เมื่อวานเล่าถึงสาเหตุที่ค้าปลีกญี่ปุ่น เผชิญภาวะยอดขายลดลงแล้ว ลดลงอีก
วันนี้เป็นวิธีการเจาะตลาดของบรรดาผู้ผลิต ผู้ขายสินค้าในแดนปลาดิบ ที่คาดว่าน่าจะทำให้ยอดขายกระเตื้องขึ้นบ้าง

สินค้าและบริการ ที่จะเจาะตลาดได้ ต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ครับ
อย่างแรกคือ ชูจุดขายเพื่อสุขภาพ
ฟังดูก็ธรรมดา บ้านเมืองเราก็เป็นแบบนี้  แต่ต่างกันที่ของเราระดับประถม เพิ่งผ่านช่วงชาเขียว ไปเป็นน้ำผลไม้
ส่วนที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่าระดับมหาวิทยาลัยก็ได้ เพราะผู้บริโภคเขาเห่อ ชาเขียวไปนานแล้ว และก็นิยม Functional drink เช่น น้ำอามิโน ทั้งหลายแหล่ ก็ทำตลาดมาได้หลายปี
แต่ตอนนี้เขาเน้นสุขภาพแบบ “ต้องผลิตจากธรรมชาติ” และปราศจากการปรุงแต่ง
มีทั้งกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ชาดำไม่ใส่น้ำตาล หรือแม้แต่โกโก้ ช็อคโกแลต ก็เป็นแบบ 99% รสชาติขมปี๋ไม่รู้ทานได้อย่างไร
กูรูค้าปลีกญี่ปุ่นขยายความว่า คนญี่ปุ่นยอมกินของไม่อร่อยเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า
โอ้! ความคิดแบบนี้ไม่อยู่ในสมองคนธรรมดาสามัญและเห็นแก่กินอย่างผมแน่นอน

ถัดมาก็คือ เน้นตลาดคนแก่ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่คนแก่ญี่ปุ่นเขาอินเทรนด์นะครับ บ้าเห่อสินค้าไอทีมากทีเดียว ยอมกินน้อยดื่มน้อย แต่ถ้ามีทีวีรุ่นใหม่มา ก็ยอมควักตังค์ซื้อเหมือนกัน
ดังนั้นจะขายสินค้าให้ผู้สูงอายุ ก็ต้องเข้าใจว่าเขาอยากได้อะไร ไม่ไช่เฉพาะอาหารการกินเท่านั้น

อย่างที่สาม ต้องเกาะเทรนด์ internet
ตอนนี้สังคมญี่ปุ่น ยกทุกอย่างไปไว้บน internet เกือบหมดแล้ว
เพราะที่นี่คนใช้ internet จากมือถือมากที่สุดในโลก
หนังสือการ์ตูน ก็อยู่ในเครื่องอ่าน eBook หรือไม่ก็อ่านจากมือถือได้
หนัง เพลงก็ download จาก internet กันเกือบหมดแล้ว
เขาคาดว่าอีกไม่เกิน 5 ปี อาจไม่มี DVD หนังวางขายในญี่ปุ่น

 ผ่านไปสามอย่างแล้ว ถ้าสินค้าที่ผลิตยังไม่เข้า concept ดังว่า ยังเหลืออีกอย่างให้นำไปใช้
นั่นก็คือ เรื่องสิ่งแวดล้อม
กูรูชาวญี่ปุ่นเล่าว่า เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจัดแคมเปญบริจาคตะเกียบเหลือใช้ ส่งไปให้เนปาล ใช้เป็นฝืนแก้หนาว
ปรากฎว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และก็เป็นการจุดประกายรักษ์สิ่งแวดล้อม
ตอนนี้ร้านค้าในญี่ปุ่นก็เริ่มขายถุงกันบ้างแล้ว เพื่อให้ลูกค้าลดใช้ถุง
ไอเดียที่เก๋สุดๆ เป็นบะหมี่นิชชินแบบ re-fill คือมีแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพียวๆ
ลูกค้าจะซื้อไปเติมน้ำร้อนทานที่บ้าน หรือไม่ก็ต้องนำถ้วยเปล่าที่ล้างแล้ว (หรือใครจะ Hardcore ไม่ยอมล้างก็ได้) มาใส่

ผมว่านิชชิน ต้องส่งคนมาดูงานเมืองไทยแน่ๆเลย
จึงเลียนแบบ “บะหมี่รถถีบสามล้อ” ของบ้านเรา
คุ้นมั๊ยครับ เสียงเคาะไม้ ป๊อกๆๆๆ บะหมี่มาแล้ว

Category: retail monitor
You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
One Response
  1. kohsija says:

    เขานำหน้าเราไปหลายปีจริงๆ -_-”

Leave a Reply

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>