ClookClick

ความตื่นตัวของคนไทย เรื่องใส่ใจสิ่งแวดล้อมมีมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ แต่ยังเป็นแบบ ‘บันทึกการแสดงสด’ ที่ทุกคนเปิดชมอยู่ที่บ้าน สนุกเหมือนกัน มันส์เหมือนกัน บางบ้านอาจมีชูมือขวา แต่ถ้าว่า ‘ยังขาดพลัง’

ต่างจากดูคอนเสิร์ตสดๆ ที่ได้เย้วๆหน้าเวที มีปรบมือตามจังหวะ เผลอๆยังขโมยซีนบนเวทีทำหน้าที่ร้องนำเสียงเอง
กลับบ้านเสียงแหบ “เอ๊ะ นี่เราไปทำอะไรมา”
เห็นไหมครับ การแสดงสด มันสร้างพลังต่างจากดูที่บ้าน มากขนาดไหน

การรณรงค์เพื่อโลกเขียวในบ้านเราก็เหมือนกัน หากมีนักร้องนำ จัดทัวร์คอนเสิร์ตบ่อยๆ รับรองเขียวอี๋ทั้งเมืองแน่
และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างดีๆ เพราะมีทีมงานจากสำนักงานเขตสายไหม นำรถขนาดใหญ่เข้ามาแจกน้ำหมักชีวภาพถึงหน้าบ้าน

ก่อนเข้ามาก็มีจดหมายน้อยมาหย่อนตู้ล่วงหน้าหลายวัน ไม่ใช่เอกสารราชการ แต่เป็นจดหมายข่าวของนักการเมืองท้องถิ่น มีรูป สก. และทีมงาน มาให้ดูด้วย
ไม่ว่ากันครับ ถ้าจะหาเสียงด้วยวิธีนี้

ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องน้ำหมักชีวภาพเท่าไร แต่ฟังเสียงจากโทรโข่งของเจ้าหน้าที่ที่อธิบาย ก็น่าลองใช้ดูเหมือนกัน
“เทตามท่อระบายน้ำ จะลดปัญหายุง ปัญหาแมลงวันคะ”
“ถ้าจะรดน้ำต้นไม้ ต้องผสมน้ำให้เจือจางกันนะคะ”

นอกจากราดลงตามท่อแล้ว ทีมงานยังลากสายมาใส่ถังให้แต่ละบ้านด้วย
บรรยากาศจึงคึกคักเหมือนสงกรานต์เลย ทุกบ้านหยิบกระป๋องกระแป๋งมารอ
แต่ถ้าเล่นน้ำวันนี้ ผมขอหนีก่อนนะครับ

ก็แหม น้ำหมักชีวภาพของเขาเข้มข้นจริงๆ
เข้มข้นจนสัมผัสได้ทางรูจมูก
กลิ่นแรงแบบนี้ ยุงหนีแน่ๆ

ไม่รู้ว่าน้ำหมักของป้าเช็ง กลิ่นและสีเป็นแบบนี้หรือเปล่า?

หากเป็นหลายปีก่อน ที่ระบบสุขาในบ้านยังต้องสูบสิ่งปฏิกูลออกมาทิ้ง และ กทม. ก็ต้องวิ่งไปสูบทุกครั้งเมื่อเต็มถัง
ผมคงเดาว่า เจ้าน้ำชีวภาพบนรถสีเหลืองคันใหญ่ อาจเป็นการรีไซเคิลจากบ้านใครมาแน่!


ผมเพิ่งเห็นข้อดีของการที่ลิเวอร์พูลทีมโปรด ตกรอบหมดทุกรายการ
เหลือเพียงลุ้นที่ 4 ในลีก และลุ้นรางวัลปลอบใจคือถ้วยยูเรก้า (ชื่ออย่างเป็นทางการคือ ยูโรป้า) มันทำให้ผมมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ไม่ต้องอดหลับอดนอนอย่างเคย

บางปีทำท่าดี หงส์แดงมีลุ้นทุกรายการ ผ่านเข้ารอบลึกๆเกือบทั้งหมด สุดท้ายก็ไปพลาดตอนจะถึงนัดชิง
สำหรับแฟนพันธุ์ทางอย่างผม ‘ตกรอบไว’ กับ ‘ตายนัดชิง’ มีค่าเท่ากัน คือไม่ได้แชมป์!!!

พอไม่มีบอลดู ผมก็มีเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น แต่ก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่กับเรื่องฟุตบอลเหมือนเดิม แล้วก็พบว่า การเล่นฟุตบอลก็ช่วยลดโลกร้อนได้ด้วย

เพราะคนเล่นบอลสามารถเอาเงินที่ชนะพนัน มาบริจาคได้
เฮ้ย! ไม่ใช่เล่นบอลแบบนั้น
อันนี้หมายถึง ใช้เท้าเตะลูกกลมๆต่างหาก

นี่เป็นไอเดียของนักศึกษากลุ่มหนึ่งจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ติดตั้งอุปกรณ์ตัวเล็กๆลงไปในลูกฟุตบอล เมื่อมีการเตะ แรงกระทบที่เกิดขึ้นจะก่อให้เกิดพลังงาน จากนั้นมันจะสะสมไว้ในอุปกรณ์ชิ้นนี้
ซึ่งเพียงพอต่อการให้แสงสว่างกับหลอดไฟ LED หรือไม่ก็เป็นแบตเตอรี่มมือถือ
แม้จะเป็นเพียง prototype แต่การได้ทดลองจริงๆแล้วในทวีปแอฟริกา ก็มีทีท่าว่าจะใช้งานได้จริง
จำชื่อ sOccket นี้ไว้นะครับ อีกไม่นานจะเป็นที่คุ้นหูกว่านี้

แหม! ถ้าจะให้ดี ฟีฟ่าน่าจะช่วยโปรโมตด้วย เพราะกลางปีนี้ก็มีศึกฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้พอดี คราวนี้ฟุตบอลไม่ใช่แค่ช่วยสร้างสันติภาพ แต่ยังช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย
อินเทรนสุดๆ

อันที่จริงสมัยเรียนมหา’ลัย ผมก็เคยเตะบอล แบบช่วยลดโลกร้อนมาแล้ว
ด้วยการแข่งในสนามกีฬาที่ประหยัดน้ำสุดๆ
ไม่มีเทคโนโลยีอะไรพิเศษหรอกครับ เพียงแค่มหา’ลัยไม่ค่อยรดน้ำก็เท่านั้นเอง
แต่ต่อให้รดน้ำมากขนาดไหน หญ้าก็เขียวไม่ทัน เพราะนักกีฬาอาชีพ(เรียนหนังสือเป็นงานอดิเรก)อย่างพวกเรา จะเอาเวลาว่างทุกช่วงมาโม้แข้งกัน ดังนั้น รอให้หญ้าตายหมด แล้วค่อยรดค่อยปลูกใหม่ จะดีกว่า

