
“ปีนี้ข้าวเป็นไงบ้างครับ งามกว่าปีที่แล้วหรือเปล่า?”
ผมโฟนอินไปถามข้อมูลจากพ่อ ก่อนจะเดินทางกลับสุรินทร์
พอไปถึงก็ลงพื้นที่ทันที
(แหะๆใช้ภาษาเหมือนนักการเมืองเลย)
ต้นข้าวกำลังจะตั้งท้อง ทำให้ทุ่งนาเขียวขจี ดูสบายตา
“ต้นข้าวอวบๆแบบนี้ คงได้เยอะ”
ผู้จัดการโรงนาที่พาเดินชม อธิบายเพิ่มเติม เพราะผมมาเร็วไปหนึ่งเดือนจึงยังไม่เห็นรวงข้าว
ดูแม่จะมีความสุข ที่ได้พาลูกมาลุยทุ่ง เป็นความภูมิใจของคนที่อยู่กับต้นข้าวมาทั้งชีวิต
‘ข้าว’ ในมุมมองของแม่ จึงเป็นมากกว่าอาหารและแหล่งรายได้
สำหรับบางคน นี่เป็นวิวที่สวยมาก น่าถ่ายรูปทำโปสการ์ดเป็นอย่างยิ่ง
แต่สำหรับชาวนา นี่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เพราะมันหมายถึงรายได้ทั้งปี
หากน้ำไม่ขาด แมลงไม่รบกวน และไม่มีพายุลมแรงจนต้นข้าวล้ม ก็จะทำให้ปีนี้ไม่ขาดทุน
ส่วนจะทำกำไรหรือไม่ ต้องรอลุ้นราคาขาย!!!
ปีก่อนราคาข้าวพุ่งแตะระดับ 20 บาทต่อกิโล เพราะนอกจากผลผลิตประเทศอื่นๆเสียหายแล้ว พวกนัก
เก็งกำไรก็เข้ามาเล่นด้วย ราคาจึงสูงกว่าปกติมาก
แต่ปีนี้ราคาคงไม่สูงขนาดนั้น แต่ก็หวังว่าไม่ขาดทุน
แปลกใจไหมครับ?
นาไม่ได้แล้ง น้ำไม่ได้ท่วม ผลผลิตก็เก็บเกี่ยวได้ เรื่องขาดทุนจะเป็นไปได้อย่างไร?
เป็นไปได้ครับ!
ทั้งนี้เพราะ ข้าว ไม่เหมือน iPhone 3Gs
iPhone จองไปก่อน จ่ายมัดจำไปก่อน ป่านนี้ของยังได้ไม่ครบคน เผลอๆบางคนอาจจะไม่ได้เสียด้วย
แต่ ‘ข้าว’ เวลาออกรวง ก็พร้อมเพรียงกันทั้งประเทศ
ของที่แย่งกันซื้อ ย่อมทำราคาได้ดีกว่า ของที่แย่งกันขาย อยู่แล้ว
คนที่ไม่ได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ก็ตอบได้ครับ
หากเกษตรกรไทย สามารถ ‘สต๊อกของ’ ไว้ได้ ค่อยๆขายทีละนิด ก็จะได้ราคาดีขึ้น
แต่เอาเข้าจริง มันไม่ง่ายอย่างนั้น
ขนาดคนทำงานในเมือง กว่าจะสิ้นเดือนก็เกือบสิ้นใจ
แล้วนับประสาอะไร กับคนที่มีรายได้ปีละครั้ง!

เพื่อนๆออกไอเดีย