ClookClick

ระหว่างที่ผมยืนรอคิวจ่ายตังค์ในร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีช่องจ่ายตังค์เยอะมากๆ
เห็นลูกค้าท่านหนึ่ง เอาของออกจากตะกร้า วางไว้ที่เชลฟ์ข้างๆแคชเชียร์
จากนั้น ลูกค้าคนนี้ ก็เดินไปจ่ายตังค์ ที่ช่องทางด่วน
ช่องที่รับเฉพาะเงินสด และซื้อสินค้าไม่เกิน 10 ชิ้น

บังเอิญว่า วันนั้นผมไม่รีบ และของที่จะซื้อก็วางเกือบเต็มรถเข็น
ถ้าจะให้เข้าเงื่อนไขใช้ทางด่วน ผมคงต้องหยิบแค่ 9 ชิ้นมาจ่ายตังค์ แล้วทิ้งอีกหลายสิบชั้นไว้บนรถเข็น ดูจะง่ายกว่า

ผมเข้าใจว่า ร้านค้า ไม่อยากให้ลูกค้าต้องรอคิวนาน จะคิดทำเลนพิเศษขึ้นมา
เป็นเจตนาดี ที่น่าชมเชย

แต่…อย่าลืมซิครับว่าการขายของ ก็ต้องอยากให้มีคนซื้อเยอะๆ
(เอ.. หรือว่า ไม่อยากให้ซื้อเยอะ)
การทำเลนด่วนสำหรับลูกค้าซื้อไม่เกิน 10 ชิ้น กลายเป็นการจูงใจให้ซื้อน้อย ซะงั้น!!!

ผมว่า อันนี้เกิดจากการตั้งโจทย์ผิด
ซึ่งโจทย์ของธุรกิจ โจทย์แรกที่ต้องคำนึงถึงคือ “ให้ลูกค้าซื้อเยอะ” (หรือซื้อบ่อยๆ, ซื้อชิ้นที่แพงๆ, ซื้อชิ้นที่มาร์จิ้นสูงๆ ก็แล้วแต่ประเภทธุรกิจร้านค้า)
แล้วโจทย์ที่สองที่ตามมา จึงจะเป็น “ให้ลูกค้าสะดวก”

ไอเดีย “ช่องทางด่วน 10 ชิ้น” เป็นการแก้โจทย์ข้อที่ 2 แต่ลืมโจทย์หลักของธุรกิจ
หากคิดแก้โจทย์แบบพระยาเทครัว เอาให้ได้ทุกข้อ ก็พอมีทางออก
เอาแบบง่ายๆเลยครับ
ตอนที่อยู่ในเหตุการณ์ ผมก็เห็นเครื่องแคชเชียร์กว่าครึ่งปิดให้บริการ
หากเปิดให้บริการทั้งหมด รับรองว่าลูกค้าไม่ต้องรอแถวนาน

ผมเสียดายโอกาสแทนร้านค้านี้จริงๆ เพราะอุตสาห์ซื้อเครื่องคิดตังค์ราคาแพง เสียพื้นที่ตั้งเครื่องหลายตารางเมตร
แต่ดั้นมาคิดประหยัดค่าจ้างพนักงาน
“แหม! ถ้าเสียดายเกลือขนาดนั้น ก็อย่าฆ่าวัวดีกว่า”

และถ้าจะให้เหนือชั้นไปกว่านั้นอีก
ต้องออกแบบวิธีจ่ายเงิน ให้กลายเป็นว่า ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งจ่ายได้เร็ว

อย่าลืมนะครับ การคิดมุขการตลาด จะมีผลต่อพฤติกรรมของลูกค้าเสมอ หากตั้งโจทย์ผิด ก็ไม่มีทางได้คำตอบที่ถูก
ยกเว้น ฟลุคเท่านั้น!


หากเปรียบเทียบกับบ้านเมืองอื่น ผมว่าในเมืองไทยเรา จับเอาสิ่งที่อยู่รอบตัวมาทำป้ายโฆษณาได้เยอะมากๆ
แต่เป็นการเยอะด้วยจำนวน ยังขาด “ความเนียน” ในการนำเสนอ

“ความเยอะ” ทำให้รกตา จนบางครั้ง ทัศนคติต่อแบรนด์นั้นอาจเปลี่ยนไป

เพื่อนคนหนึ่งของผม สวมวิญญาณนักต่อต้านแบรนด์(บางยี่ห้อ)
ด้วยสาเหตุที่ว่า โฆษณามาคั่นถ่ายทอดสดฟุตบอล ตอนที่กำลังลุ้นลูกเตะมุม
อันที่จริง ต้องขอบคุณสินค้านั้นถึงจะถูก ที่ทำให้ได้ดูถ่ายทอดสด แต่ความผิดพลาดของคนตัดต่อรายการที่จะแทรกโฆษณา ทำให้การเสียเงินเป็นสปอนเซอร์ส่งผลในทางตรงข้าม

ป้ายบนตึก, ผนังบ้าน, รถเมล์ทั้งคัน และเสารถไฟฟ้า ก็มีป้ายโฆษณาแปะอยู่ แต่มีอยู่สถานที่หนึ่ง ที่ต้องแปลกใจว่า ทำไมไม่เอามาสร้างเงิน
นั่นก็คือ ลานจอดรถในห้างฯนั่นเอง

ลานจอดรถในห้างฯทั่วไป ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีปูน คือไม่ได้แต่งแต้มเติมสีมากนัก ดังนั้นทุกชั้นจึงเหมือนกันหมด
มีทางเดียวที่จะจำตำแหน่งจอดรถได้ คือ “รหัสเสา”
แต่ถึงอย่างไร ก็มีเผลอลืมกันบ้าง

ตรงกันข้าม ถ้าแปลงเป็นป้ายโฆษณา ก็น่าจะทำให้คนขับจำที่จอดรถได้แม่นขึ้น
แต่ขอเน้นว่า ทำแบบสวยๆ ไม่ hard sale
อ้อ! และควรจะเลี่ยงป้ายหาเสียงการเมือง ประเภทเช่ารถเมล์ NGV อย่าได้โผล่มาเชียวนะครับ เดี๋ยวลูกค้าหมดอารมณ์ช็อปปิ้ง

ถ้านึกไม่ออก ก็ไปดูตัวอย่างที่ carspaze.com


  • ศิวนาถ: บริการดูดวง ด้วยโหราศาสตร์ไทย การเงิน ความรัก การงาน (
  • นัท: อืม.. น่าจะผลิตออกมามั่งนะ
  • Vdxnnoyc: sMeOzK comment4 ,

About

business idea, retail update and foottttball

พื้นที่โฆษณา

 

July 2009
M T W T F S S
« Jun    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031