ไอเดียฝาแฝดของลูกฟุตบอลผลิตไฟฟ้า ก็มีให้เห็นในอีกหลายๆผลิตภัณฑ์
ที่เจ๋งไม่แพ้กัน คือ ฝังอุปกรณ์ลงไปในพื้นถนน โดยเฉพาะบริเวณที่คนพลุกพล่าน
ซึ่งมีใช้แล้วในญี่ปุ่น ที่ติดตั้งบริเวณสถานีรถไฟที่มีคนใช้บริการเยอะ

คนหนัก 60 กิโลกรัมเดินเหยียบแผ่นนี้ 1 ครั้ง สร้างไฟได้ 0.1 วัตต์ แล้ว 2 ล้านกว่าคนที่สถานีชิบูย่า จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากขนาดไหนในแต่ละวัน

แหม ถ้าผลิตออกมาเร็วกว่านี้ เมืองไทยเราก็มีพื้นที่พร้อมให้ใช้งานหลายแห่งนะ
ไม่ว่าจะ ‘ทำเนียบ สี่เสา หรือ เขายายเที่ยง’

ขอขอบคุณ ภาพจาก ohgizmo.com และ tokyo5

อยู่เฉยไม่ได้แล้วครับ เพราะรายรับไม่ขยับเพิ่มเท่าที่ควร
อุตสาห์เปลี่ยนโฉมร้านใหม่ ชูจุดขาย ‘ทำกันให้เห็นจะๆ’ ก็ยังไม่ดีอย่างที่คาด

แบบนี้มันต้องฉีกแนว
และถ้าแนวเดียวเอาไม่อยู่ ก็ต้องฉีกหลายๆแนว
ว่าแล้ว เบอเกอร์คิง ก็ปฏิวัติวงการฟาสต์ฟูดส์ ด้วยการเสิร์ฟเบียร์เสียเลย

เหตุผลกลไลที่เพิ่มเมนูเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฟอง ก็ไม่มีอะไรมากครับ เป็นเพราะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในอเมริกา ยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้นอย่างที่ทั่นประธานาธิบดีคาดเอาไว้
ตอนนี้บรรดาร้านอาหารกว่าครึ่ง ยอดขายก็ยังลดลงจากปีก่อนต่อเนื่องมาแล้วหลายเดือน

สงสัยว่าเบอเกอร์คิงจะได้ตัวอย่างจากสตาร์บัคส์ ที่ล่าสุดได้ทดลองเปิดร้านรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่มีกลิ่นไอของร้านกาแฟสัญลักษณ์สีเขียวแม้แต่น้อย
เนื่องจากเป็นร้านทดลอง ที่ต้องการฉีกออกจากกรอบเดิมๆ จึงไม่แปลกที่ ‘ร้าน15th อเวนิว คอฟฟีแอนด์ที‘ จะเสิร์ฟไวน์และเบียร์

แต่ของแบบนี้ก็ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าทำนะครับ มันต้องมีที่มาที่ไป ไม่อย่างนั้นก็ขายไม่ได้ จริงไหมครับ?
สินค้าตัวใหม่นี้จะมีวางขายเฉพาะในร้าน Whopper Bar ซึ่งเป็นร้านเบอเกอร์เวอชั่นใหม่ล่าสุดของเบอเกอร์คิง ที่ขายแฮมเบอร์เกอร์คู่กับท็อปปิ้งหลากหลายแบบ
และเป็นร้านที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น!!!
โดยเตรียมประเดิมร้านแรกที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา และอาจจะขยายต่อไปตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อย่างเช่น นิวยอร์ก ลอสแองเจลีส และลาสเวกัส

ไอเดียเพิ่มสินค้าตัวนี้ น่าลองครับ เพราะหากตั้งโจทย์เริ่มต้นที่ ‘ลูกค้า’ จับจุดได้ว่าเวลาลูกค้ามาเที่ยว ก็ต้องกิน ต้องดื่ม แบบนี้โอกาสสำเร็จก็พอมีให้เห็น
อีกอย่างหนึ่ง ร้านอาหารที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงก็มีเครื่องดื่มมึนเมา เอาไว้เสิร์ฟกันหลายร้าน

ช่วงวิกฤตแบบนี้แหละครับ ที่เราจะได้เห็นกึ๋นในการแก้เกม
เผลอๆอาจได้เห็นสิ่งที่คาดไม่ถึง
เพราะว่าการค้าขายมันไม่มีสูตรสำเร็จ และไม่ง่ายเหมือนผลิตเครื่อง GT 200 สแกนหาระเบิด

ข่าวหวยออนไลน์เงียบหายไปเลยนะครับ ทั้งๆที่ใกล้จะถึงเวลาเฉลยคำตอบกันแล้ว หวังว่างานนี้ไม่มีทดเวลาบาดเจ็บกันอีกนะ
เห็นชอบกันจังมุกนี้ ยื้อแล้วยื้ออีก!

คงเป็นเพราะช่วงนี้มีข่าวฮอตข่าวแรง แซงข่าวหวย
นายกฯต้องขอบคุณป้าเช็งนะเนี่ย อย่างน้อยๆก็ทำให้มีอะไรมาคานเรื่องกลุ้มๆของรัฐบาล
แต่ป่านนี้ป้าเช็งคงเป็นป้าเซ็งไปแล้ว ธุรกิจมูลค่าหลายล้านมลายหายไป พร้อมกับมีเรื่องใหม่ให้ปวดหัว “จะติดคุกตอนแก่มั๊ยเนี่ย”

กลับมาเรื่องหวยออนไลน์ครับ ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไรไม่รู้ แต่ผมกล้าฟันธงว่าหวยออนไลน์ในเมืองไทยเกิดแน่ๆ
แม้รัฐบาลชุดนี้จะล้ม แต่ผมว่าของแบบนี้ ล้มได้ก็ลุกได้
ไม่ได้เชียร์ให้มีนะครับ แต่คาดเดาไปตามเหตุการณ์
เพราะพรรคการเมืองที่อยู่คนละฝ่าย คิดคนละแบบ ก็พร้อมจะเอามาเป็นจุดขาย
การล้มโครงการตอนนี้ ก็มีโอกาสเกิดใหม่ในรัฐบาลชุดต่อไป หรือถ้าไม่ใช่ ก็อาจจะเป็นรัฐบาลชุดต่อไปของชุดต่อไปอีก

