
วันนี้ขอตอบอีเมล ผ่านหน้าไมล์ก็แล้วกันนะครับ
มีท่านผู้อ่าน ส่งข้อความมาให้กำลังใจ และแนบท้ายคำถามมาด้วย 2 ข้อ
พอรับกำลังใจใส่กระเป๋าแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ตอบคำถาม
ไม่เช่นนั้น จะเป็นการเอาเปรียบ เพราะรับของท่านแล้วต้องคืนประโยชน์ให้ท่านด้วย
คำถามแรกถามว่า ขลุกขลิกเป็นคนตัดต่อคลิปเสียงนายกฯใช่หรือไม่?
แหะๆ ไม่ไช่ครับ
เปิดซองคำถามผิด
น้องคนนี้ถามว่า “ตอนนี้ Green product มีอะไรที่ออกมาใหม่บ้างค่ะ?รวมถึงที่จะออกมาในอนาคต?”
ขอทำข้อความเข้าใจกันก่อนนะครับ
Green product ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง สินค้าที่มีสีเขียว เฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก หรือแพ็กเกจจี้งสีเขียวเท่านั้น
แต่มันหมายความรวมรวม สินค้าที่เขียวจากข้างใน
เขียวจากข้างใน คือไม่ทำลายมนุษย์ ไม่สร้างความชำรุดให้ธรรมชาติ
ดังนั้น สินค้าที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ แบบไม่เล่นแร่แปรรูปมาก ก็จัดอยู่ใน Green products
ถ้าให้ระบุตัวสินค้า คงเขียนสามวันสามคืน ก็ไม่หมด
เอาแบบหยาบๆง่ายๆ ที่เห็นชัดตอนนี้ คือ น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ
สินค้ากลุ่มนี้ปรับตัวชัดเจน ก่อนหน้านี้ น้ำยา ครีม สเปรย์ ทำความสะอาดหรือให้ความหอม จะได้มาจากการผลิตที่ใช้สารเคมีหลายตัว คลุกเคล้าออกมา
แต่พอกระแสรักษ์ธรรมชาติ เป็นที่นิยม
ก็มีการนำสารจากธรรมชาติมาเป็นส่วนผสมแทน เช่น กรดจากมะนาว ความหอมจากดอกไม้ เป็นต้น
นี่เป็นการตีโจทย์ แค่เรื่องส่วนผสม เท่านั้น
เปลี่ยนจาก สารเคมี มาเป็น สารธรรมชาติ
แต่หากมองไปในอนาคต ก็อาจตีโจทย์มากกว่านี้
อาทิ เรื่องบรรจุภัณฑ์
ปัจจุบันพลาสติกที่ใช้ ก็มาจากการสังเคราะห์สารเคมี ซึ่งในขณะนี้ก็มีการทำพลาสติกจากธรรมชาติ(ข้าวโพด)ได้ ผมเคยเขียนไปเมื่อหลายเดือนแล้ว
นอกจากนั้น อาจตีโจทย์ในเรื่องกระบวนการผลิต
เช่น ‘ไฟฟ้า’ ปัจจุบันก็ต้องใช้ถ่านหินหรือน้ำมันเตา ในการผลิตไฟ
แต่ในอนาคต อาจหันไปใช้ไฟจากธรรมชาติมากขึ้น เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์
มีสินค้า 2 ชนิดที่ผมเคยเขียนถึง คือ มันฝรั่งแดดเดียว และกาแฟคั่วโดยใช้แดด ก็เป็นการนำแนวคิด green product มาเป็นจุดขาย
ย้ำนะครับ แค่เป็นจุดขาย
ส่วนคำถามอีกข้อ ถามว่า
“ใจตัวเองอยากทำมือถือที่ทำให้%เป็น Green มากที่สุด แต่ยังหาข้อมูลอะไรมายืนยันไม่ได้ว่ามันจะทำได้จริงไหม?”
