ในเมืองไทย หลายคนเจอภาวะ “เกียร์ว่าง” เรายังบ่นเป็นหมีกินผึ้ง
แต่ตอนนี้ค้าปลีกในญี่ปุ่นกำลังแย่สุดๆ ยอดขายติดลบเรื่อยๆ กลายเป็นเกียร์ถอยหลังซะแล้ว
หลายคนคงแปลกใจว่ามันจะถอยหลังได้งัย ในเมื่อคนต้องกินต้องใช้ อย่างน้อยก็ต้องเท่าเดิมซิ!
ใช่ครับคนยังกิน ยังใช้เท่าเดิม แต่ค้าปลีกในญี่ปุ่น เขาแข่งกันดุเดือดเลือดพล่าน จนนำไปสู่การลดราคา ไม่เว้นแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ ก็ต้องเข้าร่วมวงด้วย
จะไม่ให้เข้าร่วมได้ยังไงครับ น้ำดื่มคล้ายๆกัน ร้านสะดวกซื้อขาย 120 เยน แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตขายเพียง 90 เยน ขายของจำนวนเท่าเดิม แต่ราคาลดลง สุดท้ายยอดขายก็หัวทิ่มพื้น
ไม่เพียงเท่านี้ คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะคนแก่เกษียณอายุแล้ว ต่างก็ประหยัดมากขึ้น ไม่ใช่ว่าคนแก่เค็มหรอกนะครับ ต้องเข้าใจว่าเดี๋ยวนี้คนอายุยืนขึ้น ดังนั้นเมื่อไม่รู้ว่าจะจากโลกนี้ไปเมื่อไร เงินที่เก็บจะพอใช้ไหม? ก็ต้องประหยัดกันมากขึ้น
เมื่อเป็นแบบนี้ ผู้ค้าปลีกต่างก็งัดกลยุทธ์ ทั้งแบบมีกระบวนท่า และไร้หลักวิชา ก็มีอย่างที่ไหนครับ ร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟ กลับนำข้าวกล่องมาวางขาย ในขณะที่ร้านสะดวกซื้ออย่าง Family Mart, AM/PM และ Lawson ก็ทดลองไอเดียร้านใหม่ๆ มีทั้งร้าน Happy Lawson และ Natural Lawson Happily ของ Family Mart ร้าน Happily ของ AM/PM
แต่ก็ยังไม่เจอคำตอบที่ถูกต้อง
ทั้งนี้เพราะผู้ค้าปลีก ตามผู้บริโภคไม่ทัน และยึดติดกับความสำเร็จในอดีต
ที่ผ่านมาค้าปลีกในญีปุ่น โตเอา โตเอา ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่พอเศรษฐกิจสะดุด ค้าปลีกจึงหัวทิ่มด้วย
ส่วนที่ว่าตามผู้บริโภคไม่ทัน ก็เพราะสังคมญี่ปุ่นเป็นครอบครัวขนาดเล็กมากๆ มีเพียง 1 คนกว่าๆ ต่อ 1 ครัวเรือน
1 คนกว่าๆ จริงๆครับ ผมเขียนไม่ผิด ส่วนของเมืองไทยเราเฉลี่ย 3.4 คนต่อครัวเรือน เยอะกว่าญี่ปุ่นเท่าตัว
คนญี่ปุ่นมีคนโสดเยอะ ที่แต่งงานแล้วหย่ากันก็มาก วัยรุ่นที่โตหน่อยก็แยกมาอยู่คนเดียว ดังนั้นการช้อปปิ้งจึงเป็นการไปคนเดียวหรือกับเพื่อน ไม่ใช่ไปกับครอบครัวเหมือนบ้านเรา
การช้อปปิ้งเดี่ยวนี้แหละ เป็นเหตุให้ผู้ค้าปลีกไม่รู้ว่ารสนิยมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแค่ไหน?
เกิดอาการความคิดขาดตอน!
แต่ถ้าไปซื้อของเป็นครอบครัว ผู้ใหญ่จะได้รู้ว่าเด็กวัยรุ่นคิดอย่างไร ชอบอะไร ซึ่งผู้ใหญ่เหล่านี้ก็ทำงานในวงการค้าขาย ก็จะเข้าใจลูกค้า และตามความคิดได้ทัน
ครับที่เล่ามา เป็นเหตุการณ์ที่สังคมญี่ปุ่นกำลังเผชิญ
ถือว่าเป็น “ภาคแรก” ที่ผมได้ฟังมาจากกูรูด้านค้าปลีกของญี่ปุ่น
เดี๋ยวพรุ่งนี้ ผมจะมาเล่าต่อถึงกลยุทธ์ในการทำตลาด ว่าเขามีอะไรบ้าง

เพื่อนๆออกไอเดีย