แบบนี้แล้ว จะล้มโครงการเพื่อให้เสียค่าปรับให้เอกชนเป็นพันๆล้านบาททำไมครับ สู้หาวิธีบริหารจัดการดีกว่า

เพราะ ‘ความเสี่ยง’ เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่แถมมากับมนุษย์ทุกเวอร์ชั่น
จะเกิดในยุคโรมัน หรือสมัยสงครามโลก ก็มีโปรแกรมนี้ติดมาด้วย
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโปรแกรม error โดนไวรัสเล่นงาน หรืออัพเกรดเครื่องไม่ทันกันแน่ จึงทำให้แต่ละเครื่องที่มีโปรแกรมนี้สั่งการไม่เหมือนกัน
ความเสี่ยง ถูกสร้างมาให้รับใช้ในภารกิจ คิดก่อนเลือก คิดก่อนลงทุน คิดก่อนทำธุรกิจ หรือแม้แต่ คิดก่อนกิน เพราะของบางอย่างกินแล้วอาจจู๊ดๆได้
ในขณะเดียวกัน มันก็ถูกใช้ไปในเรื่องการพนันด้วย

บ้างก็บอกว่า เพราะฐานะยากจน หมดหนทางทำมาหากิน จึงเสี่ยงเล่นหวย เผื่อจะรวยขึ้นมา
แต่ผมว่า บ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ นี่คนมีตังค์ทั้งนั้นเลยนะ
เออ.. อาจจะมีตังค์ตอนเดินเข้า แต่ตอนเดินกลับออกมา สถานะอาจเปลี่ยนไป
สรุปแล้ว อาการชอบพนันไม่น่าจะเกี่ยวกับฐานะทางเศรษฐกิจ แต่อยู่ที่วิธีคิด ‘อยากได้เยอะ อยากได้เร็ว แต่จะออกแรงน้อย’

ดังนั้นในฐานะรัฐบาลที่มีอำนาจ(ออกกฎหมาย)บังคับได้
ลองแก้ไขกติกานิดหน่อยสิครับ
โดยเลียนแบบสลากออมสิน ที่ตอนนี้มีโปรโมชั่นแจกรถเบนซ์ แต่ต่างกันที่ ‘หักค่าต๋ง’ สักเล็กน้อย

สลากออมสิน ได้ลุ้นรางวัลแล้วเงินต้นยังอยู่ แต่หวยแบบใหม่นี้ เงินต้นอาจจะเหลือ 60-70% ซึ่งเงินที่หายไป ก็เอาไปจ่ายรางวัลนั่นแหละ
ที่ต้องหักค่าต๋ง ก็เพื่อเอามาเป็นรางวัลล่อใจ เพราะถ้าหักไว้น้อย ก็จ่ายรางวัลได้น้อย คนก็หนีไปเล่นหวยใต้ดินเหมือนเดิม
แต่นี่เป็นวิธีดึงมาอยู่บนดิน และแปลงการเล่นหวย ให้เป็นการออมเงินทางอ้อม
สัดส่วนการหักตรงนี้ ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านหวยและนักสถิติช่วยอีกแรง ว่าต้องหักเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อการจ่ายเงินรางวัล
สมมติว่า ตัวเลขเหมาะสมคือ 60% และถ้า 1 ปีมีเงินซื้อหวยสะพัด 2 หมื่นล้านบาท อย่างน้อยๆประเทศไทยก็มีเงินออม 1 หมื่นกว่าล้านบาท
อ้อ เงินส่วนนี้ไม่จ่ายคืนทันทีหรือให้ตอนสิ้นปีนะครับ อาจกั๊กไว้สัก 5 ปีหรือมากกว่านั้น หรือเอาไว้เป็นสวัสดิการยามแก่เฒ่า

วิธีนี้คนเล่นหวยจะต้องลงทะเบียนก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าเงินใครมีเท่าไรแล้ว
ซึ่งขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะขายผ่านเครื่องออนไลน์อยู่แล้ว เพียงแค่ก่อนซื้อก็กดหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ก็เท่านั้นเอง การขายด้วยเครื่องอัตโนมัติจะสามารถจำกัดอายุผู้เล่นได้ หรือถ้าจะจำกัดวงเงินก็ทำได้ไม่ยาก
และอาจเพิ่มไอเดียเก๋ๆ ด้วยการทำสเตทเมนท์สรุปให้ด้วย
บัญชีเงินฝากธนาคาร จะมีตัวเลขบอกว่า มีเงินอยู่เท่าไร
แต่บัญชีหวยออนไลน์ จะบอกว่า หมดตัวไปแล้วกี่บาท
ถ้าอยากให้คนเสี่ยงโชค ตระหนักมากกว่านี้ ก็เปลี่ยนตัวเลข เป็นรูปภาพครับ
เพราะการสื่อด้วยภาพจะเข้าใจง่าย ไม่ต้องตีความ

ข้างซองบุหรี่ เขาติดภาพคนป่วยโรคต่างๆ ให้คนสูบได้สำนึก
ท้ายสเตทเมนท์หวย ก็ใส่รูปสินค้าที่มีมูลค่าใกล้เคียงกับเงินที่เสียไป
เช่น รูปทีวีจอแบน พร้อมข้อความด้านล่าง ‘ถ้าไม่เล่นหวย ก็ได้ทีวีสวยๆเครื่องนี้’
รูปรถมอเตอร์ไซด์ มีใจความกำกับว่า ‘ถ้าไม่เล่นหวยก็ได้รถคันนี้ไปขี่แล้ว’
รูปทะเลกระบี่ พร้อมเขียนกระแทกใจ ‘ลูกๆเกือบได้ไปเที่ยวทะเลแล้ว ถ้าคุณไม่เล่นหวย’

นี่ไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาการพนันหรอกนะครับ
ของแบบนี้ต้องใช้เวลาในการให้ความรู้ อาจใช้เวลาเป็นชั่วอายุคน

แต่เอ… วิธีลุ้นโชคแบบนี้มันแปลกๆนะ จะเป็นหวยก็ไม่ จะใช่สลากก็ไม่เชิง
อย่างนี้เรียกว่า ‘สลวย’ ก็แล้วกันครับ
เป็นลูกครึ่ง ที่จะมาช่วยปรับพฤติกรรม
เราคงให้คนเล่นหวย เลิกเล่นในทันทีไม่ได้ งั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนคนเล่น ‘หวย’ ให้มาเล่น ‘สลวย’
จากนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยน ‘สลวย’ มาซื้อ ‘สลากออมสิน’

