แดนซ์กระจาย ช่วยชาร์จไฟเต็มมือถือ

ถ้ามือถือแบตจะหมด คุณจะทำอย่างไรครับ?
1. หายืมที่ชาร์จจากเพื่อนร่วมงาน
2. Divert ไปเครื่องอื่นที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้
3. หยุดการติดต่อกับคนอื่นชั่วคราว ดีเหมือนกันจะได้อยู่เงียบๆกับตัวเอง
4. หาซื้อที่ชาร์จแบตฯ อันใหม่

ผมเลือกข้อ 1 ก่อนครับ แต่ไม่มี จึงต้องใช้เลือกข้อ 4 เป็นอันดับถัดไป
หากเป็นวันที่ไม่มีธุระ ผมจะเลือกข้อ 3
แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มันเป็นวันจำเป็นที่ต้องติดต่อธุระสำคัญๆอีกหลายเรื่อง แถมแบตฯแต่หัววัน กว่าจะกลับถึง

บ้านก็อีกตั้ง 8 ชั่วโมง
ฉะนั้น จึงต้องจำใจเสียตังค์ซื้อที่ชาร์จอันใหม่
เป็นความโชคดีที่ร้านค้าแถวสีลม ไม่มีที่ชาร์จที่ผมต้องการ
แต่มาบุญครองมีครับ แถมราคาถูกเสียด้วย และน่าจะถูกกว่าที่สีลมแน่ๆ(ถ้ามีขาย)

ราคาร้อยกว่าบาท คาดว่าคงใช้ได้ไม่กี่ครั้ง แม้คนขายจะการันตี 1 ปีก็ตาม แต่ก็เอาเถอะ สถานการณ์มันบังคับ

กลับมาออฟฟิศ รีบชาร์จไฟให้เต็มที่
สรุปวันนั้น ขาดการติดต่อไปเพียงชั่วโมงกว่าๆ
ดีที่วันนั้นได้อยู่ออฟฟิศ ไม่ต้องออกไปไหนจึงมีที่ชาร์จไฟให้เสียบ
แต่ถ้าต้องออกไปข้างนอก หรือบางคนที่ออกตรวจตลาด ตรวจไซต์งาน แล้วแบตหมดจะทำอย่างไร?

นี่เลยครับ! ที่ชาร์จมือถือสุดเจ๋ง
สินค้าของ Orange ตัวนี้ ออกแบบมาให้ชาร์จได้ทุกที่ทุกเวลา
เพียงแค่เจ้าของเครื่องเสียบมือถือลงในซอง แล้วก็เต้นเสียให้เต็มที่
การขยับของร่างกาย จะเป็นการชาร์จไฟให้มือถือ

ที่ชาร์จมีลักษณะเป็นอุปกรณ์สายรัดแขนขนาด 4 คูณ 2 นิ้ว หนักเพียง 180 กรัม จึงทำให้พกพาได้ง่าย
จะติดตัวไว้ตลอดแล้วใส่สูททับยังได้เลยนะเนี่ย!

พกง่าย ใช้สะดวกแบบนี้ ต้องลุ้นให้ prototype ตัวนี้ มีวางขายเร็วๆ

ผมว่าคนคิดค้นสินค้าตัวนี้ ถ้าไม่ใช่ขาแดนซ์ ก็ต้องเป็นคนชอบเที่ยวผับเที่ยวเทคแน่ๆ
อาจจะนั่งดื่มไป มองคนเต้นไป เลยปิ๊งไอเดีย ที่ชาร์จแบตฯแดนซ์กระจาย

Add comment July 3rd, 2008

ปิดฉากฟุตบอลยูโร

ฟุตบอลยูโรปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วนะครับ
เป็นครั้งแรกที่ทีมที่ผมเชียร์ได้ชูโทรฟี่แชมป์
ยินดีกับแฟนทีมสเปนด้วย
อันที่จริงผมก็ไม่ได้เป็นแฟนทีมกระทิงดุหรอกครับ บังเอิญว่าสเปนเป็นชาติเดียวที่มีนักเตะจากลิเวอร์พูลอยู่มากที่สุด (ตัวสำรองทีมชาติ ตั้ง 3 คนเชียวแหนะ ;-) )

นอกจากจะลุ้นว่าทีมใดจะได้แชมป์แล้ว ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ผมรอคอย เมื่อมีทัวร์นาเม็นต์ใหญ่ๆ แบบนี้
นั่นคือ “จำนวนไปรษณียบัตรที่ส่งไปทายผล”

