
สำหรับแผ่นป้ายที่สอง ‘ไปรษณีย์’ ก็จัดว่า น่าสนใจไม่น้อย
การเกิดขึ้นของโทรศัพท์มือถือ และสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต อาจทำให้ ‘ปริมาณจดหมาย’ ลดลงบ้าง
เออ…อันนี้เอาตัวเองเป็นเกณฑ์ครับ
จำได้ว่าตอนเข้าบางกอกใหม่ๆ ผมก็ใช้จดหมายนี้แหละ ส่งไปขอเงินแม่
แต่พอมีมือถือ วิธีขอตังค์ก็เปลี่ยนไป และสามารถใส่ feeling ได้มากขึ้น
แต่ผลกระทบจากตรงนี้ น่าจะน้อยกว่า ผลพลอยได้จากการมีอินเตอร์เน็ต
การสื่อสารที่สะดวกขึ้น ทำให้คนขี้เกียจมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ทำธุรกิจเดียวนี้อาจไม่ต้องเจอหน้าค่าตา
เอกสารที่ต้องส่งถึงกัน ก็ใช้บริการไปรษณีย์ หรือถ้ารีบหน่อยก็เป็นพี่ๆวินมอร์ไซด์
ยิ่งเมื่อการค้าออนไลน์ขยายตัว นั่นหมายถึง สินค้าจะเคลื่อนย้ายมากขึ้น
และบทบาทของพัสุดภัณฑ์ จะเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตเรา
ยังไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ครับ
แค่อยากให้ลองสังเกตดูว่า ระยะหลังๆมานี้ มีซองในตู้จดหมายเพิ่มขึ้นหรือเปล่า?
แต่ไม่ต้องนับซองทวงหนี้บัตรเครดิตนะครับ
เขียนมาถึงตรงนี้ ดูเหมือนผมจะเชียร์ไปรษณีย์มากกว่านะเนี่ย
แต่หามิได้ครับ
คำตอบที่ได้จากคำถามเรื่อง ‘ผู้บริโภค’ และ ‘แนวโน้มในอนาคต’ อาจดูเอียงข้าง
ผมจึงอยากให้ถาม คำถามที่สาม นั่นคือ ‘ตัวเราเอง’
ถามตัวเอง พอจะแบ่งได้ 2 มุมครับ
มุมแรก คือ ความชอบและความถนัด
เพราะการทำ(งาน)ในสิ่งที่เรารัก มักจะอดทนได้เยอะกว่าการต้องทำงานเพื่อหวังเพียงเงินอย่างเดียว
ดังนั้น อย่าเอาเงินเป็นตัวตั้ง ทางที่ดีฝากไว้กับผมก่อน (แหะๆ)
มุมที่สอง คือ ทำเลครับ
ทำเลไม่ใช่แค่ ‘ตึกแถวสองชั้น 2 คูหา ติดถนน 4 เลน’
แต่หมายความรวมถึง ลูกค้าที่เดินไปมาแถวนั้น เขามีเงินในกระเป๋ามากแค่ไหน และอะไรคือปัญหาของเขา
หากสิ่งที่เราชอบ เราอยากทำ ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าในทำเลนั้นได้ นั่นแหละบิงโก!!!
ภาพจาก japanitup.com

เพื่อนๆออกไอเดีย