26 Jan, 2010

ขอเวลานอก

Posted by: ขลุกขลิก In: อื่นๆอีกมากมาย

หายไปหลายวัน ถ้าจะถามเหตุผล ก็ต้องอ้างตามเคยว่า งานเข้า!!!
จันทร์ถึงศุกร์ เจองานจุกอก พอได้หยุดเสาร์อาทิตย์เลยขอหนีเข้าสวนไปหย่อนอารมณ์เสียหน่อย
ไม่ใช่ สวนจตุจักร สวนพลู หรือสวนสามพรานแต่อย่างใด
หากแต่เป็นสวนไซด์มินิ ที่อยู่รอบบ้านครับ ช่วงนี้อากาศเย็นๆ ไม้ดอกหลายต้นออกดอกชูช่อ แย่งซีนกันหน้าดู แต่ที่ผมทุ่มเวลาให้มากเป็นพิเศษ กลับเป็นผักสวนครัว
อยากลองปลูกผักกินเองดูบ้าง!
เคยได้ยินมาว่า ถ้าจะหาความสุขแบบง่ายๆและได้กำไรหลายต่อ ต้องลองปลูกผัก

หลายเดือนก่อน พี่ที่ สมาคม ปรส. (ชื่อเต็มว่า สมาคมปลูกผักรักสวนแห่งชาติ ชื่อนี้ผมตั้งเองครับ ขณะนี้มีสมาชิกประเดิมแล้ว 2 คน คิดว่าอีกไม่นานจะเปิดรับสมาชิกเพิ่ม) เอาต้นกล้ามะเขือเทศมาให้ พร้อมกำชับว่าช่วยเอาไปขยายพันธุ์ต่อ
ผมรับมาแบบไม่คิดไรมาก แม้จะไม่เคยปลูกมะเขือเทศมาก่อน ส่วนการปลูกผักก็มีประสบการณ์แค่พืชกินใบ ดังนั้น การได้รับมอบหมายให้ทำคลอดลูกมะเขือเทศ จึงเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง


ผ่านไปเดือนกว่าๆ หน้าตาก็เปลี่ยนไป ต้นไร้กระดูกสันหลังจะเลื้อยไปเรื่อย ต้องหาไม้มาประคอง และมัดเชือกแค่พอประมาณ ไม่ถึงขั้นขันชะเนาะแบบโดนงูกัด
ทีแรกว่าจะดัดเป็นรูปหงส์ พอเวลาลูกสุกเต็มต้น มันจะกลายเป็นหงส์แดงไงครับ แต่เอาเข้าจริง แค่มัดให้มันไม่ล้มไม่หักก็เมื่อยแล้วครับ

เหมือนฟ้าจะแกล้ง จู่ๆฝนก็ตกในเดือนมกรา ดอกมะเขือเทศที่เริ่มจะติดลูกก็ร่วงสิครับ เหลือ ‘ดอกอึด’ ที่ทนฝนทนแดด เพียงไม่กี่ช่อ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ได้ลุ้น

“เห็นดอกเหี่ยวๆไหมครับ นั่นแหละ ติดลูกแล้ว”

จากนั้นไม่นาน มันก็ใหญ่ขึ้น

และผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์ ก็แดงเป่ง!

หลังจากลูบๆคลำๆ ผมประมาณได้ว่า อีก 2-3 วัน น่าจะได้ผลที่สุกอร่อย
แต่… ระหว่างนั้นมีกองทัพนก มาตั้งกองกำลังในระยะประชิด พร้อมส่งเสียงดัง
“จิกแน่ จิกแน่ๆๆ”
เห็นท่าจะไม่ดีเสียแล้ว
เก็บตอนนี้ ดีกว่าอดกิน

เอ…ทำไมมันกลมจัง
เอ…ทำไมแต่ละก้านมีสองลูก
มะเขือเทศพันธุ์นี้ ทะลึ่งนะเนี่ย!

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหนก็มีแต่คนก้มหน้า Touch หรือไม่ก็สัมผัสหน้าจอ BB
อาจเพราะการสื่อสารแบบนี้ มีสีสันและสร้างความสนุกกว่าพูดคุยซึ่งๆหน้า
ใครรู้ตัวว่าหน้าตา สู้คารมไม่ได้ ลองใช้วิธีนี้จีบหญิงดูสิครับ รับรองถ้าไม่สมหวังก็แห้ว!
“เฮ้ย แล้วมันต่างจากวิธีอื่นตรงไหนนี่?”

บางทีเห็นแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ มีหลายก๊วนเดินขึ้นรถไฟฟ้ามาด้วยกัน แต่ไม่ยักหันมาคุยกันสักแอะ เอาแต่ก้มหน้าก้มหน้า ง่วนอยู่กับมือถือรุ่นล่าสุด
จะว่าโกรธกันก็ไม่น่าใช่ เพราะสีหน้าบ่งบอกว่าปลดทุกข์มาเรียบร้อยแล้ว
“น่าจะไม่สบาย คงเจ็บคอ แหง๋มๆเลย”
“เขากลัวเชื้อโรคแพร่กระจาย จึงใช้ BB ตอบโต้กันแทน”

แม้หลายคนจะไม่ได้เป็นอย่างที่ผมสันนิษฐาน คือร่างกายแข็งแรงปกติ แต่เขาก็เลือกที่จะแชต BB ต่อไป
เห็นอาการแบบนี้ พอจะเดาอนาคตได้นะครับ ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นแค่ไหน
และต่อไป หลายสิ่งหลายอย่าง จะค่อยๆอัพเกรดเป็น ‘สมาร์ท’ เหมือนมือถือ
อุปกรณ์สมาร์ท ทำให้คนใช้งานดูดีไปด้วย แม้จะใช้ไม่ค่อยเป็นก็เถอะ

ต้องบอกว่า สมาร์ทโฟน เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่โลกใหม่ เผลอๆสิ่งนี้แหละที่จะทำให้โลกเติบโตได้อีกครั้ง
หากมองย้อนไป ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับครับว่า สินค้าพวกเครื่องยนต์ เครื่องกล เครื่องใช้ไฟฟ้า และไอที มีบทบาทอย่างมาก
ไม่เชื่อลองสำรวจดูในบ้านสิครับ ทีวี โฮมเทียเตอร์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ คอมพิวเตอร์ รวมไปถึงรถยนต์ รวมๆกันแล้ว มูลค่ามากขนาดไหน และถ้านับรวมทั้งประเทศ มันก็มหาศาลน่าดู

