ไม่ได้อัพเดท clookclick มาสองวัน
เพราะช่วงนี้ที่ทำงาน กำลังย้ายไปออฟฟิศใหม่
ต้องรื้อ-ขน-จัดของ กันเยอะที่เดียวครับ
แถมต้องลุ้นว่า น้ำ ไฟ แอร์ ระบบ Lan จะทำงานได้ตามปกติหรือเปล่า
เมื่อวานทดลองเปิดแอร์ ปรากฎว่าน้ำจากห้องแอร์ไหลท่วมออกมาข้างนอก
หรือว่านี่เป็นมาตรฐานใหม่ ที่เลียนแบบจากสุวรรณภูมิ
คงต้องแก้ไขอีกเยอะครับ ไม่งั้นวันจันทร์คงยุ่งแน่ๆ

วันนี้ขอนำตัวเลขการโฆษณาออนไลน์ในสหรัฐตลอดปีที่มา ว่าบริษัทใดใช้ช่องทางนี้เป็นหลัก
จากเม็ดเงินรวม 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ มีอยู่ 16 รายด้วยกัน ที่ใช้เงิน Online Advertising เกิน 100 ล้านดอลลาร์

โดยบริษัทที่ใช้เงินในช่องทางนี้มากสุด 2 อันดับแรกเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์
คือ Vonage Holding Corp ซึ่งเป็น VoIP รายใหญ่ กับ AT&T สองรายนี้ใช้เงินรวมกว่า 350 ล้านดอลลาร์
หากรวม Verizon Communication ที่ทุ่มงบด้านนี้อีก 123 ล้านดอลลาร์ เข้าไปด้วย ก็จะเห็นว่า กลุ่มสื่อสารใช้เงินมากแค่ไหน?

นอกจากกลุ่มสื่อสารแล้ว กลุ่มอื่นที่ใช้เงินเยอะ ก็มี
กลุ่มธุรกิจคอมพิวเตอร์ โดย Dell ใช้ไป 136.9 ล้านดอลลาร์ และ Hewlett-Packard 111.4 ล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรมบันเทิงก็มี Walt Disney ใช้ไป 132.7 ล้านดอลลาร์ ส่วน Time Warner ใช้เพียง 89.5 ล้านดอลลาร์ 

อีกกลุ่มธุรกิจที่ใช้โฆษณาแบบนี้ไม่น้อยเลย คือ ธุรกิจรถยนต์ โดย General Moter ใช้ไป 129.5 ล้านดอลลาร์ และ Ford 98.8 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ก็มีธุรกิจอื่น ที่ใช้เงินติด Top 20
IAC บริษัทขายสินค้าและให้บริการออนไลน์หลากหลายประเทศ เช่น Gifs.com, Ask.com และ udate.com
Experian Group บริษัทที่ปรึกษาด้านการวางแผน ที่มีพนักงานกว่า 12,500 คน ใน 30 ประเทศ
Apollo Group บริษัทจัดการด้านการศึกษา ที่มีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยดังๆหลายแห่ง
TD Ameritarde บริษัท Online Broker

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า Online Advertising ในอเมริกา จะขยายตัวเป็นสองเท่าหรือมีเม็ดเงินประมาณ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในอีก 4 ปีข้างหน้านี้

อีกทิศทางที่น่าสนใจคือ
Rich media / Video จะมีนิยมใช้กันมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 9% ก็จะเพิ่มเป็น 17% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
ส่วนการโฆษณาแบบ Display Ads และ Sponsorship จะได้รับความลดลง
Online Ads ที่ยังคงกินส่วนแบ่งมากสุด ก็ยังคงเป็น Paid Search ที่พวกเราชาวบล็อกเกอร์ นิยมนำมาติดนั่นแหละครับ

ทั้งหมดเป็นภาพในอเมริกา ซึ่งผมว่าภูมิภาคอื่นก็คงไม่ต่างจากนี้เท่าไร
เห็นทิศทางข้างหน้าแบบนี้ ใครที่จะทำ Web ทำ Blog หรือว่าจะโฆษณาสินค้าออนไลน์ ก็วางแผนรับมือได้เลยครับ

            

          
 

Category: retail monitor
You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
Leave a Reply

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>