ผมเห็นกระทู้นี้ใน Webboard ของ Pantip ก็อดไม่ได้ที่จะเขียนถึง
ในนั้นมีคำแนะนำดีๆ มีข้อเสนอเพียบ อาทิ ร้านเกมส์ ร้านกาแฟ สอนคอมพิวเตอร์ แหม่! ธรุกิจยอดฮิตของคนยุคนี้เลยครับ
ผมเชื่อว่าหลายคนไฝ่ฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง ผลจากงานวิจัยหลายๆชิ้นก็ยืนยันอย่างนั้นว่าคนรุ่นใหม่สนใจอยากเป็นเจ้าของกิจการ มากกว่าเป็นลูกจ้าง
ทีนี้ความยากก็อยู่ที่ว่า “จะทำอะไรดี”
บางคนโยนความยากนี้ ไปให้ “หมอดู” ช่วยตัดสินใจ
เอ้า! อนาคตของเราแท้ๆ ทำไมไปเชื่อคนอื่นเขา แล้วถ้ามันพลาดล่ะ หมอดูคนนั้นไม่ซวยหรอกหรือ
งั้นวันนี้ขอทำหน้าที่เป็น “หมอช่วยดู” นำประสบการณ์และสิ่งที่ได้พบเจอ มาเล่าสู่กันอ่าน เผื่อหลายท่านที่อยากทำธุรกิจจะได้ไอเดียเพิ่ม
อย่างแรกต้องรู้เราก่อนครับ
รู้ว่าเราชอบอะไร ถนัดอะไร เพื่อจะได้ทำธุรกิจในสิ่งที่เราถนัด ไม่ควรทำสิ่งที่ต้องพึ่งคนอื่นมากนัก เรียกว่า ยึดแนวทางพอเพียง เป็นดีทีสุด
นอกจากนั้น ก็ต้องรู้ว่าเราเป็นใคร ชายหรือหญิง เพราะบางอาชีพแม้ไม่มีกฎหมายห้าม แต่ก็รู้กันว่าสงวนไว้ให้เพศใด
หากคุณเป็นเพศทางเลือก คือ เลือกที่จะเป็นหญิงแต่ตัวเป็นชาย ก็น่าจะเหมาะกับการทำร้านเสริมสวย ทำเล็บ หรือขายเสื้อผ้า ประมาณนั้น
ผมว่าน้องตุ้มคิดถูกแล้วหล่ะ ที่เลิกเป็นนักมวย
หากรู้ว่าเราลูกใครด้วยก็จะดี ในบางธุรกิจ connection สำคัญมาก อยากขายเสื้อผ้าแบรนด์เนม ก็ต้องคบคนไฮโซ
เมื่อรู้เราดีแล้ว ก็ต้องรู้เขา
เขาที่เราจะต้องรู้ มีทั้ง เขาคือลูกค้า และเขาคือคู่แข่ง
หลังจากได้โพยว่าถนัดอาชีพอะไรแล้ว ก็มากางดูว่า ในแต่ละอาชีพใครเป็นคนจ่ายตังค์ให้เรา
คนนี้สำคัญมาก ต้องหาให้เจอครับ
ทำตัวคล้ายกับว่า เราไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนๆ แล้วไม่ได้เอากระเป๋าตังค์มา
ถ้าหาคนนี้เจอเมื่อไร ขั้นต่อไปก็ต้อง take care เขาเต็มที่ ชอบแบบไหนต้องหามาประเคน ต้องมีอะไรใหม่ๆมาเสนอเขาจะได้ไม่เบื่อ อะไรทำให้หงุดหงิดต้องเตะไปไกลๆ
เพื่อจับเขาให้อยู่กับเรานานๆ
ผู้ค้าสมัยนี้จึงแข่งกันทำบัตรสมาชิก เพื่อจะได้รู้จักลูกค้าเพิ่มขึ้นยังไงครับ
ยิ่งถ้าเป็นบัตรเงินสด เหมือน Starbuck หรือ 7-Eleven ด้วยแล้วยิ่งดีใหญ่ เพราะได้ตังค์จากลูกค้ามาใช้ก่อน
การรู้จักลูกค้าจะเกี่ยวโยงกับทำเลร้าน หากเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว ก็ควรตั้งร้านอยู่บนถนนที่เป็นขาออก สินค้ามีหีบห่อมิดชิดและดูดีมีราคา
หากขายกาแฟหรือดอกไม้ เปิดร้านใกล้ออฟฟิศก็จะดี หากขายเครื่องเขียนหรือรับถ่ายเอกสาร ก็เปิดใกล้สถานศึกษาเป็นดีที่สุด
ขอแถมอีกนิดครับ ถ้าเป็นไปได้เลือกตลาดนิชเป็นดีที่สุด นิช(Nich)นะครับไม่ใช่นิด สร้างตลาดใหม่ด้วยสินค้าที่แตกต่างจากสินค้าเดิมๆ หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Blue Ocean นั่นแหละครับ อย่าไปแข่งในตลาด Red Ocean ที่มีแต่ลดราคาแข่งกัน ก็ตายพอดี
สุดท้ายต้องรู้ “เขาคือคู่แข่ง”
แม้จะยังไม่เริ่มทำธุรกิจ แต่เราก็สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้าตลาด ใครมียอดขายมาก
ถ้าจะแข่งกับเขา เรามีอะไรดีกว่า เรียกว่าต้องหาจุดแตกต่างให้เจอ
ดังนั้นธุรกิจสมัยใหม่ จึงฉีกแนวกันมาก เพื่อลดการแข่งขันที่รุนแรง แต่อย่าฉีกมากเกินไป เดี๋ยวลูกค้างง
ครับ! ทั้งหมดนี้อาจไม่ใช่บทสรุปที่สมบูรณ์
เพราะการลงมือทำธุรกิจจริง มีปัญหาให้เราต้องแก้ไขอีกมาก แต่ละคนก็ต้องค้นหาท่าไม้ตายและสไตล์ถนัดของตนเอง แต่ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าทำอะไรดี ก็อ่าน Blog นี้ไปพลางๆก่อน เพราะผมจะนำไอเดียธุรกิจต่างๆ มาเขียนเล่าเป็นระยะๆ