แต่ตอนนี้เครื่องอำนวยความสะดวกเหล่านี้ มีเกือบทุกหลังคาเรือนแล้ว
กว่าจะซื้อใหม่ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี รอให้ของเก่าเจ๊งก่อน หรือไม่ก็รอเก็บตังค์ก่อน

แต่… ถ้ามีสินค้าใหม่ที่สมาร์ทกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ซื้อมาทดแทนของเก่า
เป็น ‘สมาร์ท’ ที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความสะดวกสบายมากกว่าเดิม
ของเหล่านี้ก็จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น
สมาร์ทบิลดิ้ง อาคารอัจฉริยะที่ตรวจสอบการใช้พลังงานในอาคาร จุดไหนไม่ได้ใช้ ก็จะตัดไฟทันที ปรับไฟปรับแอร์ให้ตรงกับความต้องการ
สมาร์ทปั๊ม เครื่องปั๊มน้ำที่ตรวจเช็คการส่งน้ำไปในตัว หากมีน้ำรั่วซึม เครื่องก็หยุดจ่ายน้ำ
สมาร์ทซิตี้ เมืองที่มีระบบเตือนภัย และการแก้ไขปัญหาฉุกเฉินได้ทันท่วงที หากมีภัยพิบัติหรือการก่ออาชญากรรม
สมาร์ทรูฟ หลังคาที่สามารถผลิตพลังงาน
และอีกหลายๆอุปกรณ์ที่สามารถ ‘สมาร์ท’ ได้กว่าเดิม หรือแม้แต่ในร้านค้า ก็ใช้อุปกรณ์อัจฉริยะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการขายได้
คิดดูสิครับ ถ้ามีกระจกวิเศษ (Smart mirror) ที่เพียงเอามือแตะและลากเสื้อผ้าไปมา ก็จะเห็นได้เลยว่าชุดไหน สีใด เหมาะกับตัวเรา
และถ้ายังคิดไม่ตก ก็ส่ง MMS ไปให้คนรู้ใจช่วยเลือกอีกที แบบนี้คงจะถูกใจนักช้อปแน่ๆ

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน และคาดว่าอีกไม่นาน นิทานก็จะออกมาสู่โลกความเป็นจริง
“กระจกวิเศษบอกข้าเถิด สีใดงามเลิศในปฐพี”

21 Jan, 2010

ใครๆก็ใฝ่สูง

Posted by: ขลุกขลิก In: ทำธุรกิจอะไรดี?

แม้แต่ชาวบ้านร้านตลาด ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงผลของการเปิดเสรีการค้า เพราะเมื่อภาษีนำเข้าลดลง ราคาสินค้าก็ถูกลงด้วย
‘แอ็บเปิ้ล ลูกท้อ’ ผลไม้มีคลาส ที่เคยเป็นของแพงของฟุ่มเฟือยสำหรับคนรายได้น้อย
เดี๋ยวนี้กลายเป็นผลไม้พื้นๆ บนแผงขายในตลาดสด หาซื้อง่ายกว่าลูกมะเดื่อหรือมะขามป้อม

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดเสรีการค้าผักผลไม้ไทย-จีน ตั้งแต่ปลายปี 46
ความตกลงนั้น ทำให้ผักและผลไม้จากเมืองแดนมังกรมีราคาถูกลงกว่าเดิม แปลว่าเกษตรกรและแรงงานรับจ้างก็มีโอกาสได้กินของนำเข้าเหมือนกัน
แต่อีกด้านหนึ่ง หอมและกระเทียม ของเกษตรกรไทย ก็มีคู่แข่งมากขึ้น

‘มีได้ ก็ต้องมีเสีย’ เป็นเหรียญสองด้าน ที่มักเกิดขึ้นเสมอเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
เพียงแต่คนที่อยู่ใน ‘มุมได้’ ก็มักจะเชียร์ คนที่อยู่ใน ‘มุมเสีย’ ก็มักประท้วง

นี่ยังไม่นับผลจากการเปิดเสรีอาเซียน ที่ไทยและเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศ ลดภาษีนำเข้าทุกสินค้าเหลือ 0% เท่านั้น ซึ่งมีผลไปเมื่อ 1 มกราคมที่ผ่านมา
แปลว่า สินค้าที่ผลิตในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และสิงคโปร์ ถ้าส่งมาไทยก็ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสักบาท (อ้อ! รู้สึกจะมียกเว้ณ 5-6 รายการสินค้าครับ หนึ่งในนั้น ก็คือ กาแฟ)
และอีก 5 ปี ข้อตกลงแบบนี้ จะขยายพื้นที่ครอบคลุม เวียดนาม ลาว พม่า และเขมร

ยิ่งขยายพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก็ขยายวงมากขึ้น
แต่ห้ามไม่ให้ขยายวง คงไม่ได้เพราะ…
‘สินค้า’ ก็คล้ายกับ ‘น้ำ’ ครับ เพียงแต่ไหลในทิศตรงกันข้าม
‘น้ำ’ ไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ
แต่ ‘สินค้า’ ไหลจากที่ต่ำไปที่สูง
ที่ไหนให้ราคาสูง ใครๆก็อยากเอาสินค้าไปขายที่นั่น

การเก็บภาษีนำเข้า จึงเสมือนเขื่อนกั้นน้ำ ที่ชะลอการเคลื่อนย้ายสินค้า
แต่ว่า การฝืนธรรมชาติแบบนี้ ดูจะไม่เป็นที่ต้องการของกระแสทุนนิยมสมัยใหม่ ที่หันไปทางไหนก็มีแต่เปิดเสรีการค้า

ไม่เฉพาะสินค้าเท่านั้นนะครับ แม้แต่ ‘แรงงาน’ ก็ไหลได้เหมือนกัน
เกษตรกรชาวไร่ชาวนาของไทย ก็มาหางานทำในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ ยกระดับรายได้จากรายรับปีละไม่กี่ครั้ง เป็นลูกจ้างรายเดือน
เช่นเดียวกับ แรงงานบ้านใกล้เรือนเคียง ตอนนี้ก็มีเข้ามาแสวงโชคในบ้านเรากว่า 1.4 ล้านคน
ส่วนใหญ่เป็นพม่า มีลาวกับเขมร เพียงชาติละแสนกว่าคน

แรงงานเหล่านี้ ทำให้ SME ไทยมีทางเลือกมากขึ้น เพราะบางอาชีพคนไทยไม่ใช้ชีวิตเปื้อนฝุ่นอีกแล้ว
แม้ตอนนี้แรงงานต่างด้าว จะได้ใบอนุญาตทำงานชั่วคราวเท่านั้น แต่ในอนาคตก็ไม่แน่
และหากแนวคิดสังคมอาเซียน(ASEAN Comunity)เป็นไปอย่างที่ฝัน เราก็อาจเห็นแรงงานมีฝีมือ หรือเป็นระดับผู้จัดการสัญชาติสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม หรือฟิลิปปินส์ เข้ามาแย่งงานคนไทยมากขึ้น

