล้ว
แต่โชคดี มาทำสำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 12 วัน
เป็นความใจดีของผู้บริหาร ที่เพิ่มวันให้อีกเกือบครึ่งเดือน
อย่างที่รู้ๆกันครับ ห้างอีก 2 สาขาที่อยู่ในแหล่งทำเงิน ดั้นถูกจับเป็นตัวประกันเสียนี่
งานนี้ผู้บริหารห้างเซ็นทรัลจำต้องกลับคำพูด กลืนน้ำลายตัวเอง
(เออ… แล้วใครจะไปกลืนน้ำลายคนอื่นหละ)
ที่เคยยืนกระต่ายขาเดียวว่าต้องปิด 23 เมษา เดี๋ยวไม่ทันเปิดปลายปี สุดท้ายก็สามารถปรับเปลี่ยนได้
เห็นไหมครับ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ถ้ามีความจำเป็นและเหตุผลเพียงพอ
แม้ไม่มีถ่ายทอดสดให้เห็นการเจรจาต่อรอง
แต่ผมเดาว่า คงมีการโต้เถียงเรื่องกรอบเวลากันน่าดู ‘จะปิดตามกำหนดเดิม เพื่อให้ทันเปิดรับมือไฮซีซั่น’
หรือ ‘จะชะลอไปอีกหน่อย เพื่อชดเชยรายได้จากสาขาอื่นที่ถูกปิด’
ตามแผนเดิม การปรับปรุงครั้งใหญ่จะให้ลูกค้าได้พักหายใจ(และเก็บตังค์)เป็นเวลา 6 เดือน
เป็นช่วงเวลา 6 เดือน ที่เลือกแล้วว่าลูกค้าเบาบาง
แต่การเริ่มต้นปรับปรุงช้า ก็แปลว่า การเปิดเซ็นทรัลลาดพร้าวโฉมใหม่ต้องช้าไปด้วย
เอาลูกค้า 12 วันในเดือนเมษา แลกกับลูกค้า 12 วันในช่วงปลายปี
นี่เป็นการต่อสู้ระหว่าง ‘น้ำบ่อนี้’ กับ ‘น้ำบ่อหน้า’
ผลลัพท์ที่ออกมา ก็อย่างที่เห็นครับ
การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุดหรือยัง?
แต่ก็ต้องเลือก!
การทำธรุกิจในชีวิตจริง จะต่างจากการเรียน MBA ตรงที่ ‘บทเรียน’ จะมาทีหลัง ‘การทำข้อสอบ’!!!

ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีของคุณศุภลักษณ์หรือป่าว ที่แม้พารากออนจะปิด แต่ลูกค้าก็ยังมี เอ็มโพเรียมให้เดิน วันนี้(8 พค.) ไปเอ็มโพเรียมมา ลูกค้าเยอะผิดปกติ ทั้งๆที่ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาลูกค้าแทบไม่มี เป็นความโชคดีในความโชคร้าย