ผมมั่นใจว่านี่เป็นรายการชิงโชคที่คนไทยมีส่วนร่วมมากที่สุด
และเมื่อนับรวมกับการเสี่ยงโชคทุกชนิด ไปรษณียบัตรบอลโลก-บอลยูโร คงแพ้แค่เพียง “หวย” เท่านั้น
คำว่า “เดิมพันและเสี่ยงโชค” คงอยู่ในสายเลือดคนไทยมากพอดู

อยากรู้ไหมครับว่า คนไทยส่งไปรษณียบัตรร่วมลุ้นเงินล้าน จำนวนมากขนาดไหน?
เรามาย้อนอดีตกันเลย

ปี 2002 ฟุตบอลโลกครั้งแรกบนแผ่นดินเอเชีย
และเป็นครั้งแรกที่คนไทยได้ดูบอลสบายที่สุดและทรมานที่สุดไปพร้อมๆกัน
สบายที่สุด เพราะไม่ต้องอดหลับอดนอน เวลาที่ญี่ปุ่นและเกาหลีไม่ต่างจากไทยมากนัก ไม่เหมือนแข่งที่ยุโรป
ทรมานที่สุด เพราะบางคู่ แข่งขันกันตอนที่ผมยังนั่งทำงานอยู่เลย บางคู่ก็เตะตอนที่กำลังเดินทางกลับบ้าน
ครั้งนั้น คนไทยกระหน่ำส่งไปรษณียบัตร 135 ล้านใบ

ถัดมาอีก 2 ปี ฟุตบอลยูโร 2004 ที่โปรตุเกส จำนวนลดลงนิดหน่อย เพราะคนไทยไม่เห่อฟุตบอลยูโรเท่าฟุตบอลโลก มีไปรษณียบัตรส่งไปทายผล 130 ล้านใบ

พอฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมัน สถิติก็ถล่มทลาย เฉลี่ยแล้วคนไทย 1 คน ส่งไปรษณียไปลุ้น 3 ใบ
นี่ค่าเฉลี่ยนะครับ แต่ผมเชื่อว่า คนที่ส่งจริงๆเขาจะส่งกันหลายสิบใบ บางคนเป็นร้อยใบ
ในปีนั้น พนักงานไปรษณีย์ต้องขนไปรษณียบัตร จำนวน 170 ล้านใบ

ส่วนฟุตบอลยูโรครั้งนี้ ตัวเลขอย่างเป็นทางการยังไม่ออกครับ คิดว่าน่าจะรู้กันวันนี้
แต่ก็คงแพ้ครั้งก่อนๆ เพราะครั้งนี้จำหน่ายไปรษณียบัตรไปทั้งหมด 121 ล้านใบ ตามข่าวบอกว่า เมื่อ 29 มิ.ย. มีส่งเข้ามาแล้ว 99 ล้านใบ

จำนวนน้อยไปหน่อย อาจเป็นเพราะมีหลายเรื่องกวนใจคนไทยตอนนี้
ไหนจะพี่ๆ พันธมิตรฯ
ไหนจะประชุมสภาฯ
ไหนจะราคาน้ำมัน

หลายธุรกิจคงผิดหวังกับแคมเปญบอลยูโร 2008
แต่พี่ๆพนักงานไปรษณีย์ไทย อาจแฮ้ปปี้เพราะครั้งนี้ได้แบกน้ำหนักน้อยลง
แค่ 280-290 ตันเท่านั้นเอง

3 comments June 30th, 2008

ธุรกิจและวิธีคิด “โครงสร้างองค์กร”

โครงสร้างองค์กร (Organisation chart) คำนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนรู้จักดี เพราะตอนเรียนปริญญาตรี เวลาทำรายงาน คงต้องเขียนถึงโครงสร้างและตำแหน่งต่างๆของบริษัท

ยิ่งกว่านั้น พอเข้ามาทำงานรับเงินเดือน ทุกคนก็รู้(บางคนอาจไม่รู้ แต่จริงๆก็ควรรู้) ว่าตำแหน่งของตนเอง อยู่ส่วนใหนขององค์กร และมีบทบาทหน้าที่อย่างไรบ้าง

จู่ๆ ทำไม่เขียนเรื่องนี้?
แล้วโครงสร้างองค์กรสำคัญอย่างไร?

ตอบคำถามแรกก่อนครับ
เพราะเพื่อนโทรมารบกวนให้ช่วยหา แผนผังโครงสร้างองค์กรบริษัทแห่งหนึ่ง เนื่องจากน้องของเพื่อนต้องทำรายงานส่งอาจารย์
แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจจนต้องเขียนเรื่องนี้ คือ ทำไมแผนผังโครงสร้างองค์กร จึงมีหน้าตาแบบนี้!!!