ดังนั้น หากไม่อยากถูกน้ำท่วมเมื่อประตูเขื่อนเปิด เราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
เพราะเพื่อนบ้านของเรา เขาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยกันพอสมควร
เดี๋ยวนี้แรงงานต่างด้าว เขาแยกแยะเพลงชาติไทยกับเพลงลอยกระทง ได้แล้วนะครับ
ส่วนการฟังการพูด อาจต้องใช้เวลาปรับปรุงอีกหน่อย เด็กเสิรฟ์ร้านก๋วยเตี๋ยวจึงจะค่อยๆออกเสียงชัดว่า เส้นเล็กไม่งอก!
ไม่ใช่ “เส้นเละ ไม่ง้อ!”

20 Jan, 2010

ฮาอย่างเดียว

Posted by: ขลุกขลิก In: อื่นๆอีกมากมาย

วันพุธเป็นวันที่มีเสน่ห์น้อยกว่าวันอื่น เคยถูกจัดให้เป็นวันที่น่าเบื่อที่สุดของสัปดาห์จากการสำรวจของสำนักวิจัยในต่างประเทศ (ผมจำไม่ได้แล้ว)
อาจเป็นเพราะ ทำงานมาแล้ว 2 วัน มีเรื่องให้คิดให้เครียดตั้งเยอะ แต่ก็เหลืออีกตั้ง 2 วัน กว่าจะได้พักสมอง
งั้น! มาขำแก้เบื่อกันครับ
วันนี้มาแบบขำเน้นๆ สาระไม่ต้อง เอาฮาอย่างเดียว ขอบคุณกระทู้จากพันทิพ
อ้อ! เนื้อหาอาจทะลึ่งไปหน่อย โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

‘ ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ’
answer***ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข่ มาตอบด่วนค่ะ

‘ แฟนเป็นคนเสียว ดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ’
answer***แนะนำให้ว่าเวลาจะมี อะไรกันให้หาอะไรให้เธอกัดครับ เวลาเธอเสียวก็จะ
ไม่ค่อยมีเสียงเล็ดรอดออกมา

‘ กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตั วเองสูง ไม่ค่อยจะอม ใครง่าย ๆ’
answer***ดีแล้วล่ะคะ

‘ มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก
ผมจะสอยเธอยังไงดี! ครับถึงจะไม่น่าเกลียด’
answer***ความจริงน่าจะสอยพวกเด็ก ๆ ใหม่ ๆ นะครับ ถ้าอยากสอยเธอจริง ๆ ก็ท่า
พื้นฐานไปก่อนครับ พอเคย ๆ กันแล้วค่อยเปลี่ยนท่าสอยครับ แค่นั้นก็ไม่น่าเกลียด
แล้วครับ

‘ ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย’
answer***ไม่ไหวค่ะกลัวมันกัดเอา

‘ เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่ งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ
ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ’< B>
answer***ไม่มีมั้งค่ ะโปรแกรมนี้

‘ เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย’
answer***ความสามารถในการแยกแยะสูงจริง ๆ เลยค่ะเห็นแค่รูรู้เลยว่ารู ใครเป็นรู
ใคร

‘ อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ
แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่ าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึ ป่าวคะ’
answer***เอ่อ! ไม่อยากมาเที่ยวบ้านผมบ้างเหรอ? ? แต่ไม่ได้ชมฟรีนะครับบ้านผม

‘ ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ
ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ
ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ’
answer***เรื่องนี้เก็บไว้ 2 คนก็ได้ครับ ไม่ต้องเอามา post เขิน ๆ ไงไม่รู้
เอ่ อ! ของแฟนใหญ่มากเหรอครับ ถึงต้องไปขยายรูแต่งงานของคุณมา

‘ พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้า
ซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ’
answer***แนะนำให้ดื่มเบียร์ เข้าไปสักขวด แล้วไปแท๊กซี่ดีกว่าครับ สถานที่อย่าง
นั้นใครเห็นรถเราเข้าไปมันไม่ น่าดู เสร็จกิจแล้วก็นั่งแท๊กซี่กลับครับ

‘ ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลาย
คน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมาก ๆ’
answer***บรรยากาศน่ากลัวนะคะ ! ฝรั่งเยอะด้วย

‘ ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย’
answer***ว่าแต่ว่าเขาจะยอมทั้ งสองคนเลย เหรอ?

‘ ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่
หมา เปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย’
answer***กินหมาแทนพลู เลยเหรอค่ะ

‘ จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่า
ขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้ าง’
answer***ถ้าเจอที่ไหนอร่อย ๆ อย่าลืมกลับมาแน่ะนำด้วยนะคะ

‘ผมตกขาวมากเลยครับ เกือบไม่ได้ไปดูงาน NIKON DAY 2006 ‘
answer***นึกว่าเป็นแต่ผู้หญิงผู้ชายก็ตกเหมือนกันเหรอค่ะ

‘นศ หญิงสมัยนี้ทำไมชอบใส่เสื้อชายสั้นๆ แล้วปล่อยให้หอยออกมาอยู่ นอกกระโปรงกัน
นะ ไม่น่ารักเลย’
answer***ขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ

‘ผมหา ลึงค์ กระทู้หมาฝรั่งไม่เจอแล้วสิ’
answer***คงอยู่ที่เดียวกันกะหมาไทยล่ะค่ะดิฉันว่า

‘ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพฺ์วันเดียว ตกขาวเลยละเธอ’
answer***โหน่ากลัวเนาะ พรุ่งนี้ต้องรีบหาอ่านแล้วล่ะ

‘ถามท่านผู้รู้ หน่อยคับ : ทำไงดีคับ เครื่องเสียวผมใช้งานไม่ได้’
answer***ไม่มีความเห็นค่ะ รอผู้รู้มาตอบละกัน

เป็นไงครับ พอคลายเครียดได้บ้างไหม
ภาษาไทยเรานี้ มีลูกเล่นเยอะนะครับ หลายคนชอบพิมพ์ผิด ประดิษฐ์คำใหม่ เพราะอาจทำให้ดูวัยรุ่นขึ้นมานิดนุง
แต่ถ้าตั้งใจพิมพ์ภาษาไทย ในขณะที่คีย์บอร์ดยังทำงานในเวอร์ชั่นอังกฤษ ก็ต้องระวัง
โดยเฉพาะชื่อที่ขึ้นต้นด้วย ‘สุ’ (su) หรือ ‘ศรี’ (see) เวลาคีย์ username ก็ดูให้ดีก่อนครับ