ดูจากคำถาม ก็เดาได้ว่าผู้อ่านท่านนี้ไม่ธรรมดาซะแล้ว
ถึงขนาดจะผลิตมือถือเชียว!
ผมไม่มั่นใจว่าจะตอบข้อนี้ได้ เพราะเป็นสินค้าที่ผมไม่รู้ ‘ความรัก’ ของมันเท่าไร
เออ… หมายถึง ไม่รู้ตับ ไต ใส่ พุง น่ะ
จะแกะมือถือดูใส้ ก็กระไรอยู่
เดาว่า หลักๆคงมี พลาสติก, แผงจงจร ซึ่งมีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบ และอะไรอีกหนอ…
เอาอย่างนี้แล้วกัน
เริ่มจากปัญหาที่มือถือสร้างให้กับโลก ก็ได้
ตอนนี้ เรื่องใหญ่คือ แบตเตอรี่ ที่ใช้ไปสักพักก็ต้องทิ้ง
ซึ่งถ้าสามารถยืดอายุการใช้งานได้ ก็ช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้
หรือถ้ามีแหล่งพลังงานแบบอื่นได้ก็จะดี เช่นเป็นเซลแสงอาทิตย์ที่ชาร์จไฟและสะสมพลังงานในตัว แต่ต้องให้ใช้ได้นานนะครับ เอาแบบไม่ต้องไปยืนโทรศัพท์กลางแดด!
ถ้าทำแบบเครื่องคิดเลขได้ยิ่งดี ที่สมัยนี้คงหาเครื่องที่ใส่ถ่านไม่ค่อยเจอแล้ว
ผมว่าในอนาคตสินค้าที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า จะไปทางนี้!
แต่ระหว่างที่พยายามหาส่วนประกอบ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกนาน)
ผมว่า หาทางผลิตสินค้าให้ใช้ได้นานขึ้น เป็นทางออกที่เร็วกว่านะ
สังเกตไหมครับว่า สมัยนี้สินค้าถูกลง แต่อายุการใช้งานก็ลดลงด้วย ใช้งานได้แป๊บเดียวก็ต้องทิ้ง
ยังไม่ถึงปี ผมต้องซื้อที่ชาร์จไฟอีกแล้ว!
ยืดอายุการใช้งาน ก็เท่ากับลดปริมาณขยะ

งั้นถามคำถามเพื่มได้มั๊ยคะ ,,
,
ในฐานนะเป็นแฟนคนหนึ่งของ Blog นี้ ,, อยากจะทราบชื่อเสียงเรียงนามของคุณขลุกขลิกอย่างเป้นทางการ ไม่ทราบว่าจะได้หรือเปล่าคะ
,,
อ๊อ เพิ่มนิดนึงคะ เขียนหนังสือให้กับคอลัมภ์ไหนหรือเปล่าคะ อยากเป็นแฟนหนังสือด้วยคะ ^^
ตอบคำถามเพิ่มครับ
บังเอิญว่าบล็อกนี้ ไม่ชอบอะไรที่เป็นทางการเสียด้วยซิ ผมจะตอบอย่างไรดี แหะๆ
ชื่อเสียงเรียงนามเคยให้สัมภาษณ์ tag.in.th ไปครั้งหนึ่ง ชื่อตามบัตรประชาชนชื่อ สัญชัย ครับ ถ้าอยากรู้จักกันมากกว่านี้ก็ตามได้ใน twitter.com/clookclick
ส่วนเรื่องหนังสือ อยู่ระหว่างปั้นน้ำให้เป็นตัวครับ อยากรวมเล่มกะเขาบ้าง
หากอากาศไม่ร้อนจนน้ำแข็งละลาย คงได้เห็นพอคเก็จบุคส์เร็วๆนี้ครับ
โอ้ ,, นี่ลบ account Twitter ไปแล้ว สงสัยไป Restore กลับมาใหม่ เพื่อ คุณขลุกขลิกเลยนะคะเนี่ย