แม้แต่ชาวบ้านร้านตลาด ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงผลของการเปิดเสรีการค้า เพราะเมื่อภาษีนำเข้าลดลง ราคาสินค้าก็ถูกลงด้วย
‘แอ็บเปิ้ล ลูกท้อ’ ผลไม้มีคลาส ที่เคยเป็นของแพงของฟุ่มเฟือยสำหรับคนรายได้น้อย
เดี๋ยวนี้กลายเป็นผลไม้พื้นๆ บนแผงขายในตลาดสด หาซื้อง่ายกว่าลูกมะเดื่อหรือมะขามป้อม

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดเสรีการค้าผักผลไม้ไทย-จีน ตั้งแต่ปลายปี 46
ความตกลงนั้น ทำให้ผักและผลไม้จากเมืองแดนมังกรมีราคาถูกลงกว่าเดิม แปลว่าเกษตรกรและแรงงานรับจ้างก็มีโอกาสได้กินของนำเข้าเหมือนกัน
แต่อีกด้านหนึ่ง หอมและกระเทียม ของเกษตรกรไทย ก็มีคู่แข่งมากขึ้น

‘มีได้ ก็ต้องมีเสีย’ เป็นเหรียญสองด้าน ที่มักเกิดขึ้นเสมอเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
เพียงแต่คนที่อยู่ใน ‘มุมได้’ ก็มักจะเชียร์ คนที่อยู่ใน ‘มุมเสีย’ ก็มักประท้วง

นี่ยังไม่นับผลจากการเปิดเสรีอาเซียน ที่ไทยและเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศ ลดภาษีนำเข้าทุกสินค้าเหลือ 0% เท่านั้น ซึ่งมีผลไปเมื่อ 1 มกราคมที่ผ่านมา
แปลว่า สินค้าที่ผลิตในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และสิงคโปร์ ถ้าส่งมาไทยก็ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสักบาท (อ้อ! รู้สึกจะมียกเว้ณ 5-6 รายการสินค้าครับ หนึ่งในนั้น ก็คือ กาแฟ)
และอีก 5 ปี ข้อตกลงแบบนี้ จะขยายพื้นที่ครอบคลุม เวียดนาม ลาว พม่า และเขมร

ยิ่งขยายพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก็ขยายวงมากขึ้น
แต่ห้ามไม่ให้ขยายวง คงไม่ได้เพราะ…
‘สินค้า’ ก็คล้ายกับ ‘น้ำ’ ครับ เพียงแต่ไหลในทิศตรงกันข้าม
‘น้ำ’ ไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ
แต่ ‘สินค้า’ ไหลจากที่ต่ำไปที่สูง
ที่ไหนให้ราคาสูง ใครๆก็อยากเอาสินค้าไปขายที่นั่น

การเก็บภาษีนำเข้า จึงเสมือนเขื่อนกั้นน้ำ ที่ชะลอการเคลื่อนย้ายสินค้า
แต่ว่า การฝืนธรรมชาติแบบนี้ ดูจะไม่เป็นที่ต้องการของกระแสทุนนิยมสมัยใหม่ ที่หันไปทางไหนก็มีแต่เปิดเสรีการค้า

ไม่เฉพาะสินค้าเท่านั้นนะครับ แม้แต่ ‘แรงงาน’ ก็ไหลได้เหมือนกัน
เกษตรกรชาวไร่ชาวนาของไทย ก็มาหางานทำในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ ยกระดับรายได้จากรายรับปีละไม่กี่ครั้ง เป็นลูกจ้างรายเดือน
เช่นเดียวกับ แรงงานบ้านใกล้เรือนเคียง ตอนนี้ก็มีเข้ามาแสวงโชคในบ้านเรากว่า 1.4 ล้านคน
ส่วนใหญ่เป็นพม่า มีลาวกับเขมร เพียงชาติละแสนกว่าคน

แรงงานเหล่านี้ ทำให้ SME ไทยมีทางเลือกมากขึ้น เพราะบางอาชีพคนไทยไม่ใช้ชีวิตเปื้อนฝุ่นอีกแล้ว
แม้ตอนนี้แรงงานต่างด้าว จะได้ใบอนุญาตทำงานชั่วคราวเท่านั้น แต่ในอนาคตก็ไม่แน่
และหากแนวคิดสังคมอาเซียน(ASEAN Comunity)เป็นไปอย่างที่ฝัน เราก็อาจเห็นแรงงานมีฝีมือ หรือเป็นระดับผู้จัดการสัญชาติสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม หรือฟิลิปปินส์ เข้ามาแย่งงานคนไทยมากขึ้น

ดังนั้น หากไม่อยากถูกน้ำท่วมเมื่อประตูเขื่อนเปิด เราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
เพราะเพื่อนบ้านของเรา เขาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยกันพอสมควร
เดี๋ยวนี้แรงงานต่างด้าว เขาแยกแยะเพลงชาติไทยกับเพลงลอยกระทง ได้แล้วนะครับ
ส่วนการฟังการพูด อาจต้องใช้เวลาปรับปรุงอีกหน่อย เด็กเสิรฟ์ร้านก๋วยเตี๋ยวจึงจะค่อยๆออกเสียงชัดว่า เส้นเล็กไม่งอก!
ไม่ใช่ “เส้นเละ ไม่ง้อ!”

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
Leave a Reply

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>