ขอบคุณ tugsinat ผู้โพสในพันทิพ

Tags:

18 Jan, 2010

บี้-บด-กดดัน

Posted by: ขลุกขลิก In: retail tactic

เมื่อคืนวันเสาร์กว่าที่ลิเวอร์พูลจะเอาตัวรอด ออกมาจากสนามของสโต๊คซิตี้ได้ เล่นเอาลุ้นแทบตาย ไม่มีใครคิดหรอกครับว่า ฟุตบอลระหว่างทีม(เคย)ใหญ่จะเล่นได้สีสูกับทีมระดับกลางๆค่อนไประดับล่าง การได้เพียงหนึ่งคะแนนจึงเป็นเรื่องน่าผิดหวัง

ทีมช่างปั้นหม้อ(อันนี้เป็นชื่อเล่นของสโต๊คซิตี้ครับ) รู้จุดอ่อนของลิเวอร์พูลดี จึงโจมตีตรงนั้นแบบเน้นๆตลอดทั้งเกม
หงส์แดงเป็นทีมที่ไม่ชอบใช้หัวเล่นฟุตบอล
หมายถึง เอาหัวโหม่ง นะครับ!

ทุกครั้งที่ได้บอล นักเตะสโต๊คซิตี้จะบอมบ์ลูกโด่งไปข้างหน้า
กองกลางตัวเตี้ยๆของหงส์แดง อย่าง ‘มาสเคราโน่’ และ ‘ลูคัส เลว่า’ ได้แต่ชะเง้อมองบอลข้ามหัวไปมา จนเมื่อยคอ
หนำซ้ำสโต๊คซิตี้ยังงัดสูตรเด็ด ด้วยการใช้มือเล่นฟุตบอลแบบไม่ผิดกติกา
ผมว่า นี่เป็นฟุตบอลอีกหนึ่งนัด ที่มีการใช้มือมากที่สุดแน่ๆ เพราะลูกทุ่มในเขตลิเวอร์พูลเกือบทุกลูก สามารถทุ่มไกลเข้าไปในเขตประตูได้เลย

หาก ‘ดีแลบ’ นักเตะจอมทุ่มไกล ไม่บาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนออก ผมว่าหงส์แดงได้แพ้แน่ๆ
ก็จะสู้ยังไงไหว ในเมื่อลิเวอร์พูลเล่นฟุตบอลอย่างเดียว
แต่สโต๊คซิตี้ เล่นทั้งฟุตบอล แฮนด์บอล และเฮดบอล พร้อมๆกัน

เห็นรูปแบบการเล่นของสโต๊ค ผมมั่นใจว่าอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกได้แน่ๆ แต่หงส์แดงนี่ซิ ยังหาจุดเปลี่ยนเกมไม่เจอ
แม้นักเตะจะออกมาปกป้องผู้จัดการทีม (ก็แหงสิครับ พวกนี้ผู้จัดการทีมคนนี้เป็นคนดึงมาร่วมทีมทั้งนั้น)
แต่เบนิเตส ผู้จัดการทีมหงส์แดง ก็ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ มีอย่างที่ไหนทุ่มเงินไป 20 ล้านปอนด์ แต่กลับได้นักเตะมานั่งเป็นตัวสำรองในบางนัดเท่านั้น อันนี้ต้องโทษทีมแพทย์ด้วยครับ ที่วิเคราะห์สถานการณ์ผิดพลาดอย่างแรง จากเดิมที่คาดว่าจะพักแค่ 2 เดือน

หากเทียบเป็นร้านค้าปลีก ก็เหมือนทีมจัดซื้อ ที่อ่านเกมตลาดผิด คิดว่าสินค้าตัวใหม่จะทำยอดขายได้ดี
แต่เอาเข้าจริง กลับแป๊ก! เสียนี่

ส่วนนักเตะตัวหลัก ดั้นทะลึ่งมาเจ็บพร้อมกันอีก
ทีมหงส์แดงตอนนี้ ก็เลยเหมือนร้านค้า ที่สินค้าสั่งซื้อมาใหม่ไม่โดนใจลูกค้า ส่วนสินค้าตัวหลักที่ทำเงินแน่ๆ เกิดเอ็กซิเดนท์เครื่องจักรเสีย ผลิตไม่ทัน
เหลือทางเดียวครับ “มีแค่ไหน ใช้แค่นั้น”

เบนิเตสต้องหาทางกระตุ้นนักเตะ ให้ขยันและทุ่มเทกว่านี้ ไล่บี้-บด-กดดันคู่แข่ง ทุกจังหวะ
ร้านค้าก็เหมือนกันครับ หากสถานการณ์เป็นอย่างลิเวอร์พูล ก็ต้อง ‘ฮาร์ดเซล’ กว่าเดิม กระตุ้นตลาดทุกรูปแบบ และลุยกิจกรรมเชิงรุก ทั้งออกงานแฟร์ ไปตามอีเว้นท์ หรือแม้แต่ลุยถึงหน้าบ้านลูกค้า อย่างเช่น ขายอุปกรณ์ตัดสัญญาณไฟอัตโนมัติ สามารถเอารถวิ่งออกไปให้บริการตรวจเช็คไฟฟรี
แคมเปญ ลด-แลก-แจก-แถม หากไม่เคยใช้ ก็ต้องลองคิด ลองทำดู
หรือแม้แต่มุข ‘ตอดเล็ก ตอดน้อย’ ที่เด็กร้านเซเว่นฯชอบใช้ “รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมค่ะ” ก็ไม่ควรมองข้ามครับ!

“เขียนผิดหรือเปล่าหว่า ไหนลองขยี้ตาก่อนสิ”
“เฮ้ย! ห่วย จริงๆด้วย”

ใช่แล้วครับ ‘หวย’ เติมไม้เอก ก็อ่านว่า ‘ห่วย’
เพราะวันนี้ไม่ได้เขียนเรื่องหวย แม้พรุ่งนี้จะมีหวยออกก็ตาม
ว่าแต่….งวดนี้จะเล่นเลขไรดี?

เดี๋ยวนี้โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น จนแทบแยกไม่ออกระหว่าง online กับ offline เพราะอุปกรณ์พกพา สามารถเชื่อมต่อได้เกือบทุกที่ ขนาดนั่งqeeยังเล่นเน็ตได้ และบอกใครต่อใครผ่านทวิตเตอร์ ว่ากำลังสร้างสุข(ปลดทุกข์)อยู่นะค้าบบบบ!