ลองเข้า google.com เลือก Images
แล้วพิมพ์คำว่า “โครงสร้างองค์กร” หรือ “Organisation chart”
ดูผลลัพธ์ที่ได้ แล้วค่อยมาอ่านต่อครับ

ผมคลิกไปหลายหน้า แต่โครงสร้างที่ได้ก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทธุรกิจหรือองค์กรภาครัฐ
คือตำแหน่งใหญ่สุดอยู่ข้างบน และก็มีเรียงลำดับความบิ๊กเบิ้ม ลดหลั่นลงมา
นี่เป็นผังแบบ command line เรียงตามสายบังคับบัญชา ซึ่งผมเข้าใจว่า คงใช้ได้ดีในยุคๆหนึ่ง แต่ไม่น่าจะเหมาะกับยุคนี้ โดยเฉพาะองค์กรที่เป็น “บริษัท”

คิดดูซิครับ ถ้าบริษัทค้าปลีก จัดองค์กรแบบนี้
คณะผู้บริหาร และ CEO อยู่ด้านบนสุด ถัดมาเป็นหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในสำนักงานใหญ่
ถัดมาเป็นผู้บริหารสาขา และแถวสุดท้ายก็เป็นพนักงานขาย

อ้าว! จัดแบบนี้ “ลูกค้า” ก็อยู่ข้างล่างสุดซิครับ
มิน่า ร้านต่างๆมักทำอะไร ไม่ตรงใจลูกค้าเอาเสียเลย

ผมไม่กล้าสรุปว่า การเขียนแผนผังองค์แบบนี้ผิด
แต่จะขอนำตัวอย่างของบริษัทแห่งหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง

บริษัทที่ว่านี้เป็นเจ้าของเครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
บริษัทนี้ชื่อ Seven and I Holding ครับ

ในรายงานประจำปี (ซึ่งก็น่าจะเป็นเอกสารชุดเดียวกัน ที่ใช้สื่อสารภายในบริษัท) เขาแสดงแผนผังโครงสร้างองค์กรได้แตกต่างจากหลายๆบริษัท

แผนผังนี้ CEO และคณะผู้บริหารจะอยู่ล่างสุด ดูแวบแรก ก็รู้สึกได้เลยว่า ต้องรับภาระอันหนักอึ้ง
ตรงกันข้าม ลูกค้าจะอยู่ด้านบนสุด ดูอีกแวบ ก็สัมผัสได้เลยว่า เขาให้ความใส่ใจลูกค้าเป็นอันดับแรก ทุกอย่างจะต้องขับเคลื่อนไปยังลูกค้า
ดูแวบที่สาม ก็รู้ทันทีว่า นอกจากลูกค้าแล้ว พาร์ทเนอร์, ผู้ถือหุ้น และชุมชนที่ร้านตั้งอยู่ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ดูแวบที่สี่ ก็รู้ว่า ผู้บริหารระดับกลางมีบทบาทมากแค่ไหน ในการนำนโยบายไปทำให้เป็นรูปธรรม

มองในอีกมุมหนึ่ง แผนผังแบบนี้จะคล้ายกับ การจัดตำแหน่งของการเล่นฟุตบอลครับ
(เข้าเรื่องฟุตบอลอีกแล้ว ;-) )
ที่จะระบุตำแหน่งและบทบาทของผู้เล่นแต่ละคน ว่าใครต้องยืนประจำการตรงไหน มีหน้าที่อะไรบ้าง? เพื่อให้ทีมได้ประตู
เช่น เวลาขึ้นเกมรุก ต้องวิ่งอย่างไร หนีตัวประกบอย่างไร ดึงผู้เล่นฝั่งตรงข้ามอย่างไร?
และเวลาคู่แข่งบุก ต้องตั้งรับอย่างไร จะคุมโซนหรือคุมคน?

ทีมจะชนะก็ต่อเมื่อยิงประตูได้
ดังนั้นในแผนผัง จึงจัดตำแหน่งกองหน้าไว้บนสุด
เช่นเดียวกัน ธุรกิจจะทำกำไร ก็ต่อเมื่อขายของให้ลูกค้าได้มาก

ส่วนตำแหน่งลำดับถัดมา ก็ต้องทำหน้าที่ว่าจะสนับสนุนให้ลูกฟุตบอล (สินค้า) ไปถึงกองหน้า (ร้านสาขา) ได้อย่างไร เพื่อให้ได้ชัยชนะ (ขายสินค้าได้)

อ้าว! ผมตอบคำถามข้อที่สองไปตั้งแต่เมื่อไร?

Add comment June 26th, 2008

Previous Posts


Recent Posts

 

July 2008
M T W T F S S
« Jun    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

Tags

Categories

Recent Comments

Archives

blogroll

Pages

Meta

Spam Blocked