โลกบนเน็ต เดินทางไปอย่างรวดเร็ว ขยับจากเรื่องข้อมูลข่าวสาร ไปเป็นเรื่องธุรกิจค้าขาย และการเคลื่อนย้ายเงินทอง จนมาถึงสังคมออนไลน์ที่เปิดเผยการใช้ชีวิตแบบเรียลไทม์

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเร็วมาก ทำให้ธุรกิจหลายแห่งวิ่งตามไม่ทัน บ้างก็ตามทันแบบหอบ แฮ่กๆๆ
ตอนดอทคอมเกิดขึ้นใหม่ๆ ห้างร้านทั่วไปก็แห่ทำเวบไซด์ของตนเอง
ประมาณว่า ในนามบัตรบริษัท นอกจากเบอร์โทรศัพท์และแฟกซ์แล้ว ก็ต้องมีเวบไซด์ด้วย
ตัวหนังสือ ‘www.ชื่อบริษัท.co.th’ จึงเป็นเหมือนเครื่องหมายการันตีคุณภาพ

แต่หลายบริษัทไม่ได้ใช้ช่องทางนี้ เพื่อเสนอข่าวสาร แนะนำรายการสินค้าใหม่ หรือโปรโมชั่นโดนใจ
กลับใส่เพียงประวัติ และข้อมูลพื้นๆเท่านั้น
ยังไม่พอครับ เวบไซด์บางแห่งจัดทำเพียงครั้งเดียว เสร็จแล้วเสร็จเลย!

พอกระแสบล็อกมาแรง
กิจการหลายแห่ง ก็มีบล็อกของบริษัทเหมือนกัน
ทั้งที่จุดเด่นของบล็อกคือการนำเสนอความเห็นในระดับบุคคล สะท้อนตัวตนของคนคนนั้น แล้วบล็อกบริษัทมันจะเป็นอย่างไร
บางแห่งให้หัวหน้าทีมการตลาดแต่ละแผนกช่วยกันเขียน เนื้อหาจึงเป็นการขายสินค้า
บางแห่งใช้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ แล้วมันต่างจากเวบไซด์ตรงไหนหนอ?

มาถึงยุค facebook และ twitter บริษัทต่างๆก็กระโดดไปแจมกับเขาเหมือนกัน

รูปแบบการสื่อสารใหม่ๆ มีจุดเด่นและจุดด้อยในตัวของมัน
หากปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ ก็จะเกิดประโยชน์มหาศาล
แต่ถ้าศรัทธาลัทธิ me too ทำเพื่อให้ ‘มีเหมือนกัน’ ก็จะเปลืองทรัพยากรบริษัท(ทั้งเงินจ้างพนักงาน เงินเช่าเซิฟเวอร์)ไปอย่างเปล่าประโยชน์
ยังไม่พอครับ นอกจากเสียตังค์แล้ว บางทีสิ่งที่นำเสนอออนไลน์ กลายเป็นของห่วยๆเฉยๆ เสียอีก
ถ้าเป็นแบบนั้น ก็เลิกทำดีกว่าครับ!
เพราะธุรกิจสมัยนี้ภาพลักษณ์เป็นเรื่องสำคัญ

การทำ PR ผ่านสื่อสมัยใหม่ เป็นเรื่องพื้นๆที่ต้องคิดมุกให้ได้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่หนีวิทยุ ทีวี มาอยู่บนอินเตอร์เน็ตกันเยอะขึ้น
แต่การใช้ช่องทางเหล่านี้ เพื่อเพิ่มกำไรให้องค์กรนี่สิ เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง

Bestbuy พิสูจน์ให้เห็นว่า การเป็นร้านค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่รอดเพียงรายเดียวในตลาดสหรัฐ มันต้องเก่งขนาดไหน
(คู่แข่งสำคัญอย่าง Circuit City ต้องปิดกิจการเมื่อปีที่ผ่านมา เพราะทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว)
Bestbuy ใช้ twitter ปรับปรุงการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แทนที่เวลาลูกค้าโทรมา ต้องโอนสายไปมาระหว่างแผนกต่างๆ สร้างความหงุดหงิดกว่าจะได้คำตอบครบ
แต่พื้นที่ twitter ช่วยให้พนักงานมารุมมาตุ้ม แก้ไขข้อสงสัยได้ไวขึ้น

ส่วน Starbucks ก็รู้จักเลือกทำเว็บไซด์สไตล์เว็บบอร์ด ให้ลูกค้าพันธุ์แท้ เสนอไอเดียใหม่ๆ ทั้งเรื่องสินค้า การเพิ่มบริการ หรือแม้แต่งานการกุศล
เว็บ mystarbucksidea.com ไม่ได้พูดถึงการค้าขาย แต่เป็นพื้นที่ระดมสมองล้วนๆ
ช่างเหมาะกับคนยุคนี้ ที่มีความคิดเป็นของตนเอง และกล้าเสนอความคิดแบบดังๆ

ในขณะที่ธุรกิจไทย อย่างโออิชิ ก็ไม่ใช่เล่น
ทำเนียนด้วยการชวนเล่นเกมออนไลน์ ผ่านเว็บ oishicafecity.com เกมทำอาหารที่แม่ครัวพ่อครัวสมัครเล่น ต้องปรุงเสิร์ฟลูกค้าให้ทันเวลาที่กำหนด
แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องการปรุงอาหารครับ เพราะมีครูกุ๊กเป็นลูกมือ
แต่ว่า…???
ลูกเล่นที่แฝงการทำเงินของโออิชิ อยู่ตรงวัตถุดิบในการประกอบอาหาร จะได้มาจากการกล่องโออิชิ
หากไม่มีวัตถุดิบพอ ก็ทำอาหารไม่ได้
อยากได้วัตถุดิบเพิ่ม ก็ต้องดื่มโออิชิ แล้วนำโค้ดข้างกล่องมาสแกนผ่านกล้องเว็บแคม

คิดเก่งแบบนี้ ก็เตรียมตัวรวยออนไลน์สิครับ!


  • wuttinan: ข่าวดี เพียง 2 ล้านบาท ก็เป็นเถ้าแก่ร้านทองได้ มีอบรม
  • ขลุกขลิก: นั่นนะสิครับ สงสัยจะลงผิดป้าย
  • ขลุกขลิก: อ่ะนะ แต่ตอนนี้เน้นถูกรางวัลก่อนดีมั๊ยครับ เรื่องถ

About

business idea, retail update and foottttball

 

February 2010
M T W T F S S
« Jan    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728